แต่ละวัฒนธรรมก็ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะของตนเอง เช่นเดียวกับประเพณีและศิลปะในการสร้างสรรค์ผลงาน ที่ในแต่ละประเทศและต่างวัฒนธรรมก็มีแนวความคิดและรูปแบบการสร้างสรรค์ด้วยความโดดเด่นที่แตกต่างกันไป และครั้งนี้เราเองได้มีโอกาสร่วมเดินทางไปกับทริป Grand Seiko Media Experience 2025 เพื่อสัมผัสกับประสบการณ์และวัฒนธรรมเฉพาะตัวในการสร้างสรรค์นาฬิกาตามแบบฉบับของ Grand Seiko พร้อมทั้งชมกระบวนการออกแบบและรังสรรค์นาฬิกาของแบรนด์ ณ ประเทศญี่ปุ่น
การเดินทางครั้งนี้ เราได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานการผลิตถึง 2 แห่งของ Grand Seiko รวมถึงการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์นาฬิกา Seiko Museum ที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านช้อปปิ้งและเขตธุรกิจของกินซ่า อันเป็นที่ตั้งของ Seiko House ดั้งเดิมของบริษัทซึ่งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้า Ginza Wako ด้วยอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของย่านนี้ อย่าง Seiko Clock Tower ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดตึกนับจากแรกเริ่มมาจนถึงปัจจุบัน และได้กลายเป็นไอคอนของย่านสำคัญใจกลางเมือง รวมถึงห้างสรรพสินค้าหรูหราที่มีชื่อเสียงด้านเรือนเวลาแห่งนี้ด้วย

นอกจากนี้ ยังซ่อนตัวไว้ด้วยห้องทำงานดั้งเดิมของประธาน Seiko และที่ตั้งของ Atelier Ginza ห้องปฏิบัติการสร้างสรรค์นาฬิกาสลับซับซ้อนสูงอันโด่งดังของแบรนด์ อย่าง นาฬิกาซับซ้อนด้วยจักรกลตีเสียงบอกเวลาของ Credor Constant Force Tourbillon ซึ่ง ณ ห้องปฏิบัติการนี้ เราได้พบและพูดคุยกับ Takuma Kawauchiya หนึ่งในช่างนาฬิกาและนักออกแบบกลไกผู้มีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จในการพัฒนาและออกแบบ Caliber 9SA5 รวมถึงนาฬิกาสลับซับซ้อนของบริษัท ขณะที่ ณ ห้างสรรพสินค้า Ginza Wako ยังมีศูนย์รวมของเหล่าคนรักนาฬิกาแบรนด์ญี่ปุ่นต้นตำรับ อย่าง Grand Seiko Flagship Boutique Ginza ซึ่งแน่นอนว่าที่นี่มีทั้งความครบครันของเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของแบรนด์ที่บอกเล่าผ่านการจัดแสดงผลงานรุ่นสำคัญจากยุคสมัยต่างๆ ร่วมไปกับคอลเล็กชั่นปัจจุบันของนาฬิกา Grand Seiko และนาฬิการุ่นเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับบูติกแห่งนี้ไว้สำหรับคอยต้อนรับผู้ที่หลงใหลในเรือนเวลาโดยเฉพาะ ทั้งยังสะท้อนถึงแคมเปญ ‘The Gift of Time’ ที่ถ่ายทอดถึงความล้ำค่าจากของขวัญแห่งกาลเวลา ที่นำเสนอผ่านแนวคิดและแนวทางการสร้างสรรค์นาฬิกาตามแบบประเพณีและวัฒนธรรมของ Grand Seiko



The Original Root
