ในโลกแฟชั่น หากปารีสคือเมืองหลวงของโอตกูตูร์และแฟชั่นสตรี คำถามที่เคยถูกตั้งขึ้นเมื่อห้าสิบกว่าปีก่อนคือ แล้วผู้ชายล่ะ? คำตอบเริ่มต้นขึ้นในปี 1973 เมื่อสมาคมแฟชั่นฝรั่งเศส หรือที่ปัจจุบันคือ Fédération de la Haute Couture et de la Mode (FHCM) กำหนดตารางโชว์เสื้อผ้าบุรุษขึ้นอย่างจริงจัง ก่อร่างเป็นสิ่งที่วันนี้เรารู้จักกันดีในชื่อ Paris Men’s Fashion Week
1970’s จากชายหนุ่มในสูทสู่การทดลองไร้ขอบเขต
ยุค ’70s เป็นช่วงเวลาที่แฟชั่นผู้ชายหลุดพ้นจากความทางการในทศวรรษก่อนหน้า ปารีสคือเมืองที่ผสมทั้งความโก้หรูแบบฝรั่งเศสเข้ากับอารมณ์ล้ำสมัยของยุคสเปซเอจ และบรรยากาศความอิสระหลังเหตุการณ์พฤษภาคม 1968 ที่ทำให้ผู้ชายให้ความสำคัญกับ ‘การแสดงตัวตนผ่านเสื้อผ้า’ มากขึ้นกว่าที่เคย ปารีสในยุคนั้นไม่ได้เป็นเพียงเมืองแฟชั่นหญิงที่ครองโลก แต่ยังเป็นฉากหลังของการปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ของเสื้อผ้าบุรุษอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ยุคแรกๆ นั้น ดีไซเนอร์อย่าง Pierre Cardin, Yves Saint Laurent และ Givenchy พาผู้ชายปารีสเดินออกจากกรอบสูทคลาสสิก เติมความโมเดิร์นและหรูหราลงในเสื้อผ้า จนกระทั่งทศวรรษถัดมา Jean Paul Gaultier ก้าวขึ้นแคตวอล์กในปี 1984 พร้อมกระโปรงผู้ชายและงานดีไซน์ที่พลิกภาพจำเรื่องเพศไปตลอดกาล




1980’s กลายเป็นเวลาที่ PARIS MENSWEAR ถูกปฏิวัติอีกครั้ง
จากนั้นยุค ’80s กลายเป็นเวลาที่ปารีสถูกปฏิวัติอีกครั้ง Rei Kawakubo และ Yohji Yamamoto จากญี่ปุ่นขนเอา avant-garde มาสู่รันเวย์ฝรั่งเศส ปารีสในปี 1980 ไม่ได้ต้อนรับเพียงเศรษฐกิจที่กำลังเฟื่องฟูหรือความสำเร็จของคนเมืองรุ่นใหม่ แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่ผู้ชายลุกขึ้นมาสร้างบุคลิกผ่านเสื้อผ้าราวกับเป็นเกราะของตัวเอง วันหนึ่งคุณจะเห็นชายหนุ่มในสูทไหล่กว้างราวกับผู้บริหารระดับสูง ส่วนอีกวันชายคนเดียวกันอาจสวมเสื้อโอเวอร์ไซซ์ทรงกวีสีดำเดินลัดเลาะในย่านมาเร่ส์ นี่คือยุคที่แฟชั่นผู้ชายในปารีสแตกแขนงออกเป็นสองโลก โลกของพลัง และโลกของศิลปะ ดีไซเนอร์ผู้ชายที่โดดเด่นในปารีสยุค ’80s ได้แก่ Jean Paul Gaultier เจ้าของฉายา Enfant Terrible หรือจะเป็น Thierry Mugler ผู้มาพร้อมโครงสร้างสถาปัตยกรรมและความเย้ายวนแบบอนาคตนิยม





