พีค-ภีมพล และ เพิร์ล-ศัจกร นักแสดงรุ่นใหม่ที่เติบโตจากความไม่มั่นใจสู่การเข้าใจตัวเอง

การมาบรรจบกันของ เพิร์ล-ศัจกร ฉลาด และ พีค-ภีมพล พาณิชย์ธำรง ในละคร สลักรักในแสงจันทร์ (Love in the Moonlight) ไม่ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนเพียงในแง่เคมีของนักแสดงคู่ใหม่ แต่ยังเผยให้เห็นบางสิ่งที่ลึกกว่านั้น การพบกันของคนสองคนที่ต่างสะสมเครื่องมือทางการแสดงมาอย่างเข้มข้น ทั้งจากห้องเรียน เวิร์กช็อป ประสบการณ์ตรง และการเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง

กระแสตอบรับหลังละครจบลงอย่างสวยงาม ส่งให้ชื่อของทั้งคู่กลายเป็นที่จับตามองอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่แฟนมีตติ้งทั้งในและต่างประเทศ ไปจนถึงการก้าวขึ้นสู่รันเวย์ในโชว์ Boy Scouts ELLE MEN Presented by XPENG บนเวที ELLE Fashion Week อีกบทพิสูจน์เสน่ห์ของนักแสดงรุ่นใหม่ที่ไม่ได้มีดีแค่ภาพลักษณ์

แอลเมนนัดหมายทั้งสองมานั่งพูดคุยกันอย่างจริงจัง ในพื้นที่ของ ELLE MEN Voices เพื่อถ่ายทอดมุมมองชีวิต การเติบโตบนเส้นทางการแสดง และนิยามความรักในแบบของเด็กเจน Z ที่ไม่ได้โรแมนติกเพียงเปลือกนอก แต่ขับเคลื่อนด้วยความเข้าใจตัวเองอย่างแท้จริง

‘พีค-ภีมพล’ จากเด็กขี้อาย สู่การยืนอยู่กลางแสง

“ผมเป็นเด็กผู้ชายธรรมดามาก เรียนโรงเรียนชายล้วน ขี้อาย ไม่ค่อยกล้าพูดกับคนแปลกหน้า” พีคย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้น ก่อนจะก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่ชั้น ม.4 จากการไปเป็นเพื่อนเพื่อน โดยไม่คาดคิดว่าการเวิร์กช็อปการแสดงยาวนานถึง 3 เดือน จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิต

การเรียนการแสดงกลายเป็นการผลักเขาออกจาก Comfort Zone อย่างแท้จริง

“ถ้าผมยังไม่พูด ไม่ express ผมอยู่ตรงนั้นไม่ได้เลย มันบังคับให้ผมกล้า แม้ในใจก็ยังคิดเยอะว่าผมจะดูตลกไหม แต่สุดท้ายก็ต้องลอง”

ซีรีส์เรื่องแรก Make It Right รักออกเดิน เปิดประตูสู่การเป็นนักแสดงเต็มตัว แม้พีคจะไม่เคยหยุดทำงานตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา แต่เขาเลือกเดินเส้นทางอิสระ รับบทบาทหลากหลายทั้งละครเวที ซิทคอม และภาพยนตร์ โดยไม่ยึดติดกับกระแส

“ผมอยากท้าทายตัวเองไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจกับการแสดงของตัวเองจริงๆ”

การกลับมารับบท BL อีกครั้งใน สลักรักในแสงจันทร์ จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่เป็นการตัดสินใจบนประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างเต็มที่

“ผมเตรียมตัวหนักมาก เขียนจดหมายถึงคนที่ตัวละครรัก สร้างความทรงจำในหัวให้ชัด เพราะแสนแก้วเป็นตัวละครที่มีบาดแผลลึก” สำหรับพีค การแสดงไม่ใช่แค่การถ่ายทอดบท แต่คือการเข้าใจมนุษย์

และในอีก 10 ปีข้างหน้า เขามองเห็นตัวเองทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง

“ถ้าไม่ใช่พระเอก ก็คงเป็นพ่อพระเอก แต่ผมอยากลองเป็นผู้กำกับ เขียนบท เล่าเรื่องความรักของคนสองคนให้ลึกขึ้น”

นิยามความรักของพีค

“ความรักคือชีวิต มันอยู่รอบตัวผม เป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนผมให้ใช้ชีวิตต่อไปอย่างสบายใจ”

เพิร์ล-ศัจกร : นักกีฬาที่ค้นพบบทพิสูจน์ใหม่ของชีวิต

ชีวิตของเพิร์ลเริ่มต้นจากจังหวัดพังงา กับเส้นทางนักกีฬาเทนนิสที่จริงจังถึงขั้นได้โควตาเรียนต่อในกรุงเทพฯ “ตอนแรกเล่นกีฬาเพื่อออกกำลังกาย แต่รู้ตัวอีกทีก็ไปแข่งแล้ว”

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาเริ่มตั้งคำถามกับอนาคตนักกีฬาในประเทศไทย และตัดสินใจลองเรียนการแสดง ก่อนจะเข้าร่วมรายการ The Next One และเซ็นสัญญากับช่องวัน

“ตอนแสดงเรื่องแรก ผมไม่เข้าใจภาพรวมเลย จนได้เห็นตัวเองในทีวี ถึงรู้ว่าควรพัฒนาอะไร”

ประสบการณ์จากการทำงานร่วมกับนักแสดงหลากหลายรุ่น ทำให้เพิร์ลค่อยๆ สร้างวิธีการทำงานของตัวเอง การใส่ Background ให้ตัวละครอย่างละเอียด เพื่อให้ ‘ศศิน’ ใน สลักรักในแสงจันทร์ มีชีวิตจริง

“ศศินเป็นคนรักสุดทาง โกรธสุดทาง ไม่เก็บอารมณ์ ซึ่งต่างจากผมที่ค่อนข้างกลางๆ นี่แหละคือความท้าทาย”

กระแสแฟนมีตติ้งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เขามองว่าเป็นเพียง ‘check point’

“มันเป็นสัญญาณที่ดี เป็นกำลังใจ แต่ยังไม่ใช่ความสำเร็จสูงสุด”

ในอีก 10 ปี เพิร์ลมองตัวเองไกลกว่าแค่การแสดง

“ผมอยากเป็น Acting Coach หรือผู้กำกับ อยากเข้าใจมนุษย์ให้ลึกขึ้น”

นิยามความรักของเพิร์ล

“ความรักคือการสื่อสาร ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของ แค่ผมรักกันและเข้าใจกัน ก็พอแล้ว”

Voices of a New Generation

พีคและเพิร์ลอาจเริ่มต้นจากคนละเส้นทาง เด็กขี้อายกับนักกีฬา แต่ทั้งคู่มาบรรจบกันที่จุดเดียวกัน คือความเชื่อว่าการแสดงคือการเรียนรู้มนุษย์ และความรักคือการเติบโตไปพร้อมกัน ในวันที่กระแสอาจเปลี่ยนเร็วพอๆ กับไฟบนเวที สิ่งที่ทำให้เสียงของพวกเขาน่าฟัง ไม่ใช่เพราะดังที่สุด แต่เพราะจริงที่สุด

Similar Articles

More