“ไม่เคยเป็นอะไรกันสักหน่อย” ในมุมของ ‘สมุย’ อีกก้าวผ่านเสียงและความรู้สึก

จากภาพจำของศิลปินสายเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่เต็มไปด้วยพลังและจังหวะสนุก ‘สมุย‘ จากค่าย White Music กำลังพาผู้ฟังไปสำรวจอีกด้านหนึ่งของตัวเองผ่านซิงเกิลล่าสุด ไม่เคยเป็นอะไรกันสักหน่อย เพลงช้าที่เปิดพื้นที่ให้เสียงและความรู้สึกได้ทำงานอย่างเต็มที่ บทสนทนานี้พาเราไปรู้จักกระบวนการทำงาน วิธีคิด และตัวตนในฐานะศิลปินที่ค่อยๆ ชัดขึ้นในทุกก้าว

เพลงนี้เล่าความสัมพันธ์แบบไหนในแบบของคุณ

มันเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนครับ เหมือนชื่อเพลงเลย ไม่เคยเป็นอะไรกันสักหน่อย แต่ความรู้สึกมันลึกกว่านั้น เราก็ใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปในมุมของคนที่ยังรู้สึกอยู่ แต่พูดอะไรไม่ได้

มีส่วนร่วมในขั้นตอนการทำเพลงมากแค่ไหน

เพลงนี้ผมไม่ได้ร่วมแต่งหรือโปรดิวซ์ครับ ทำหน้าที่ร้องอย่างเดียว เป็นทีมโปรดักชันที่ทำมาให้แล้ว ซึ่งเราก็ต้องตีความและถ่ายทอดออกมาให้ดีที่สุด

การทำการบ้านกับเพลงช้าครั้งนี้เป็นยังไง

ตอนแรกยอมรับว่ารู้สึกว่ามันร้องยากนะครับ แต่พอได้ฝึกและทำความเข้าใจจริงๆ มันก็ไม่ได้ยากเกินไป อีกอย่างผมเป็นคนชอบเพลงช้าอยู่แล้ว เลยรู้สึกว่าเพลงนี้เข้าปากตัวเองพอสมควร แล้วโชคดีที่ได้พี่เต๋ามาช่วยคุมอัด ซึ่งเขามีประสบการณ์เยอะมาก ทำให้การไกด์ทิศทางชัดเจน เลยใช้เวลาในห้องอัดไม่นาน

แตกต่างจากซิงเกิลก่อนหน้ายังไง

ก่อนหน้านี้เพลงของผมจะมีความสนุก เซ็กซี่ มีกลิ่นอายทะเล แล้วก็เน้นจังหวะที่ค่อนข้างเร็ว แต่เพลงนี้เป็น Medium ชัดๆ จังหวะปกติ ฟังง่ายขึ้น ถึงจะเป็นเพลงช้า แต่ดนตรียังมีความเป็นตัวผมอยู่ ไม่ได้เศร้าจัด มันเป็นอีกมิติหนึ่งในอัลบั้มที่ทำให้ภาพรวมมันหลากหลายขึ้น

เพลงนี้สะท้อนตัวตนของคุณมากขึ้นไหม

ผมว่าเป็นการเติมเต็มนะครับ เพราะที่ผ่านมา คนอาจจะเห็นเราทั้งร้องทั้งเต้น แต่ไม่ได้โฟกัสที่เนื้อเสียงมาก พอเพลงนี้ดนตรีมันน้อยลง คนก็ได้ยินเสียงเราชัดขึ้น แล้วฟีดแบ็กที่ได้ก็ทำให้รู้ว่าคนเริ่มเห็นอีกด้านหนึ่งของเรา—ด้านที่ร้องเพลงช้าได้เหมือนกัน