1990’s เมื่อแฟชั่นเดินทางมาถึงยุค MINIMAL
จนถึงยุค ’90s Martin Margiela ฉีกเสื้อสูทออกแล้วประกอบใหม่ในแบบ deconstruction อย่างมีศิลป์ และ Dries Van Noten จาก Antwerp Six ผสมผสานศิลปะ สิ่งทอ และลายพิมพ์ กลายเป็นรากฐานความคิดสร้างสรรค์ของแฟชั่นบุรุษยุคใหม่ ปารีสในทศวรรษ 1990 ไม่ได้เป็นเมืองของพลังและความโอ่อ่าแบบยุค ’80s อีกต่อไป เมืองเริ่มปล่อยลมหายใจช้าลง ผู้คนตั้งคำถามกับความหรูหราที่ล้นเกิน โลกเศรษฐกิจตกลงเล็กน้อย ผู้ชายเห็นโลกในแง่จริงมากขึ้น และแฟชั่นก็สะท้อนความรู้สึกนี้โดยตรง ในรันเวย์ปารีสไหล่กว้างของยุคก่อนค่อยๆ หายไปแทบหมดสิ้น กลายเป็นเสื้อผ้าที่เรียบ เงียบ และสร้างความโดดเด่นผ่านรายละเอียดเล็กๆ ยุค ’90s ของปารีสคือช่วงเวลาที่เสื้อผ้าผู้ชาย ‘ถ่อมตัวแต่ทรงพลัง’ พลังที่เกิดจากความจริงแท้ (authenticity) มากกว่าการโอ้อวด




จากนายแบบสู่ความเป็นสตาร์ระดับโลก
ในช่วงแรก นายแบบเป็นเพียงหุ่นเดินบนรันเวย์เรียบง่าย แต่เมื่อยุค ’90s มาถึง ชื่ออย่าง Mark Vanderloo, Tyson Beckford และ Markus Schenkenberg ทำให้นายแบบชายกลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม โชว์ก็เริ่มทวีความดรามาติก จากห้องบอลรูมสู่โกดังร้าง จากโรงละครเก่าสู่แลนด์มาร์กปารีสอย่าง Cour Carrée ที่ Louvre หรือแม้แต่สะพาน Pont Neuf ที่ Louis Vuitton เคยปิดเมืองเนรมิตขึ้นมา



จากแฟชั่นสู่ปรากฏการณ์โลก
หากย้อนมองวิวัฒนาการ Paris Men’s Fashion Week ตลอดหลายทศวรรษ จะเห็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง
• จาก Formal สู่ Experimental: จากสูทตรงไปตรงมา สู่ความกล้าที่จะล้มล้างขนบ

Yves Saint Laurent, Fall-winter 1974


• จาก Local สู่ Global: ดีไซเนอร์ญี่ปุ่น เบลเยียม อังกฤษ เกาหลี เข้ามาเติมชีวิตใหม่



• จาก Physical สู่ Digital Hybrid: โควิดทำให้แบรนด์ต้องเล่าเรื่องผ่านภาพยนตร์ วิดีโอ และสตรีมมิง



• จาก Elite สู่ Inclusive: วันนี้รันเวย์เต็มไปด้วยนายแบบทุกเชื้อชาติ ร่างกาย และอัตลักษณ์ทางเพศ



ปัจจุบันและอนาคต
ทุกฤดูกาล Paris Men’s Fashion Week ไม่เพียงสะท้อนเทรนด์ของเสื้อผ้า แต่ยังบันทึกความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม โลกจะมองความเป็นชายอย่างไร? ผู้ชายจะนิยามเสื้อผ้าแบบไหน? และใครมีสิทธิ์ก้าวขึ้นรันเวย์? ปารีสยังคงเป็นเวทีที่ตั้งคำถามเหล่านี้ พร้อมบอกใบ้คำตอบที่โลกจะสวมใส่ในวันพรุ่งนี้และวันต่อๆ ไปในอนาคตที่กำลังจะมาถึง
จากห้องจัดเล็กๆ ในปารีสเมื่อห้าสิบปีก่อน วันนี้ Paris Men’s Fashion Week คือปรากฏการณ์ระดับโลกที่ผู้ชายจากทุกมุมโลกต่างเฝ้ารอเพื่อที่จะได้เห็นว่า ฤดูกาลหน้าแฟชั่นจะพาพวกเขาไปที่ใดต่อไปบนเส้นทางของยุคสมัย


