Words: Thamzien Gamer
หาก Civilization (หรือชื่อเล่นสั้นๆ ว่า Civ) เป็นเพื่อนคนหนึ่ง มันคงประกอบอาชีพคุณครูคาบประวัติศาสตร์ วิชาท่องจำชวนหาว Civ มีความรู้แน่นเอี้ยดระดับเนิร์ดขั้นสุด แต่ว่า Civ ไม่ใช่คนน่าเบื่อ มันเล่าเรื่องได้สนุกมาก โคตรมัน อยู่กับมันได้ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า ประมาณว่าพบกันบ่ายสาม รู้ตัวอีกทีตีสามก็เกิดขึ้นมาแล้ว จะว่าไปอาจเป็นเพราะ Civilization นี่ล่ะ เพื่อนผู้เปลี่ยนมุมมองที่เรามีต่อการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ ประวัติศาสตร์และความน่าเบื่อถูกแยกออกจากกันด้วยสิ้นเชิง
เมื่อจุดหมายของทุกชาติคือการครองโลก

Civilization คือซีรีส์ เกมวางแผนกลยุทธ์แบบเทิร์นเบส (Turn-Based Strategy) ระดับตำนานที่ยังมีชีวิต ภาคแรกจำหน่ายในปี 1991 ตั้งแต่รถเมล์ไทยแลนด์มีพื้นเป็นไม้ จนภาคล่าสุด Civilization VI จำหน่ายในปี 2016 ขณะที่รถเมล์พัฒนาแค่ค่าตั๋ว แต่ทุกอย่างในเกมเติบโตอย่างน่าชื่นใจ ทั้งพิกเซลความงามของภาพ ตลอดจนมิติการเล่น แม้มีความซับซ้อนอยู่บ้าง แต่ก็ถูกย่อยมาอยู่บนระบบที่เข้าใจง่าย
Civilization มีลักษณะเป็นเกมกระดาน 4X (Explore, Expand, Exploit, Exterminate) หรือเกมแนวขยายเมือง สำรวจโลก และไปตีกับชาวบ้าน โดยทั่วไปเกมประเภทนี้มักเป็นเกมบ้าสงครามชวนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เพื่อนบ้าน ซึ่ง Civ ก็ใช่ คุณจะสวมบทผู้นำขวาจัดยึดทุกอย่างบนโลกเพื่อชนะเกมนี้ก็ได้ เพียงแต่ว่าทางเลือกนี้ไม่ใช่คำตอบเดียว การขยายอารยธรรมไม่จำเป็นต้องใช้กำลังเสมอไป ในการชนะเกม 1 กระดาน สามารถทำได้ด้วยความยิ่งใหญ่เชิงซอฟต์พาวเวอร์ ได้แก่การขยายอิทธิพลด้วยวัฒนธรรม ศาสนา และวิทยาศาสตร์ ทางใดทางหนึ่งในนี้ ตัวอย่างเช่นการครองโลกด้วยวิทยาศาสตร์ คือความก้าวหน้าปลดล็อกการวิจัยต่างๆ จนได้เป็นชาติแรกที่ได้ส่งยานสู่อวกาศ


ดูเป็นจุดหมายแสนเรียบง่าย แต่เมื่อขึ้นชื่อว่ามนุษย์แล้วยุ่งยากเสมอ เราเริ่มเกมด้วยการสวมบทบาทผู้นำของแต่ละชาติพันธุ์ โดยผู้นำดังกล่าวล้วนอิงมาจากประวัติศาสตร์จริง ซึ่งผู้นำแต่ละคนและแต่ละชนชาตินั้นมีคุณลักษณะและยูนิตพิเศษแตกต่างกันออกไป ทั้งที่ต้องขอยกตัวอย่างจากภาคที่ 5 กับการสวมบทพ่อขุนรามคำแหงแห่งสยาม มีความสามารถพิเศษคือ พ่อปกครองลูก (ในเกมใช้คำว่า Father Governs Children) รายละเอียดคุณลักษณะคือสยามจะได้อาหาร และค่าวัฒนธรรมจากรัฐอิสระที่เป็นพันธมิตรจะเพิ่มขึ้น 50% ส่วนยูนิตพิเศษคือนักรบคชสาร (Naresuan’s Elephant – หรือต่างชาติคิดว่าเราขี่ช้างกันโดยทั่วไปจริงๆ นะ) ซึ่งจะแข็งแกร่งกว่ายูนิตในเทียร์เดียวกันอย่างอัศวิน
ทั้งนี้ในภาคล่าสุดไม่ได้มีสยามให้เล่นแล้ว (นอกจากมี Mods เพิ่มเติม) แต่มีเพื่อนบ้านชาวแก๊งเอเชียอาค์เนย์เกือบครบเซ็ต ได้แก่ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งขแมร์ ดายัน กิตาร์จาแห่งอินโดนีเซีย และบ่า เจียวแห่งเวียดนาม ความพิเศษของแต่ละชาติพันธุ์ยังอิงกับภูมิศาสตร์ อย่างอินโดนีเซียจะได้เปรียบเมื่อเป็นทางน้ำ หรือยูนิตทหารของเวียดนามมีพลังเพิ่มเมื่อรบในพื้นที่ป่า
เขียนประวัติศาสตร์

