แม้เศรษฐกิจโลกจะยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ Hermès กลับโชว์ฟอร์มได้อย่างมั่นคงในครึ่งปีแรกของปี 2025 ด้วยตัวเลขรายได้ระดับพันล้านยูโร การเติบโตในทุกภูมิภาค และการเดินหน้าต่อด้วยแนวคิดยั่งยืนที่ผสานดีเอ็นเอแห่งความหรูเข้าไว้อย่างลงตัว
และนี่คือ 5 ข้อสรุปที่เราคัดมาให้คุณ จากรายงานผลประกอบการล่าสุดของแบรนด์ฝรั่งเศสที่รู้จักวิธี “เติบโต” โดยไม่เร่งรีบ แต่เปี่ยมพลัง

รายได้ทะลุ 8 พันล้านยูโร กำไรยังเหนียวแน่น
Hermès ทำรายได้รวม 8,034 ล้านยูโร หรือประมาณกว่า 313,000 ล้านบาท ในครึ่งปีแรกของ 2025 เพิ่มขึ้น 8% (เมื่อคำนวณแบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่) พร้อมกำไรจากการดำเนินงานปกติที่แตะ 3,327 ล้านยูโร หรือประมาณเกือบ 130,000 ล้านบาท คิดเป็น 41.4% ของรายได้ทั้งหมด
แม้จะมีผลกระทบจากการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน แต่บริษัทก็ยังรักษาอัตรากำไรได้ในระดับสูงอย่างน่าทึ่ง เป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันว่า Hermès ไม่ใช่แบรนด์ที่แค่ขายดี แต่ “บริหารดี” ด้วย
เครื่องหนังยังเป็นไอคอนิกทรงอิทธิพลเสมอ
แผนก Leather Goods & Saddlery ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ด้วยยอดขายที่เติบโต 12% จากความต้องการที่ไม่เคยตก และการขยายกำลังผลิตในฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่อง กระเป๋ารุ่นใหม่อย่าง Faubourg Express, Médor และ Bolide Messenger กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนเบา ๆ ในหมู่แฟนคลับสายคลาสสิกที่มองหา ‘ของใหม่แต่ไม่หลุดธีม’



Hermès ยังลงทุนต่อเนื่องในฝรั่งเศส โดยจะเปิดโรงงานแห่งใหม่ในเมือง Colombelles (Normandy) ภายในปี 2028 นับเป็นฮับเครื่องหนังแห่งที่ 10 พร้อมกับการก่อสร้างใน Loupes และ Charleville-Mézières ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2026–2027
ญี่ปุ่น-ตะวันออกกลาง โตนำโด่ง ส่วนไทยก็ไม่แพ้ใคร
Hermès เติบโตในทุกภูมิภาคทั่วโลกในครึ่งปีแรก โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่โตถึง 16% จากลูกค้าท้องถิ่นที่เหนียวแน่น และระบบร้านที่พิถีพิถัน ขณะที่ตะวันออกกลางก็มาแรงไม่แพ้กัน ด้วยการเติบโตสูงถึง 17% ในฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทยได้รับการพูดถึงในรายงานด้วย กับการรีโนเวตและขยายสาขา Central Embassy ที่กลับมาเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

พร้อมทั้ง Hermès ยังจัดกิจกรรม Traveling Exhibition “Hermès in the Making” ในเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงกับลูกค้าในเอเชียได้สัมผัสงานฝีมือและวัสดุอย่างใกล้ชิด นับเป็นยุทธศาสตร์ Local loyalty + global creativity ของ Hermès ยังคงทำงานได้ดีอย่างไม่แผ่ว
โบนัส Hermès ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันคือ “ปรัชญาแห่งความใส่ใจ”
ขณะที่หลายแบรนด์กำลังหาทางลดต้นทุน Hermès กลับเลือกลงทุนในคนด้วยการมอบโบนัส 4,500 ยูโร หรือประมาณ 168,000 บาท ให้พนักงานทุกคนทั่วโลกในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ตัวเลขสะเทือนวงการ แต่คือการสะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่เห็นว่า “มือ” คือหัวใจของทุกสิ่ง ตั้งแต่งานตัดเย็บระดับตำนาน ไปจนถึงประสบการณ์ที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง

ภายในครึ่งปีแรก Hermès ยังจ้างพนักงานเพิ่มกว่า 500 คน (รวมถึง 300 ตำแหน่งใหม่ในฝรั่งเศส) พร้อมคงอัตราการจ้างงานผู้พิการไว้ที่ 7.9% อย่างไม่ลดมาตรฐาน ในโลกที่หลายองค์กรพูดเรื่องความยั่งยืน Hermès กลับ “ลงมือทำ” อย่างมีชั้นเชิงและสง่างาม
Hermès ยังคงเติบโตด้วยดีเอ็นเอของงานฝีมือและความยั่งยืนไม่มีเปลี่ยน
แม้จะเป็นแบรนด์ที่เติบโตแบบมหาเศรษฐี แต่ Hermès ยังยึดมั่นกับแนวทางที่เน้น งานฝีมือ, การควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน และ การสื่อสารที่โปร่งใส บริษัทคว้ารางวัล Transparency Awards 2025 สำหรับแบรนด์ในกลุ่ม CAC Large 60 จากการสื่อสารด้านการเงินและ ESG ที่ยอดเยี่ยม




ธีมประจำปีของ Hermès ในปีนี้คือ Drawn to Craft ทุกสิ่งเริ่มต้นจาก ‘การวาด’ ไม่ว่าจะเป็นฝีเข็มหรือจังหวะดินสอ และทั้งหมดนั้นคือรากฐานของความคิดสร้างสรรค์ที่เรารู้จักในนาม Hermès
Hermès ไม่เคยเร่งรีบพวกเขาแค่เดินหน้าอย่างมั่นใจเหมือนทุกฝีเข็มที่เย็บด้วยมือบนเครื่องหนังระดับตำนาน