ก่อนที่เราจะได้เดินทางเยี่ยมชมโรงงานการผลิตแห่งต่างๆ ในระหว่างทริปนี้ แบรนด์ได้พาเรามาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Seiko Museum Ginza และ Grand Seiko Museum ที่ตั้งอยู่ในย่านกินซ่า หลังย้ายจากสถานที่ดั้งเดิมมาแล้วหลายปี ณ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้นับเป็นไฮไลต์ที่ผู้มาเยือนดินแดนต้นกำเนิดของนาฬิกา Grand Seiko นั้นไม่ควรพลาดแวะมาเยือนสักครั้ง และต้องยอมรับว่า แม้จะไม่ใช่การมาเยี่ยมชมครั้งแรกสำหรับผู้เขียน แต่ทุกๆ ครั้งที่ได้มาเยือน เราก็มักจะได้ค้บพบและเรียนรู้กับข้อมูลใหม่ๆ เสมอ เหมือนกันกับครั้งนี้ ที่ได้รับความรู้ใหม่เกี่ยวกับแนวคิดของการเสาะหาวิธีและรูปแบบในการสร้างสรรค์เครื่องบอกเวลาหลากหลายประเภทมานับตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม ทั้งการอ้างอิงการแสดงเวลาจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ฤดูกาล หรือแม้แต่การเทียบเคียงทางดาราศาสตร์ ซึ่งเหล่านี้ถือเป็นต้นกำเนิดอันสำคัญของจุดเริ่มต้นแห่งวิวัฒนาการการผลิตและสร้างสรรค์นาฬิกาที่ยังคงมีอิทธิพลจวบจนมาถึงยุคปัจจุบัน

ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็นชั้นต่างๆ รวมถึงพื้นที่ของ Grand Seiko Museum บนชั้น 6 ซึ่งแต่ละชั้นเองล้วนบอกเล่าถึงประวัติศาสตร์การรังสรรค์เครื่องบอกเวลาตามแต่ละยุคสมัย ตลอดจนได้พาเราย้อนเวลาเพื่อชมประวัติศาสตร์ของการผลิตนาฬิกาของ Seiko และ Grand Seiko เช่นเดียวกับเครื่องบอกเวลารูปแบบต่างๆ ของญี่ปุ่นนับจากยุคอดีต พร้อมทั้งจัดแสดงตัวอย่างของผลงานรุ่นสำคัญที่สะท้อนถึงวิวัฒนาการการสร้างสรรค์เหล่านั้นไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนานาฬิกาแขวนผนัง นาฬิกาตั้งโต๊ะ นาฬิกาปลุก นาฬิกาข้อมือ นาฬิกาควอตซ์ และนาฬิกากลไกจักรกล เช่นเดียวกับเทคโนโลยีล้ำสมัยของนาฬิกาจับเวลาและนาฬิกาที่ประกอบด้วยฟังก์ชั่นพิเศษต่างๆ สำหรับการใช้งานเฉพาะ อย่างนาฬิกาปลุกเตือน และนาฬิกาจับเวลาที่มีความแม่นยำสูงระดับเสี้ยววินาที
ในโอกาสนี้ เรายังได้พูดคุยกับ Akira Yoshida นักออกแบบนาฬิกา Grand Seiko ถึงกระบวนการการทำงานเพื่อออกแบบ รวมทั้งแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของทีมนักสร้างสรรค์นาฬิกาที่ยังคงรักษาไว้ด้วยเอกลักษณ์และความเป็นต้นตำรับสูง อย่าง Grand Seiko ว่ามีความยากง่ายเพียงใด รวมถึงความสำเร็จล่าสุดที่นาฬิกา Grand Seiko คว้ารางวัล Best of the Best บนเวที Red Dot Design Award 2025 อันน่าภาคภูมิใจมาจากผลงานนาฬิการุ่น Evolution 9 Collection SLGW003 Manual-winding Mechanical Hi-Beat 36000 80 Hours เช่นเดียวกับที่เราอดถามเขาไม่ได้ว่า ถ้าให้เปรียบการออกแบบและสร้างสรรค์นาฬิกา Grand Seiko กับเมนูอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น เขาจะเปรียบกับเมนูใด ซึ่งเขาตอบเราว่า “ผมคิดว่าเป็นซูชิครับ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าซูชินับเป็นเมนูหลักที่สามารถเห็นได้ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น