Words: Papimon Komolphanporn
เมซง Dior มีสายสัมพันธ์กับฮอลลีวูดมาอย่างยาวนาน สำหรับปีนี้ที่ Dior Cruise 2027 มาเยือนถึงนครลอสแอนเจลิส ทางแบรนด์ก็ได้หยิบยืมกลิ่นอายอันลึกลับซึ่งเป็นเสน่ห์ของ ‘ฟิล์มนัวร์’ เข้ามาอยู่ในโชว์ด้วย ทางแอลเมนจึงขอพาผู้อ่านมาทำความรู้จักกับมิติภาพยนตร์เหล่านี้ให้มากขึ้น
ฟิล์มนัวร์คืออะไร
ฟิล์มนัวร์ หรือ Film Noir มาจากภาษาฝรั่งเศสที่แปลตรงตัวว่า ‘ภาพยนตร์ดำ’ เป็นภาพยนตร์ประเภทหนึ่งที่โด่งดังในยุค 1940s-1950s โดยเนื้อหาหลักจะเน้นแสดงด้านมืดและความเทา ๆ ของจิตใจมนุษย์ และมีเอกลักษณ์คือการเป็นภาพยนตร์ขาวดำ ที่การจัดแสงเน้นความมืดและการตัดกันของแสงเงาอย่างชัดเจน ซึ่งจะต่างจากภาพยนตร์ประเภทอื่นๆ อย่าง คอมเมดี้ ที่จะใช้แสงที่สว่างสดใสและเท่ากันทั่วทั้งพื้นที่

แสงเงาที่เล่าเรื่องได้
หนึ่งในเอกลักษณ์ของฟิล์มนัวร์คือ การเล่นแสงเงา ซึ่งได้มาจากนักทำภาพยนตร์ชาวยุโรปที่ย้ายมาอยู่ที่ฮอลลีวู้ดในช่วงที่ลัทธินาซีกำลังเรืองอำนาจ และกลายเป็นเป็นรากฐานของภาพยนตร์ประเภทนี้ โดยเทคนิกนี้ไม่ได้มีหน้าที่แค่สร้างบรรยากาศฉากให้ดูลึกลับตามเนื้อเรื่องที่ ‘หม่นเทา’ อย่างเดียว แต่ยังเป็นองค์ประกอบในการเล่าเรื่องที่คอยปิดบังเงื่อนงำต่าง ๆ ให้สถานการณ์ดูคลุมเครืออีกด้วย

จะสังเกตได้ว่าโชว์ Dior Cruise 2027 มีการใช้แถบเงาพาดทับผนังห้อง นี่เป็นเทคนิกการใช้แสงส่องผ่านมู่ลี่สุดคลาสสิกที่ฟิล์มนัวร์นิยมใช้ เพื่อปลุกเร้าความรู้สึกถูกกักขังหรือความรู้สึกว่ากำลังถูกจับตามองอยู่ โดยครีเอทีฟไดเรกเตอร์ Jonathan Anderson ได้แรงบันดาลใจนี้มาจากภาพยนตร์ของ Alfred Hitchcock ผู้กำกับภาพยนตร์และโปรดิวเซอร์ผู้ครองฉายา ‘เจ้าพ่อแห่งภาพยนตร์ระทึกขวัญ’ จนกลายเป็นดีเทลบนเสื้อโค้ตยาวลุค 38 ที่ปรากฏเป็นแถบเงาอย่างเด่นชัดที่มา: Psycho (1960)


เมื่อฟิล์มนัวร์มีสี
เมื่อหมดยุคภาพยนตร์ขาวดำ ฟิล์มนัวร์ก็มีการพัฒนาตามสีสันที่พึ่งเข้ามากลายเป็น ‘Neo-Noir’ ตั้งแต่ยุคปลาย 1960s เป็นต้นมา ซึ่งยังคงแสงเงาที่ดูสึกลึกลับเอาไว้ แต่เพิ่มเติมด้วยสีที่มอบมิติใหม่กับเรื่องราว อย่าง สีฟ้าโทนเย็นที่สื่อถึงความโศกเศร้าหรือความโดดเดี่ยว สีเขียวและสีส้มที่สร้างความไม่น่าไว้วางใจของสถานการณ์ โดยสีเหล่านี้ได้ปรากฏอยู่ในโชว์เพื่อสร้างบรรยากาศให้เราเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในภาพยนตร์จริง ๆ



ฟิล์มนัวร์ที่น่าติดตาม
สำหรับใครที่ชมโชว์ Dior Cruise 2027 แล้วอยากดื่มด่ำกับภาพยนตร์ฟิล์มนัวร์อย่างถึงรสถึงชาติมากขึ้น ผู้เขียนจึงได้คัดสรรภาพยนตร์ 3 เรื่องมาให้ผู้อ่านได้ไปติดตามรับชมกันต่อ
Stage Fright (1950)

ฟิล์มนัวร์แนวสืบสวนระทึกขวัญ กำกับโดย Hitchcock ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญของคอลเล็กชั่นจากวรรคทองของ Marlene Dietrich นักแสดงหญิงระดับตำนานแห่งยุคทองฮอลลีวูด ที่ว่า “No Dior, No Dietrich!” หรือ “ไม่มีดิออร์ ก็ไม่มีดีทริช”
Sunset Boulevard (1950)

ฟิล์มนัวร์ระดับขึ้นหิ้งที่มอบทั้งความตลกร้ายและจิตวิทยาระทึกขวัญผ่านเรื่องราวของหนุ่มนักเขียนบทภาพยนตร์ผู้หนึ่งได้ถลำลึกสู่ความสัมพันธ์อันแสนอันตรายกับอดีตดาราดังยุคหนังเงียบผู้ซึ่งวาดหวังจะกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่อย่างสมเกียรติอีกครั้ง
The Big Sleep (1946)

ภาพยนตร์แนวสืบสวนสอบสวนที่แสดงถ่ายถอดความลึกลับซ่อนเงื่อนตามแบบฉบับฟิล์มนัวร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผ่านคู่พระนางสุดคลาสสิกของยุคทองฮอลลีวูด Humphrey Bogart และ Lauren Bacall อีกหนึ่งไอคอนระดับตำนานผู้ปรากฏอยู่บนมู้ดบอร์ดคอลเล็กชั่นครูซปีนี้ของ Dior
อ่านเพิ่มเติม Dior Cruise 2027: คัดไฮไลต์สำคัญจากโชว์ที่พาฮอลลีวูดยุคฟิล์มนัวร์กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

