ไม่มีคำว่าอยู่บนหอคอยงาช้างสำหรับ Paul Smith (พอล สมิธ) ในการเปิดตัวคอลเล็กชันสุภาพบุรุษครั้งแรกที่มิลาน ดีไซเนอร์ชาวอังกฤษผู้เปี่ยมเสน่ห์เดินทักทายแขกอย่างเป็นกันเองก่อนเริ่มโชว์ บรรยายภาพประกอบเสียงเพลงอย่างด้นสดระหว่างโชว์ และปรากฏตัวในตอนจบพร้อมรอยยิ้มและโบกมือให้กับทุกคนอย่างอบอุ่น
บรรยากาศเป็นกันเองเริ่มตั้งแต่ที่นั่ง ลังพลาสติกใส่อาหารหลากสีวางเรียงรายเป็นแถว ซึ่งเชื่อมโยงกับความหลงใหลใน ‘ตลาดสด’ ของสมิธ ที่เจ้าตัวมักถ่ายภาพแผงผลไม้สวยๆ ไว้เสมอ หนึ่งในโมเดลบนรันเวย์ถึงกับถือถุงตาข่ายใส่ส้มสดมาเดินตัดผ่าน ราวกับบอกเราว่า เสื้อผ้าชุดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ ‘ชีวิตจริง’ ไม่ใช่แค่รันเวย์
แรงบันดาลใจของโชว์ PAUL SMITH SPRING-SUMMER 2026
คอลเล็กชันนี้หยิบแรงบันดาลใจจากทริปแดนร้อนของเขาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยเฉดสีที่ดูเก่าจางเหมือนถูกแดดเลีย ค่อยๆ พาเรานึกถึงอียิปต์ โมร็อกโก และอินเดีย ผ้าที่ดูเหมือนผ่านการใช้งานเบาๆ เหมือนนักเดินทางที่ผ่านแผงเครื่องเทศมาแล้วนับไม่ถ้วน และเพราะมิลานกำลังเผชิญคลื่นความร้อน เสื้อเชิ้ตพิมพ์ลายเมืองร้อนที่ตัดเย็บด้วยผ้าบางเบา เสื้อกั๊กคอวีสีสันจัดจ้าน กางเกงเบอร์มิวดา และรองเท้าหนังพื้นแบนทรงสลิปเปอร์ รวมถึงสนีกเกอร์ทรงจักรยานน้ำหนักเบา จึงกลายเป็นไอเท็มที่ดู ‘ใช่’ อย่างยิ่งในช่วงซัมเมอร์
สไตลิ่งโดยรวมของคอลเล็กชันนี้ออกจะดูเรียบร้อยกว่าครั้งหลังๆ เน้นงานเทเลอร์ แต่ยังรักษาท่าทีสบายๆ ไว้อย่างไม่ขัดเขิน ความขี้เล่นเล็กๆ ซ่อนอยู่ในลายปลาที่ว่ายอยู่บนเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์ ในทวินเซตไล่เฉดสี หรือแม้แต่ชุดสูทเรียบที่แต่งด้วยลายนกแบบแอปปลิเค่ก็เถอะ
ไฮไลต์ที่น่าประทับใจสำหรับโชว์นี้
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือการจับคู่สีที่กล้าหาญ เช่น เขียวอ่อนกับเทา ส้มกับม่วงลาเวนเดอร์ หรือชมพูฟูเชียกับเขียวมะกอก ที่พาใจเราล่องไปถึงยุค ’70s โดยเฉพาะเมื่อแมตช์กับแจ็กเก็ตหนังทรงรถสปอร์ตแบบสั้น
คอลเล็กชันนี้ยังมีลูกเล่นแบบยูทิลิตี้เบาๆ ผ่านกระเป๋าหลายช่องและหมวกเบเรต์ ซึ่งสมิธเล่าว่าเขาได้แรงบันดาลใจจากวันเสาร์ที่ใช้เวลานั่งฟังและดูแลลูกค้าที่ร้าน Paul Smith บนถนนอัลบีมาร์ลในลอนดอนด้วยตัวเอง
“ลูกค้าหลายคนอยากได้อะไรที่มีกลิ่นอายแบบเครื่องแบบหรือยูนิฟอร์ม” เขาเล่าในพรีวิว และเผยว่าเสื้อที่เขาหยิบใส่บ่อยสุดช่วงนี้คือแจ็กเก็ตซีซักเกอร์มีกระเป๋าสี่ช่อง ซึ่งแน่นอนว่า เขาสวมมันในวันเสาร์ที่ผ่านมา ดูเท่และคล่องตัวในวันที่ร้อนสุดขีด































Paul Smith SS26 จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเสื้อผ้า แต่คือการเล่าเรื่องของคนที่อยากให้ทุกวันดูมีชีวิตชีวาเท่ากับผลไม้สดในตลาด และการแต่งตัวให้เหมาะกับตัวเองก็อาจเป็นการใช้ชีวิตที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งแล้วก็ได้

