คุยกับ Kroi ว่าด้วย “Method” ดนตรีไร้กรอบ และก้าวใหม่บนเอเชียทัวร์

หลังสร้างกระแสแรงจากเพลง “Method” เพลงเปิดทีวีอนิเมะ SAKAMOTO DAYS พาร์ต 2 ที่กวาดยอดรับฟังทะลุ 50 ล้านครั้ง วง Kroi จากญี่ปุ่นก็ได้ก้าวสู่หมุดหมายสำคัญ กับการจัดเอเชียทัวร์ครั้งแรก “Kroi Live Tour 2025 – ASIA” ที่พาพวกเขาไปพบแฟนเพลงในเกาหลีใต้ ไต้หวัน และประเทศไทย เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

ทัวร์ครั้งนี้จะพาพวกเขาออกไปพบแฟนเพลงใน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และประเทศไทย เริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป โดยมีการประกาศอย่างเป็นทางการบนเวทีเปิดทัวร์ “Kroi Live Tour 2025 – HALL” พร้อมเปิดเผยรายละเอียดสถานที่จัดแสดงและการจำหน่ายบัตร

นับตั้งแต่ปล่อยเพลง “Method” เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา บทเพลงนี้ไม่เพียงติดชาร์ต Billboard JAPAN HOT 100 แต่ยังมียอดวิวมิวสิกวิดีโอบน YouTube ทะลุ 8 ล้านวิวภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน ตอกย้ำตัวตนของ Kroi ในฐานะวงดนตรีที่ผสานหลากหลายแนวดนตรีเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้กรอบ ก่อนที่เราจะพาคุณไปทำความรู้จัก “Method” ทางดนตรีและทัศนคติของพวกเขาให้ลึกยิ่งขึ้นผ่านบทสัมภาษณ์ครั้งนี้

“Method” และแรงบันดาลใจเบื้องหลังเพลง

แนวคิดของเพลง “Method” เกิดขึ้นได้อย่างไร

แนวคิดเริ่มจากการที่ทุกคนในวงมานั่งคุยกันหลังจากฟังเดโมที่ Reo ทำไว้ เราอยากให้เพลงนี้เป็นงานที่ผลักดันความหลงใหลในดนตรีฟังก์ของพวกเราให้ชัดเจนขึ้น อารมณ์ร้อนแรงและพลังงานเป็นสิ่งสำคัญ แต่ถ้าเราปล่อยพลังที่มีมากเกินไป มันจะเอนเอียงไปทางร็อก เราเลยต้องคุมให้มัน “ฟังกี้” ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ในฐานะเพลงเปิดของอนิเมะ SAKAMOTO DAYS เรื่องราวและพลังของอนิเมะมีอิทธิพลต่อซาวด์หรือเนื้อเพลงอย่างไร

SAKAMOTO DAYS เป็นผลงานจาก Weekly Shonen Jump ซึ่งผมเติบโตมากับการอ่าน Jump มันเป็นส่วนสำคัญในชีวิตผมเลยก็ว่าได้ เพราะนี่คือแมกกาซีนที่มีทั้ง NARUTO และ DRAGON BALL งานที่อัดแน่นไปด้วยแพสชันแบบ Jump อย่าง SAKAMOTO DAYS มันซึมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตัวผม และผมคิดว่ามันก็ถ่ายทอดออกมาในดนตรีของเราอย่างเป็นธรรมชาติ

คำว่า “Method” มีความหมายอย่างไรสำหรับแต่ละคนในวง

ชื่อเพลง “Method” เป็นไอเดียของ Reo แต่จริง ๆ ผมไม่เคยถามเขาเลยว่าความหมายลึก ๆ คืออะไร และพูดตามตรง ผมเองก็เพิ่งเริ่มใช้คำนี้จริงจังหลังจากปล่อยเพลงออกมา ตอนนี้ผมพยายามเอาชื่อเพลงของพวกเราไปใช้ในชีวิตประจำวันด้วย (หัวเราะ) นั่นแหละ…เมธอดของผม

เพลงนี้มียอดสตรีมทะลุ 50 ล้านครั้งทั่วโลกแล้ว ความรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง

มันทำให้ผมมีความสุขมาก การแต่งเพลงเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความอดทน และส่วนใหญ่มักเป็นช่วงเวลาที่เรานั่งอยู่คนเดียวในสตูดิโอเล็ก ๆ หรือในห้องของตัวเอง แต่สุดท้ายมันกลับกลายเป็นเพลงที่ได้เล่นต่อหน้าคนหมื่นคน และมีคนฟังนับล้าน ความเปลี่ยนแปลงของสเกลแบบนี้มันยอดเยี่ยมมาก และเป็นสิ่งที่เราต้องการ ตอนนี้เรากำลังอยู่ในเอเชียทัวร์ และการได้พบแฟน ๆ ไม่ใช่แค่ในญี่ปุ่น แต่รวมถึงต่างประเทศ มันสนุกจริง ๆ

กระบวนการสร้างสรรค์และซาวด์ของ Kroi

ดนตรีของ Kroi ผสมผสานหลายแนวได้อย่างกลมกลืน เคล็ดลับคืออะไร

ผมคิดว่ามันคือการแสดงออกถึงตัวตน แน่นอนว่าผมพยายามไม่เห็นแก่ตัวจนเกินไป แต่ผมเชื่อว่าทั้งดนตรีและแฟชั่นคือเรื่องของการแสดงตัวตน ผมอยากให้พลังแบบนั้นมันออกมาในซาวด์อย่างเป็นธรรมชาติ และอีกอย่างคือผมไม่ชอบซ้ำกับใครในวงเดียวกัน (หัวเราะ)

