เมื่อการแข่งขัน Monaco Grand Prix 2026 จบลงอย่างสวยงาม ชื่อของนักแข่งหนุ่มวัย 19 อย่าง Andrea Kimi Antonelli (เราขอเรียกเขาสั้นๆ ว่า Kimi) ก็ได้กลายเป็นชื่อที่ร้อนแรงที่สุดในวงการมอเตอร์สปอร์ตไปโดยปริยาย เพราะเขาคือผู้คว้าแชมป์รายการนี้ไปครอง พร้อมทุบสถิติใหม่ด้วยการกลายเป็นแชมป์ที่อายุน้อยที่สุดของการแข่งขัน Monaco Grand Prix ด้วยฟอร์มที่มาแรงตั้งแต่ต้นจนจบแบบม้วนเดียว ทำให้ปีนี้กลายเป็น ‘ปีทอง’ และเป็นการเริ่มต้นของ Kimi Era อย่างแท้จริง
สัปดาห์นี้เพื่อร่วมฉลองกับนักแข่ง F1 หนุ่มดาวรุ่งคนนี้ ELLE MEN Thailand เลยจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเขาผ่าน 5 ช่วงเวลาสำคัญในชีวิตของเขา เปรียบเสมือนหมุดหมาย ตั้งแต่ความกดดันในสนามแรกๆ สู่เจ้าของตำแหน่งเจ้าความเร็วคนใหม่ของวงการนี้
วัยเด็กที่ปูทางให้กลายมาเป็นอีกหนึ่งในสุดยอดนักแข่ง F1
เราไม่แปลกใจเลยที่นักแข่งหนุ่มคนนี้จะกลายมาเป็นดาวรุ่งของแวดวง F1 ในวัยเพียง 19 ปี เพราะเขาคือลูกชายของ Marco Antonelli อดีตนักแข่งรถทางเรียบ และเจ้าของทีมแข่งรถชื่อดังในประเทศอิตาลี เขาเกิดที่เมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลี เติบโตมาในสภาพแวดล้อมของทีมแข่งรถของพ่อเขา อีกทั้งยังได้สัมผัสบรรยากาศในสนามแข่ง F1 ตั้งแต่วัยเยาว์ ด้วยความคุ้นเคยนี้เองทำให้เขาเกิดหลงใหลและชื่นชอบในเรื่องของความเร็วมาตั้งแต่เด็กๆ
โดย Kimi จับพวงมาลัยรถโกคาร์ทครั้งแรกในปี 2014 ในวัย 7 ขวบ แถมยังได้ร่วมค่ายซัมเมอร์ของ Automobile Club d’Italia จนเขาฉายแววจนไปเตะตาลูกชายของผู้ก่อตั้งทีม Minardi อันโด่งดัง จนทีมในตำนานนี้กลายมาเป็นต้นสังกัดของเขาและเซ็นสัญญากับ Kimi ตั้งอายุยังไม่ถึง 8 ขวบเต็ม ในวัย 9 ปีเขาก็ได้ฉายแววเจ้าแห่งความเร็วอีกครั้งด้วยการคว้าแชมป์ในรายการ Easykart International Grand Final 2015 มาครอง ทำให้เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Kimi ถึงประสบความสำเร็จในการแข่งขันในวัยเพียง 19 ปี




เดบิวต์สู่โลก Formula กับ Mercedes-AMG
หลายๆ คนคงรู้อยู่แล้วว่า Kimi นั้นอยู่ภายใต้ทีมระดับโลก Mercedes โดยทีมนี้ตัดสินใจคว้าตัวเขาเข้าสู่ครอบครัว Mercedes Junior ตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2019 ในวัยเพียง 12 ปี ซึ่งเขายังเป็นนักแข่งรถโกคาร์ท (Go Kart) อยู่ด้วยซ้ำ ซึ่งปกติแล้วทีม F1 จะจับตามองนักแข่งเมื่อพวกเขาขยับมาขับรถล้อเปิด หรือ Single-Seater ที่ใช้ในการแข่งขันในสนาม F4 และ F3
ภายใต้การดูแลของ Mercedes เขาได้รับเงินสนับสนุน พร้อมการเข้าถึงวิทยาศาสตร์การกีฬาและวิศวกรรมที่ดีอันดับต้นๆ ของโลก เช่น การเปิดคอร์สซ้อมขับรถสูตรล้อเปิดแบบส่วนตัว โดยนำรถ F1 ของทีมรุ่นก่อนหน้ามาให้เขาได้ลองซ้อมเพื่อทำความคุ้นเคยกับความเร็วและแรง G-Force ของรถ F1 และนอกจากเรื่องสกิล Mercedes ยังจัดทีมนักจิตวิทยาการกีฬามาประกบเพื่อดูแลสภาวะจิตใจของ Kimi โดยเฉพาะ เพื่อดูแล Mental Health ของเขาก่อนการเข้าสู่สนาม F1