การถ่ายทอดอารมณ์ในเพลงเศร้า คุณดึงมาจากไหน

มีทั้งประสบการณ์ส่วนตัวและการออกแบบครับ เวลาร้องเราต้องคิดว่า ‘จะทำยังไงให้คนฟังรู้ว่าเรากำลังเศร้า’ มันเหมือนการดึงอินเนอร์ออกมา แต่ก็ต้อง Groom มันให้คนเข้าใจง่าย ตอนอัดกับตอนแสดงสดจะต่างกัน ในห้องอัดเราจะเน้นความคมชัด แต่เวลาเพอร์ฟอร์มจะเหมือนเล่าเรื่องให้คนดูเห็นภาพ เหมือนดูหนัง ซึ่งผมก็ชอบดูหนังอยู่แล้ว เลยเอาฟีลจากตรงนั้นมาปรับใช้

อยากให้คนฟังได้รับอะไรจากเพลงนี้

ถ้าฟังแล้วอิน นั่นคือดีที่สุดครับ ไม่ว่าจะเอาไปใช้กับความรู้สึกช่วงไหนของชีวิตก็ตาม สำหรับผม การเป็นศิลปินคือการทำให้คนรู้สึกบางอย่างไปพร้อมกับเรา ถ้าเขาฟังแล้วอินหรือเชื่อในสิ่งที่เราถ่ายทอด มันก็สำเร็จแล้ว

สนใจทำงานเบื้องหลังมากขึ้นไหม

จริงๆ ผมมองภาพนั้นไว้ตลอดครับ ก่อนหน้านี้ก็เคยแต่งเพลงเอง อย่างเพลง ‘Corset’ ก็เป็นงานที่ผมคอมโพสเองอนาคตอยากมีเพลงของตัวเองในอัลบั้มมากขึ้น อย่างน้อยสัก 1–2 เพลงก็ยังดี เพราะมันเติมเต็มความเป็นศิลปินในอีกมุมหนึ่ง ไม่ใช่แค่ร้องหรือเต้น แต่คือ Artist จริงๆ

อีก 5 ปีข้างหน้า อยากเห็นตัวเองเป็นแบบไหน

อยากประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินก่อนเลยครับ แบบที่คนจำชื่อเราได้ รู้ว่าเพลงนี้คือเราแล้วก็อยากเป็นศิลปินที่ทำได้หลายอย่าง ทั้งร้อง เต้น แต่งเพลง และเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ สุดท้ายคืออยากยืนระยะยาว ทำเพลงไปเรื่อยๆ อาจจะลองหลายสไตล์มากขึ้น ไม่จำกัดแค่ Hip-Hop อาจจะไป Indie หรือ Pop มากขึ้น แต่ยังอยากอยู่เบื้องหน้าเหมือนเดิม

เวลาว่างเติมอินสไปเรชันยังไง

ผมออกกำลังกาย ดูแลตัวเอง เพราะภาพลักษณ์ก็สำคัญกับงาน แล้วก็ชอบดูหนังมาก เอาฟีลจากหนังมาใช้กับการทำเพลง อีกอย่างคืออยู่กับเพื่อนๆ ที่ทำเพลงเหมือนกัน เราก็แชร์ไอเดียกัน ทำเพลง สนุกไปกับมัน แล้วก็พยายามพัฒนาตัวเองตลอด เพราะเรารู้ว่าเราต้องสู้ ต้องพิสูจน์ให้คนเชื่อว่าเราทำได้”

ในวันที่ “สมุย” ค่อยๆ ขยับจากศิลปินที่คนรู้จักในฐานะเพอร์ฟอร์มเมอร์ ไปสู่การเป็น “ศิลปินเต็มตัว” ที่สื่อสารผ่านเสียงและความรู้สึกได้ลึกขึ้น ไม่เคยเป็นอะไรกันสักหน่อย จึงไม่ใช่แค่เพลงช้าอีกหนึ่งเพลง แต่คือหมุดหมายสำคัญของการเติบโตทั้งในมุมของดนตรี และตัวตนที่ชัดเจนขึ้นบนเส้นทางสายนี้

Similar Articles

More