สีสันของฤดูร้อนผสมผสานกับกลิ่นอายแห่งท้องทะเลเมดิเตอร์เรเนียนถ่ายทอดผ่านนาฬิกา Hublot Summer รุ่นใหม่ประจำฤดูกาลนี้  

กลายเป็นธรรมเนียมประจำฤดูกาลในทุกๆ ปี ที่ Hublot ได้หยิบเอาสีสันและไลฟ์สไตล์สนุกๆ ของช่วงเวลาซัมเมอร์มาสร้างสรรค์นาฬิกาแห่งการเฉลิมฉลองมานับตั้งแต่ปี 2017 กับการมอบความมีชีวิตชีวามาสู๋ข้อมือผ่านนาฬิกาที่ต่างก็ได้แรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศแห่งการพักผ่อนคลายในช่วงฤดูร้อนริมทะเลเมดิเตอร์เนียน จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของ Hublot Summer ด้วยผลงานรุ่นใหม่ๆ เหมือนกันกับในปีนี้ ที่แบรนด์ได้หยิบเอาเสน่ห์แห่งสีสันและคลื่นความสนุกมาสู่เรือนเวลาอีกครั้ง 

ไฮไลต์ของนาฬิกาซีรีส์ Hublot Summer Editions ในปีนี้ ได้นำเสนอความโดดเด่นของโทนสีแบบพาสเทลผสมผสานเข้ากับนวัตกรรมวัสดุไอคอนิกที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณ Art of Fusion ของแบรนด์ อย่าง การผสมผสานหลากหลายโทนสีของเซรามิกเฉดพาสเทลซึ่งทั้งนุ่มนวลและสดใส ให้ความรู้สึกถึงการพักผ่อนคลายท่ามกลางสายลมและแสงแดดริมทะเล ขณะเดียวกันก็ยังความโดดเด่นของคุณสมบัติ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญในการผลิตเรือนเวลาเซรามิกคุณภาพระดับสูงที่ Hublot เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเซรามิกสีของวงการมาโดยตลอดนับตั้งแต่ปี 2018 กับการพัฒนาไฮเทคเซรามิกสีขึ้นครั้งแรกของโลก พร้อมด้วยหัวใจของความแข็งแกร่งที่มีมากกว่าเซรามิกทั่วไปถึง 300 วิกเกอร์ส และทนทานต่อรอยขีดข่วน รวมถึงคงความสวยงามของสีสันได้อย่างยาวนาน และการสร้างสรรค์เฉดสีที่ไม่เหมือนแบบใคร นับตั้งแต่เซรามิกโทนสีเข้มจนถึงเฉดสีพาสเทล 

สำหรับฤดูกาลนี้ได้ต้อนรับเฉดสีพาสเทลใหม่ของนาฬิกา Hublot Summer Editions โดยมาในรูปโฉมของ Big Bang Summer 2 รุ่นใหม่ กับเอกลักษ์ของผสานเฉดสีพาสเทลและการออกแบบที่เป็นไอคอนิก ทั้งการผสมผสานของเฉดสีเขียวมิ้นต์ สีชมพู และสีฟ้าสกายบลู ที่ลงตัวในเวอร์ชั่นเรือนเวลาซับซ้อนซึ่งเผยให้เห็นการทำงานของกลไกภายในแบบสเกเลตัน ทั้งกลไก Manufacture Unico Flyback Chronograph ผลิตในโรงงานที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านชิ้นส่วน โครงสร้าง และสัดส่วนของกลไกให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยนับเป็นหนึ่งในกลไกโครโนกราฟแบบอินทิเกรตที่ล้ำสมัยที่สุด พร้อมรวมสิทธิบัตร 5 รายการไว้ในกลไกเดียว ทั้งระบบคลัตช์คู่ ระบบนับนาทีแบบแรงดันคงที่ กลไกล็อคเฟืองแบบไร้แรงเสียดทาน และระบบปรับตั้งบาลานซ์วีล ซึ่งช่วยให้การทำงานของระบบโครโนกราฟราบรื่น แม่นยำ และมีประสิทธิภาพสูง รุ่นซัมเมอร์ใหม่นี้บรรจุอยู่ในตัวเรือนขนาด 42 มม. แบบบสปอร์ตเหมาะสำหรับช่วงเวลาพักผ่อนคลายริมท้องทะเล