แต่การทำซูชิ จริงๆ แล้วต้องอาศัยทั้งความเป็นต้นตำรับและวัตถุดิบคุณภาพ อย่างปลา ทั้งยังมีความพิถีพิถันที่เปรียบเหมือนกับงานศิลปะซึ่งรังสรรค์ขึ้นโดยช่างฝีมือผู้อยู่เบื้องหลัง และเปลี่ยนส่วนผสมเหล่านี้ให้มีความโดดเด่นด้านสุนทรียะแห่งรสชาติและคุณภาพ นั่นเองที่เป็นแนวคิดเดียวกันกับการสร้างสรรค์นาฬิกา Grand Seiko ที่มีความแตกต่าง ทั้งจากสถานที่ต้นกำเนิดซึ่งนับเป็นหัวใจสำคัญ รวมถึงโดยช่างฝีมือที่อยู่เบื้องหลังผู้สร้างสรรค์ให้เรือนเวลา Grand Seiko มีความพิเศษครับ”
Grand Seiko Museum บนชั้น 6 ของ Seiko Museum Ginza

The Manufactures Visit
ในระหว่างการเดินทางสัมผัสประสบการณ์ของ Grand Seiko ครั้งนี้ ไฮไลต์จริงๆ ย่อมอยู่ที่การได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานการผลิตทั้งที่ Shinshu Watch Studio ภายในโรงงาน Seiko Epson Shiojiri ซึ่งนับเป็นต้นสายการผลิตกลไก Spring Drive Caliber 9R และกลไกควอตซ์ Caliber 9F ซึ่งเป็นกลไกอันมีชื่อเสียงของ Grand Seiko ทั้งจากความสมบูรณ์แบบและประสิทธิภาพ ความสวยงามและความประณีต ความเที่ยงตรงแม่นยำและการผสมผสานเทคโนโลยีการผลิตอันล้ำสมัยในแต่ละกระบวนการการออกแบบ พัฒนาและผลิตกลไกอันซับซ้อนและทันสมัยเหล่านี้ อย่างกลไก Caliber 9R ด้วยคอนเซปต์ของการพัฒนากลไกจักรกลโดยการใช้ควอตซ์ แต่ไม่ใช้แบตเตอรี่ เพื่อช่วยในแง่ของการยกระดับด้านความเที่ยงตรงของกลไก โดยคาลิเบอร์นี้ถือเป็นกลไกจักรกลอัตโนมัติที่มีความเที่ยงตรงสูงถึงระดับ +/-15 วินาทีต่อเดือน หรือ +/-1 วินาทีต่อวัน และยังคงสำรองพลังงานได้นาน 72 ชั่วโมง ขณะที่ด้านกลไกควอตซ์เครื่อง In-house อย่าง Caliber 9F ก็นับเป็นตัวอย่างของผลิตผลอันเป็นเลิศของโรงงานแห่งนี้เช่นกัน โดยเปิดตัวแนะนำเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1993 จากแนวคิดของการพัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับนาฬิกา Grand Seiko ด้วยความเที่ยงตรงสูง +/-10 วินาทีต่อปี ที่ถือว่าสูงกว่ากลไกควอตซ์ทั่วไปซึ่งอยู่ที่ระดับ +/-15 ถึง 20 วินาทีต่อเดือน พร้อมทั้งผสมผสานด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของนาฬิกาและกลไก Caliber 9F ซึ่งประกอบด้วยมือ ทั้งความสามารถในการอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจนสูงด้วยเข็มชี้แบบทึบและยาวจนถึงมาร์กเกอร์บอกเวลาที่ไม่เหมือนใคร