เทิร์นที่หนึ่งของกระดานถูกสมมติว่าเป็น 4000 ปีก่อนคริสตกาล (4000 BC) อารยธรรมเริ่มต้นจาก 2 ยูนิต ทหารบกระยะประชิด (Land Malee) หนึ่งหน่วย และผู้ตั้งรกราก (Settle) หนึ่งหน่วย ในเทิร์นแรกนั้นคือการเลือกทำเลที่เหมาะเจาะสำหรับการตั้งเมืองแรก ซึ่งจะกลายเป็นเมืองหลวงของอารยธรรม อย่างเช่น อังกฤษคือลอนดอน ฝรั่งเศสคือปารีส ทั้งนี้บางอารยธรรมมีผู้นำให้เลือกมากกว่า 1 คน อาทิ ญี่ปุ่น หากเลือกโฮโจ โทกิมูเนะ เมืองหลวงจะเป็นเกียวโต แต่ถ้าเลือกโทกูงาวะ อิเอยาซุ เมืองหลวงจะเป็นโตเกียว
ตามสไตล์เกมแนว 4X เทิร์นแรกๆ ไม่ได้มีอะไรให้ทำมากนอกจากขยาย จัดสรรทรัพยากร และสำรวจบริเวณโดยรอบ พอเวลาผ่านไปไม่นานเราจะพบอารยธรรมเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเขตแดนใกล้กันเท่าไหร่ นานาเรื่องราวทั้งงดงามและบัดซบจึงถืออุบัติขึ้น

เมื่อคุณเจออารยธรรมอื่น (ความสนุกอย่างหนึ่งคือเราจะไม่รู้ว่าเพื่อนบ้านหรืออารยธรรมอื่นบนกระดานนี้มีใครบ้าง) สิ่งแรกที่เด้งขึ้นมาคือแอนิเมชั่นแนะนำตัวด้วยภาพแนวการ์ตูนน่ารักๆ หัวโตนิดๆ พร้อมประโยคทักทายชวนตายใจ โดยหารู้ไม่ว่าหากเพื่อนบ้านพบเห็นเมืองของเรามีกองกำลังทหารที่ดูอ่อนแอกว่า จากคนเพิ่งพบเจออาจกลายเป็นอริ ส่งกองกำลังมาเพื่อยึดเมืองต่างๆ ที่เราอุตส่าห์ปลุกปั้นขึ้นมาอย่างเอาใจใส่ ซ้ำร้ายหากโดนยึดไปเรื่อยๆ จนไร้ถิ่นฐาน เมื่อนั้นแปลว่าอารยธรรมของเราถูกลบไปจากหน้าประวัติศาสตร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
จาก 4000 BC จนถึงจบเกมจะแบ่งช่วงอารยธรรมตามยุคสมัย มีทั้งหมด 9 ยุคด้วยกัน ให้พิมพ์ทั้งหมดก็กลัวขี้เกียจอ่าน เอาเป็นว่ายุคสมัยได้ยึดตามตำราประวัติศาสตร์จริงของมนุษย์ เริ่มตั้งแต่ยุคโบราณ (Ancient Era) ไล่ไปจนถึงยุคอนาคต (Future Era) การปลดล็อกเทคโนโลยีต่างๆ ในเกมจะถูกเรียงตามประวัติศาสตร์ การค้นพบหรือการประดิษฐ์สิ่งต่างๆ จะเกี่ยวเนื่องกัน อย่างเช่น ในยุคโบราณมีการทำเหมือง ซึ่งสายเทคโนโลยีเส้นนี้จะแตกไปยังการค้นพบทองแดง เหล็ก ดินปืน ยูนิตจากเดิมที่เป็นนักรบถือกระบองฟลินต์สโตนส์สไตล์ สามารถอัปเกรดเป็นนักดาบในยุคคลาสสิก (Classical Era) หรือเป็นพลปืนคาบศิลาในยุคเรเนสซองส์ และจบด้วยการเป็นทหารราบยานเกราะในยุคอินฟอร์เมชั่น แน่นอนว่าการมียูนิตที่ล้าหลังกว่าจะเป็นปัญหาแน่นอนในยามสงคราม