ถ้าต้องเลือกหนึ่งสิ่งที่นิยามตัวตนของ Kroi ได้ชัดที่สุด จะเป็นอะไร

คำถามยากมาก เพราะแต่ละคนมีนิยามของ “อันดับหนึ่ง” ไม่เหมือนกัน ผมไม่ค่อยเก่งเรื่องการเลือกแบบนี้ แต่ถ้ามองจากมุมของผม จุดแข็งที่สุดของวงคือความเป็นตัวเองของสมาชิกแต่ละคน อย่างที่คุณถามมา โดยเฉพาะ Reo เขาไม่ได้เป็นแค่นักร้อง แต่ยังเป็นทั้งแร็ปเปอร์ มือกีตาร์ และมือกลอง ผมทำอะไรได้หลายอย่างขนาดนั้นไม่ได้หรอก คิดดี ๆ แล้วก็อดขำไม่ได้เหมือนกัน

ปกติแล้วกระบวนการทำเพลงของวงเป็นอย่างไร ใครเป็นคนเริ่มไอเดีย

ส่วนใหญ่จะเริ่มจาก Reo ที่เอาเดโมซึ่งมีเครื่องดนตรีครบมาให้ แล้วสมาชิกแต่ละคนก็ช่วยกันเติมรายละเอียดเข้าไป แต่ช่วงหลังเราพยายามเปิดรับวิธีใหม่ ๆ อย่างล่าสุด Hide มือกลองเสนอไอเดียให้ลองผสมบลูส์กับบีบ็อป แล้วเราก็เริ่มแต่งเพลงจากตรงนั้น ตอนนี้บรรยากาศของวงคือการมองหาการเปลี่ยนแปลง และลองทำสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน

Asia Tour 2025

อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้เลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายของเอเชียทัวร์ครั้งนี้

ผมเคยมาเที่ยวประเทศไทยหลายครั้งเป็นการส่วนตัว และตอนนั้นผมเห็น SAKAMOTO DAYS อยู่ทั่วไปในเมือง มีทั้งร้าน Animate เหมือนที่โตเกียว และแม้แต่แพนเค้กริมทางที่มีลายตัวละคร ผมเลยรู้สึกว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่อนิเมะได้รับความนิยมมาก และคิดว่าหลายคนอาจรู้จัก Kroi จาก SAKAMOTO DAYS นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เรารวมกรุงเทพฯ ไว้ในทัวร์ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่เรามาในฐานะวง มันเป็นความท้าทาย แต่ผมรักกรุงเทพฯ มาก และหวังว่าจะทิ้งบางอย่างที่มีความหมายไว้ที่นี่ได้ รวมถึงได้พบแฟน ๆ ชาวไทยด้วย

สิ่งที่ตั้งตารอมากที่สุดเมื่อมาเมืองไทยคืออะไร

แม้แต่ในญี่ปุ่น เวลาไปเมืองใหม่ ๆ ผมชอบเดินเล่น ดื่มไปจนถึงเช้า และคุยกับคนท้องถิ่น ครั้งนี้ก็อยากทำแบบเดียวกัน อาหารไทยอร่อย มีที่เที่ยวเยอะ และที่สำคัญ ผมรักชาไทยมาก ที่บ้านในโตเกียวยังตุนชา ChaTraMue แบบกระป๋องไว้เลย ผมตื่นเต้นที่จะได้เจอแฟน ๆ ที่นี่ด้วย

เซ็ตลิสต์หรือโปรดักชันเวทีในเอเชียทัวร์จะแตกต่างจากโชว์ในญี่ปุ่นหรือไม่

โอกาสในการแสดงต่างประเทศย่อมน้อยกว่าที่ญี่ปุ่น ดังนั้นเพื่อให้แฟน ๆ สนุกไปกับโชว์ เราเลือกใส่เพลงที่สะท้อนตัวตนและทัศนคติของ Kroi ให้มากขึ้น แบบที่บอกได้ว่า “นี่แหละคือ Kroi” และเพราะพวกเราเริ่มต้นจากการเล่นต่อหน้าคนจำนวนน้อยมาก เราเลยไม่อยากลืมความรู้สึกแบบมือใหม่ และอยากคว้าหัวใจของทุกคนที่มาดูโชว์ในครั้งนี้ให้ได้

ถ้ามีวันว่างระหว่างทัวร์ อยากไปเที่ยวเมืองไหนในไทย และอยากทำอะไร

ผมอยากไปเชียงใหม่หรือเกาะสมุย มีภาพยนตร์เรื่อง The Beach ที่ Leonardo DiCaprio แสดง ซึ่งถ่ายทำบนเกาะในประเทศไทย ผมอยากไปพักผ่อนบนเกาะสวย ๆ แบบในหนังเรื่องนั้นสักครั้ง

ก้าวต่อไปของ Kroi

หลังจาก “Method” และ Asia Tour 2025 อะไรคือก้าวต่อไปของ Kroi

แน่นอนว่ายังมีหลายอย่างที่ต้องเก็บเป็นความลับ เลยพูดไม่ได้มาก (หัวเราะ) แต่สิ่งหนึ่งที่บอกได้คือ เราวางแผนล่วงหน้าอย่างน้อยสองปีเสมอ และตั้งแต่ก่อตั้งวงมา เป้าหมายและแรงผลักดันของเรายังไม่เคยลดลง พูดง่าย ๆ คือ ยังมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้รออยู่ข้างหน้า (หัวเราะ)

ถ้าต้องนิยาม “Method” ของ Kroi ในการทำงานร่วมกันและรักษาความสร้างสรรค์ จะเป็นอะไร

ผมคิดว่าเป็นเพราะพวกเราเข้ากันได้ดีมาก ผมใช้เวลากับสมาชิกวงมากกว่าครอบครัวของตัวเองเสียอีก

Similar Articles

More