ในโรงงานแห่งนี้ยังเป็นศูนย์รวมของทั้งทีมช่างฝีมือผู้ทำหน้าที่ในการตกแต่งตัวเรือน ชิ้นส่วนนาฬิกาและกลไก ตลอดจนศิลปินผู้รังสรรค์หน้าปัดอันสวยงาม และช่างนาฬิการะดับชั้นครู เช่นในห้อง Micro Artist Studio ที่รวมเหล่าศิลปินช่างที่ร่วมมือกันทำงานบนชิ้นส่วนกลไกขนาดจิ๋วและโครงสร้างอันซับซ้อนซึ่งนำมาสู่ความเที่ยงตรงขั้นสูงและสุนทรียะความสวยงามของนาฬิกา โดยนอกเหนือจากห้องปฏิบัติการของเหล่าช่างนาฬิกาผู้เชี่ยวชาญแล้ว เรายังได้ชมการทำงานของช่างฝีมือผู้ตกแต่งตัวเรือนและกลไก ด้วยเทคนิคและศิลปะการตกแต่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ อย่าง การตกแต่งแบบขัดดุจกระจกเงาที่เรียกว่าการขัดแบบ Zaratsu หรือการตกแต่งชิ้นส่วนอันซับซ้อน อย่างในนาฬิกาสลับซับซ้อนสูง Credor


จากนั้นเราเดินทางต่อไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตนาฬิกากลไกจักรกลสลับซับซ้อนและเรือนเวลาชั้นสูง ณ Grand Seiko Studio Shizukuishi ในเขตจังหวัดอิวาเตะ ที่นับเป็นบ้านอีกแห่งของทีมเหล่าช่างกลไกและช่างนาฬิการะดับมาสเตอร์ โดยโรงงานแห่งนี้เปิดครั้งแรกในปี 2020 ด้วยวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานการผลิตนาฬิกากลไกจักรกลชั้นสูง และกลไกจักรกลชั้นนำระดับโลก อย่าง 9S ของ Grand Seiko โดยทีมช่างนาฬิการะดับมาสเตอร์และช่างฝีมือเอกของแบรนด์ ภายในโรงงานแห่งนี้จึงประกอบด้วยการทำงานหลากหลายขั้นตอน ทั้งการประกอบ ตกแต่ง และติดตั้งกลไก เช่นเดียวกับการประกอบชิ้นส่วนนาฬิกา อย่าง เข็มชี้และสายสำหรับนาฬิกากลไกจักรกล และนาฬิกาไฮเอนด์ของ Grand Seiko

ภายใต้ความโดดเด่นด้านคอนเซปต์ของโรงงานการผลิตที่เน้นความสอดคล้องกลมกลืนกับธรรมชาติและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กระทั่งเคยได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ อย่าง The National Green Factory Awards จาก Tohoku Bureau of Economy, Trade and Industry ในปี 2023 โรงงานการผลิตแห่งนี้รายล้อมไปด้วยสวน Biotope และป่า Waku-Waku พร้อมทั้งฉากหลังที่เป็นวิวทิวทัศน์ของภูเขาอิวาเตะและแม่น้ำชิสุกุอิชิที่ไหลผ่านสตูดิโอ ซึ่งมักเป็นที่มาของแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์และออกแบบลวดลายต่างๆ ทั้งบนหน้าปัดและบนชิ้นส่วนนาฬิกามาแล้ว ขณะที่ชั้นบนยังเป็นเลานจ์ต้อนรับแขกผู้มาเยือนโดยการจัดแสดงผลงานคอลเล็กชั่นต่างๆ ของ Grand Seiko ให้ผู้มาเยือนได้มีโอกาสชื่นชมและสัมผัสกับรายละเอียดของนาฬิกาเหล่านี้ได้อย่างใกล้ชิดด้วย
และหลังการเยี่ยมชม เราได้พบกับ Yuya Tanaka นักออกแบบกลไก 9SA4 ผู้เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของการพัฒนาชิ้นส่วนจักรกลใหม่ อย่าง ‘Wagtail’ Click ซึ่งใช้สำหรับระบบการไขลานด้วยมือออกแบบขึ้นมาใหม่ของกลไก 9S เพื่อเสริมระดับด้านความเที่ยงตรงและประสิทธิภาพการทำงานของกลไกนาฬิกา มาให้ทั้งความรู้และตอบข้อซักถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาและสร้างสรรค์กลไกจักรกลอันมีชื่อเสียงของ Grand Seiko
The President’s Talk
หลังเดินทางไปร่วมสัมผัสประสบการณ์หลากหลายมิติในการผลิตและสร้างสรรค์นาฬิกา Grand Seiko ณ สถานที่สำคัญๆ ของแบรนด์แล้ว เราก็มีโอกาสได้สัมภาษณ์กับ Akio Naito ประธานแห่ง Seiko Watch Corporation ถึงแนวทางการสร้างสรรค์และการทำงานในปัจจุบัน รวมถึงเป้าหมายที่วางไว้ต่อไปในอนาคต