เส้นทางสู่แชมป์ F1 ในวัย 19 กับการเดินเกมส์อย่างรอบครอบ
การที่ Kimi สร้างสถิติแชมป์ที่อายุน้อยที่สุดของการแข่งขัน Monaco Grand Prix ทำให้เราเห็นว่าการอ่านเกมส์ของ Mercedes นั้นขาดมาก เพราะการคว้าแชมป์ Grand Prix ในวัยเพียง 19 ปี ต้องยกเครดิตให้กับการตัดสินใจของทีมที่ ‘เลื่อนขั้น’ จาก Formula Regional (FRECA) มาขับ Formula 2 (F2) ทันที โดยข้ามการแข่งในระดับ Formula 3 (F3) ไป เพื่อให้เขาลงสนาม F1 ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ซึ่งโดยปกติทั่วไปแล้วนักแข่งที่จะเข้ามาสู่สนาม F2 ได้นั้นจะต้องผ่านการแข่ง F3 มาก่อน แต่เนื่องจาก Mercedes ได้เสียนักแข่งตัวท็อปอย่าง Lewis Hamilton ที่ย้ายไปอยู่กับ Ferrari ทำให้ทีมจะต้องกรูมมิ่ง Kimi ไพ่สำคัญในมือ ให้พร้อมสำหรับสนามแข่งระดับโลกอย่าง F1 ให้เร็วมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สะท้อนให้เห็นว่า Mercedes มั่นใจและเชื่อใจในนักแข่งหนุ่มจากโบโลญาคนนี้มากเพียงใด

อุปสรรคในจุดสตาร์ท สู่ความสำเร็จที่โลกต้องจำ
ดั่งวลีที่ว่า “นักรบย่อมมีบาดแผล” เพราะช่วงแรกในการแข่ง F1 ของ Kimi นั้นทำให้เขารู้ว่าสนามนี้นั้น ‘หิน’ แค่ไหน เพราะนอกจากการคาดหวังจากแฟนๆ และสื่อมวลชนแล้วนั้น Kimi ยังต้องพบกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในเส้นทางอาชีพของเขา เพราะเขาไม่สามารถทำแต้มได้เลยในการแข่งขันติดต่อกันถึง 9 สนาม จนเสียงวิจารณ์จากชาวเน็ตในโลกออนไลน์นั้นบอกว่า “เขายังไม่พร้อม” หรือ “เด็กเกินไป”
แต่ Mercedes และ Kimi ก็เลือกที่ไม่ตอบโต้ แต่กลับแก้เกมส์กับทีมวิศวกรเพื่อวิเคราะห์จุดบกพร่อง พร้อมฝึกซ้อมวันละหลายชั่วโมงเพื่ออุดรอยรั่วของเขา จนเขากลับมาแบบ Top Form ด้วยการคว้าแชมป์อย่างบ้าคลั่ง 5 สนามรวดในปีนี้ ไล่ตั้งแต่ จีน, ญี่ปุ่น, ไมอามี, แคนาดา และล่าสุดที่โมนาโก เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะคือสนามที่ถือว่ายากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก สะท้อนให้เห็นถึงฝีมือ ความนิ่ง และสมาธิของเขาที่ฝึกซ้อมมาอย่างมีระบบ



Toto Wolff ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Kimi
หาก Kimi คือหมากตัวสำคัญของทีม Mercedes คนที่คอยวางเกมส์เดินหมากก็คงหนีไม่พ้น Toto Wolff (Team Principal ของ Mercedes AMG Petronas F1 Team) เขาเปรียบเสมือนวิศวกรผู้ปรับแต่งและควบคุมทิศทาง และยังเป็นคนที่เชื่อในตัว Kimi อย่างไม่มีเงื่อนไขตั้งแต่วันแรก แม้ในช่วงที่ Kimi จะฟอร์มตกและเจอดราม่าหนักหน่วง Toto เลือกที่จะกางปีกปกป้อง ปรับทัศนคติ และมอบความไว้วางใจให้ Kimi แข่งด้วย “สัญชาตญาณดิบ” แลกกับการไม่มีอะไรจะเสีย

Photo: formula1.com