นอกจากเพื่อนบ้านเจ้าปัญหาที่ไม่ปล่อยให้เราพัฒนาบ้านเมืองอย่างสบายๆ แล้ว ผู้คนในเมืองต่างโหยหาความเจริญและความรื่นรมย์เช่นกัน การค้นพบสิ่งสำคัญบนหน้าประวัติศาสตร์เกมจะให้ Era Score แก่เรา อย่างเช่น การค้นพบศาสนาหรือการสำรวจครบรอบโลก ซึ่งคะแนนตรงนี้มีไว้กดดันให้กระตุ้นการพัฒนาบ้านเมืองอย่างกระเสือกกระสน ไม่ให้ล้าหลังชาวบ้าน เพราะเมื่อถึงเทิร์นที่เปลี่ยนยุคสมัย การมี Era Score ในเกณฑ์ที่สูง เกมจะให้ยุคสมัยถัดไปของเราเป็นยุคทอง (Golden Age) ซึ่งทำให้เรามีข้อได้เปรียบเมื่อเข้ายุคสมัยถัดไป เช่นเดียวกับการมี Era Score ต่ำกว่าเกณฑ์ก็ทำให้อารยธรรมตกอยู่ในยุคมืด (Dark Age) แน่นอนว่ามาพร้อมบทลงโทษอีกเช่นกัน เช่นค่าความจงรักภักดีของประชาชนจะต่ำและเสี่ยงต่อการถูกปฏิวัติตามเมืองต่างๆ
อีกตาแล้วกันน่า

ตั้งแต่ภาคแรกคุณซิด ไมเออร์ ผู้พัฒนาเกมนี้ได้รับเสียงตอบรับจากเกมเมอร์ในทิศทางบวกและลบ บวกคือเกมดีเยี่ยม ส่วนลบคือเกมนี้เป็นภัยต่อเวลา ไม่สามารถหยุดเล่นเกมนี้ได้ตามวาทะ “Just One More Turn”
การครองโลกคือเป้าใหญ่ในการชนะเกม แต่กว่าจะถึงศักราชนั้นในแต่ละเทิร์นมักมีรายละเอียดยิบย่อยเต็มไปหมด สมมติเราคิดว่าจบเทิร์นนี้สร้างสิ่งนี้เสร็จแล้ว ปิดเกมนอนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยเล่นต่อ แต่เปล่า! อยู่ๆ อารยธรรมอื่นไปตีกันเองจนลุกลามเป็นสงครามระหว่างนานาประเทศ กลายเป็นอีเวนต์ที่เราร่วมด้วยโดยไม่รู้ล่วงหน้า ทีนี้จึงอยากรู้ว่าเทิร์นต่อไปมีอะไรเกิดขึ้นอีกไหมนะ หรือจะมีใครมาโจมตีเราหรือเปล่า
ถ้าเกมที่ดีคือเกมที่พาเราไปพักจากโลกจริง ยิ่งคัตออฟได้นานเท่ากับว่าเกมนั้นได้ทำตามวัตถุประสงค์ของมันแล้ว โดยส่วนตัวผู้เขียนนั้นอายุรุ่นราวคราวเดียวกับ Civ พอดิบพอดี ได้เล่นภาค 6 เป็นภาคแรก มีเจตนาเดิมแค่มองหาเกมมาติดแล็ปท็อปไว้เล่นยามว่าง แต่ก็นั้นล่ะ หากนับความคุ้มเป็นชั่วโมงที่อยู่ในเกมนี้คือตกนาทีละไม่ถึงบาท แม้ Civilization VI ตัวเกมหลักจะวางตลาดหลายปีมาแล้ว แต่ก็มี DLC ออกมาเรื่อยๆ อีกทั้งยังเพิ่งถูกบรรจุให้โหลดเล่นใน PlayStation Plus ได้เลย แต่กระนั้นด้วยลักษณะการเล่นของเกม ผู้เขียนขอแนะนำให้เล่นผ่าน PC จะถนัดมือกว่า ต้องขออภัยล่วงหน้าหากเผลอทำใครนอนน้อย แต่ก็ดังคำกล่าวของจอห์น เลนนอนที่ว่า
“The time you enjoy wasting, is not wasted time” ประโยคนี้ขอมอบให้เกมนี้เลย