ELLE Men: อะไรคือทิศทางและกลยุทธ์ในการสร้างความเข้มแข็งและการเติบโตให้กับแบรนด์ Grand Seiko ในปัจจุบันและในอนาคตอันใกล้นี้
Naito: ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา Grand Seiko เติบโตอย่างโดดเด่นนอกประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังพิสูจน์ว่าแม้ว่าเราจะเป็นแบรนด์นิช แต่ก็สามารถสร้างชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักได้อย่างแพร่หลายในหมู่นักสะสมและผู้ที่สนใจในเรือนเวลา เป้าหมายของเราหลังจากนี้จึงการเป็นการเพิ่มความตระหนักรู้ในแบรนด์ของเราสู่ตลาดระดับโลกให้มากยิ่งขึ้น รวมถึงขยายชุมชนของผู้ที่ชื่นชมในศิลปะและประเพณีการประดิษฐ์นาฬิกาแบบญี่ปุ่น โดยกลยุทธ์เหล่านี้จะถูกผลักดันผ่านทั้งผลงานนาฬิกา แคมเปญการตลาดและการสื่อสาร ตลอดจนการขยายบูติก Grand Seiko ในเมืองหลักๆ ทั่วโลก ซึ่งบูติกเหล่านี้ยังนับเป็นช่องทางเพื่อให้ผู้คนได้ทำความรู้จักกับแบรนด์ รวมถึงได้ร่วมสัมผัสกับวัฒนธรรม แรงบันดาลใจ ศิลปะและวิศวกรรม งานออกแบบ และความเที่ยงตรงในฐานะเรือนเวลาญี่ปุ่น ที่ล้วนเป็นเรื่องราวเบื้องหลังอันเปี่ยมด้วยคุณค่าและทำให้เรานั้นโดดเด่นและแตกต่างได้อย่างดี
นับตั้งแต่นาฬิการุ่นแรกที่เปิดตัวในปี 1960 Grand Seiko ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นาฬิกาอันประณีตสูงสุด และเดินรอยตามปรัชญาของผู้ก่อตั้งที่ว่า “Always on step ahead of the rest.” ซึ่งเป็นเหมือนเข็มทิศนำทางให้กับเรามาตลอดกว่า 140 ปี ดังนั้น นาฬิกา Grand Seiko ทุกๆ เรือนยังหล่อหลอมไว้ด้วยหัวใจแห่งการประดิษฐ์รังสรรค์นาฬิกา ซึ่งให้ความสำคัญกับความเที่ยงตรง ความสามารถในการอ่านค่าเวลาได้อย่างชัดเจน ความทนทาน ความสะดวกสบายในการใช้งาน และความสวยงาม ซึ่งคุณค่าเหล่านี้จะยังคงเป็นหัวใจของทุกๆ สิ่งที่เราทำ และจะยังคงนำทางเราไปสู่อนาคต
EM: หากพูดถึงนาฬิกาญี่ปุ่นโดยเฉพาะ Grand Seiko คุณคิดว่าอะไรที่ทำให้เรือนเวลาเหล่านี้มีความพิเศษเฉพาะตัวทั้งในแง่ของดีเอ็นเองานฝีมือและประเพณีการประดิษฐ์นาฬิกา
Naito: ผมคิดว่าเป็นแนวคิดที่อยู่ ณ ศูนย์กลางของภาษางานออกแบบและการเล่าเรื่องของเรา ที่เรียกว่า mitate ซึ่งหมายถึงสุนทรียะความสวยงามแบบญี่ปุ่นที่ทำให้เรานั้นแตกต่าง เช่น ภายในสวนหินสไตล์เซน ทรายอาจเป็นตัวแทนของน้ำ หินอาจหมายถึงเกาะต่างๆ ดังนั้น สวนนี้ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงมหาสมุทร แต่มันแค่ชวนให้คุณรู้สึกได้ถึงผืนน้ำและท้องทะเล การเข้าถึงเช่นนี้ได้ฝังลึกอยู่ในงานออกแบบของเราเช่นกัน ยกตัวอย่าง นาฬิการุ่น Spring Drive U.F.A. ที่หน้าปัดของรุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากป่าน้ำแข็งของ Kirigamine Highlands ใกล้ๆ กับสตูดิโอที่นาฬิการุ่นนี้ถูกรังสรรค์ขึ้น ซึ่งแม้ว่าลวดลายของหน้าปัดได้ถอดแบบมาจากต้นไม้ แต่ก็ชวนให้นึกถึงหรือรู้สึกได้ถึงผืนป่าอันหนาวเหน็บที่เป็นต้นกำเนิดของแรงบันดาลใจนั้น ปรัชญาเดียวกันนี้ก็ได้นำมาใช้กับนาฬิการุ่นอื่นๆ อย่าง Snowflake หรือ Cherry Blossoms ของเรา