ส่วนอีกผลงานสร้างสรรค์ของ Hublot Summer เป็นรุ่นซึ่งขับเคลื่อนด้วยเครื่องกลไกจักรกลอัตโนมัติ HUB6035 ที่ต่อยอดแนวคิดนี้ด้วยโครงสร้างแซฟไฟร์เพื่อเผยให้เห็นกลไกจักรกลอันซับซ้อนภายใน พร้อมทั้งเสริมความโดดเด่นด้วยไมโครโรเตอร์ที่สามารถมองเห็นได้จากด้านหน้าปัด ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการสำรองพลังงานได้ยาวนาน 72 ชั่วโมง โดยผสานความโปร่งใส ความมีมิติ และเอกลักษณ์ของความเที่ยงตรงของกลไกเข้าไว้ด้วยกัน กับการมาในรูปโฉมสง่างามและทันสมัยของตัวเรือนเซรามิกสีพาสเทล ขนาด 44 มม. สำหรับนาฬิกาทั้ง 2 รุ่นใหม่นี้ยังจับคู่มากับสายยางผสมผสานระหว่างสีพาสเทลที่ดูกลมกลืนเข้ากับสไตล์สีสันแห่งซัมเมอร์ของนาฬิกาทั้งเรือน 

ซัมเมอร์ที่ไม่เคยขาดสีสันของ Hublot ยังเติมเต็มด้วยการสร้างสรรค์เฉดสีเซรามิกใหม่ที่สดใสกว่าเดิมในสไตล์สปอร์ตแคชวลมากขึ้นกับนาฬิกา Big Bang ขนาด 33 มม. และ 42 มม. ทำจากเซรามิกสีโมโนโครม 3 เฉดสีใหม่ ทั้งสีพีซ สีมิ้นต์ และสีเพโทรลบลู ซึ่งเน้นความสดใสและผ่อนคลายด้วยลุคพาสเทลที่ยังคงได้แรงบันดาลใจมาจากฤดูร้อน พร้อมด้วยคุณสมบัติของความทนทานและแข็งแกร่งจากวัสดุไฮเทค ทั้งรุ่นแสดงเวลาแบบ 3 เข็มเรียบง่ายที่สามารถสวมใส่ได้หลากหลายโอกาส ตั้งแต่วันหยุดพักผ่อนริมทะเลจนถึงแมตช์กับไลฟ์สไตล์ทันสมัยในชีวิตประจำวัน 

โดยเฉพาะครั้งแรกของ Big Bang ขนาด 33 มม. กับลุคพาสเทลและมาในเวอร์ชั่นไม่ประดับเพชร เพื่อเน้นดีไซน์แบบโมโนโครมและถ่ายทอดสีสันแห่งซัมเมอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และรุ่นซับซ้อนของ Big Bang Titanium Peach Ceramic ที่ขับเคลื่อนด้วยกลไก Unico Flyback Chronograph ในตัวเรือนไทเทเนียม ขนาด 42 มม. เติมลูกเล่นด้วยโทนสีพีซในองค์ประกอบหลักๆ ของนาฬิกา ทั้งขอบตัวเรือน หน้าปัดสเกเลตัน เข็มชี้เวลา และสายยาง ที่สะท้อนถึงความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียดของการออกแบบและสร้างสรรค์เรือนเวลาแห่งซัมเมอร์ได้อย่างไม่ซ้ำแบบใคร  

แนวคิด Hublot Loves Summer ได้ถ่ายทอดผ่านอีกหนึ่งซีรีส์เรือนเวลาประจำฤดูกาลที่สร้างทั้งสีสันและเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานในสไตล์อันเป็นแบบฉบับของ Hublot Summer Editions ได้อย่างมีชีวิตชีวา ที่ไม่เพียงแสดงออกผ่านสีสันเท่านั้น แต่ยังถ่ายทอดได้อย่างดีถึงความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมวัสดุ ความซับซ้อนและแม่นยำ และศิลปะแห่งการผสมผสานอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์  

Similar Articles

More