มื่อคุณค่าแห่งภูมิปัญญาเครื่องแต่งกายไทย ผ้าไทย และงานหัตถศิลป์ชั้นสูงได้รับโอกาสนำเสนอในบริบทระดับนานาชาติ แบรนด์ SIRIVANNAVARI จึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté. Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ณ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ผ่านการจัดแสดงผลงานออกแบบเสื้อผ้าและงานปักที่สะท้อนการตีความมรดกการแต่งกายไทยในมิติร่วมสมัยบนเวทีระดับโลกเป็นครั้งแรก


ในโอกาสดังกล่าว SIRIVANNAVARI โดยผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ Princess Sirivannavari Nariratana Rajakanyaสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งทรงมีบทบาทในฐานะองค์อุปถัมภ์การจัดงานนิทรรศการ ได้นำผลงานออกแบบของแบรนด์จำนวน 3 ชุด จัดแสดงภายในห้อง “นักออกแบบไทยร่วมสมัย” พร้อมด้วยผลงานศิลปะงานปักจาก Sirivannavari Atelier & Academy
แนวคิดการออกแบบของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ให้ความสำคัญกับการตีความชุดไทย ทั้งในด้านโครงร่างของเครื่องแต่งกายและการใช้ผ้าไทย ภายใต้บริบทของงานออกแบบสากล ซึ่งถูกนำเสนออย่างต่อเนื่องในทุกคอลเล็กชั่น และจัดแสดงในช่วง Milan Fashion Week ในทุกฤดูกาล สะท้อนความตั้งใจในการเชื่อมโยงอัตลักษณ์ไทยเข้ากับภาษาของแฟชั่นร่วมสมัย
สำหรับผลงานที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté” ได้รับการคัดเลือกร่วมกับภัณฑารักษ์ของ Musée des Arts Décoratifs โดยนำเสนอเครื่องแต่งกาย 3 ชุดที่มีสไตล์แตกต่างกัน ชุดแรกเป็นชุดราตรียาวจากผ้าไหมยกดิ้นของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากชุดไทยโบราณที่มีสไบสองชาย พร้อมงานปักลวดลายกรวยเชิงบนผ้า และการจับเดรปด้านหน้าในลักษณะของชุดไทยพระราชนิยม

ชุดที่สองเป็นเดรสยาวเข้ารูปจากผ้าไหมมัดหมี่ โดดเด่นด้วยรายละเอียดการจับเดรปและการอัดพลีตอย่างประณีต พร้อมงานปักลูกปัดสามมิติในรูปดอกจำปาขาว ซึ่งเป็นดอกไม้ไทยโบราณ ถ่ายทอดรายละเอียดของงานฝีมือผ่านพื้นผิวและมิติของเครื่องแต่งกายอย่างละเอียดอ่อน


ขณะที่ชุดสุดท้ายเป็นแจ็กเก็ตสีขาวซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องแต่งกาย “ราชปะแตน” ของบุรุษ เติมรายละเอียดด้วยงานปักบริเวณแขนในรูปดอกพุดซ้อน ควบคู่กับกระโปรงสั้นจับเดรปทิ้งชาย ซึ่งสะท้อนรูปแบบการนุ่งห่มและการจับผ้าแบบไทยโบราณผ่านมุมมองร่วมสมัย



นิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté. Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมร่วมสัมผัสความงดงามของมรดกทางวัฒนธรรมไทยผ่านเครื่องแต่งกาย งานหัตถศิลป์ และการตีความงานออกแบบร่วมสมัย ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ณ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส
เรียกได้ว่า การร่วมจัดแสดงครั้งนี้จึงไม่เพียงสะท้อนบทบาทของ SIRIVANNAVARI ในการนำเสนอคุณค่าแห่งผ้าไทยและงานหัตถศิลป์ชั้นสูงสู่สายตานานาชาติ หากยังเผยให้เห็นอีกมิติของการตีความมรดกการแต่งกายไทยผ่านภาษาของแฟชั่นร่วมสมัยในบริบทระดับโลก