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่สร้างความโดดเด่นให้กับสุนทรียะความสวยงามของ Grand Seiko คือการเล่นกับแสงและเงา ซึ่งเป็นสัมผัสสไตล์ญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสะท้อนอยู่ในหลากหลายแง่มุมหรือมิติของนาฬิกา Grand Seiko เสมอ โดยเฉพาะผ่านการสร้างสรรค์ตัวเรือนและเทคนิคการตกแต่ง อย่างการขัดพื้นผิวแบบกระจกเงาหรือ Zaratsu อันสวยงาม ทั้งยังสลับด้วยงานขัดด้าน ที่กลายเป็นการแสดงออกถึงแสงและเงาที่ปล่อยประกายแสงและมิติความลุ่มลึกให้กับนาฬิกาทั้งเรือนได้อย่างสมบูรณ์ สัมผัสและความรู้สึกถึงความสวยงามเหล่านี้ยังร่วมแสดงออกถึงความสง่างามอันเรียบง่าย แต่ลึกซึ้งและคมคายในแบบฉบับของการผสมผสานความสวยงามและปรัชญาของญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์อีกด้วย

EM: ถ้าให้นิยามGrand Seiko ใน 3 คำคุณคิดว่าคือคำใด
Naito: ผมขอให้นิยามว่า ‘Dou’, ‘Nature’ และ ‘Functionality’ ครับ เริ่มจาก ‘Dou’ ที่หมายถึงวิธีการทำสิ่งต่างๆ ที่จะนำไปสู่การบรรลุถึงความสมบูรณ์แบบในทุกๆ มิติของความท้าทาย การเสาะหาความสมบูรณ์แบบนี้ยังฝังอยู่ในทุกรูปแบบของงานศิลปะและงานฝีมือของเราทั้งหมด ซึ่งสิ่งนี้สร้างแรงบันดาลใจให้กับช่างนาฬิกาและนักออกแบบของเราในฐานะส่วนผสมผสานของเอกลักษณ์ในนาฬิกา Grand Seiko ต่อด้วย ‘Nature’ ที่สะท้อนถึงปรัชญา ‘The Nature of Time’ ที่เป็น 2 แนวคิดหลัก หนึ่งคือความเชื่อมโยงของประเพณีญี่ปุ่นกับธรรมชาติผ่านงานออกแบบ อย่างหน้าปัด White Birch หรือ Snowflake หรือหน้าปัดที่รังสรรค์โดยได้แรงบันดาลใจมาจากปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างฤดูกาล เช่นเดียวกับธรรมชาติแห่งกาลเวลา ที่นับเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดของนาฬิกา และสุดท้ายคือ ‘Functionality’ ที่อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่านับตั้งแต่นาฬิกา Grand Seiko เรือนแรก ล้วนอุทิศให้กับหัวใจของการประดิษฐ์นาฬิกาที่เป็นคุณค่าหลักของเราเสมอ นั่นคือความเที่ยงตรง ความสามารถในการอ่านค่าได้ชัดเจน ความทนทาน ความสะดวกสบายในการใช้งาน และความสวยงาม เหมือนในนาฬิกากลไก Spring Drive นับตั้งแต่รุ่นดั้งเดิมจนถึงรุ่นปัจจุบัน ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้บรรจบกับความเที่ยงตรงแม่นยำระดับสูงและความสวยงามประณีตที่อยู่เหนือกาลเวลา
บรรยายภาพ
13 Akio Naito ประธานแห่ง Seiko Watch Corporation























