Another Side of The Moon อีกด้านของหนุ่มที่ชื่อ แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล

Words: Santichai Apornsri

คงไม่มีใครไม่รู้จักหนุ่มคนนี้ แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล แต่แบมแบมที่คนส่วนใหญ่รู้จัก อาจจะเป็นแบมแบมเวอร์ชันหนุ่ม K-Pop สมาชิกวง GOT7 แต่ครั้งนี้แบมแบมมาในบทบาทของหนุ่ม T-Pop กับอัลบั้มเพลงภาษาไทยอัลบั้มแรกที่สะท้อนตัวตนและความเป็นคนไทยของเขาได้อย่างชัดเจน เป็นอีกหนึ่งด้านที่ Elle Men อยากจะชวนทุกคนไปรู้จักแบมแบมให้มากขึ้น

อัลบั้มล่าสุดของแบมแบมได้พูดถึงเมืองไทยในหลายแง่มุม อยากให้เล่าหน่อยว่าอะไรคือ ‘ตัวตนแบบแบมแบม’ ที่ใส่ลงไปในอัลบั้มและซิงเกิ้ลต่างๆ บ้าง

คือความเป็นไทยครับ แต่ไม่ใช่เมืองไทยที่แบบที่ต่างชาติมักเห็นกันจากโฆษณา ถ้าใครที่ได้ดูมิวสิกวิดีโอของผมก็จะเห็นว่าผมไม่ได้เอาสถานที่ดังๆ มาใส่เท่าไหร่ ภาพจำความเป็นเมืองไทยสำหรับผมจะเป็นแบบชายสี่หมี่เกี๊ยวที่อยู่หน้าเซเว่น หรือถนนเยาวราช สำเพ็ง แม้กระทั่งงานวัดหน้าหมู่บ้านที่ผมเคยไป ทั้งหมดเป็นสถานที่หรือเรื่องราวที่คนไทยดูก็รู้ว่านี่เมืองไทยนะ โดยไม่ต้องมีวัด ลายไทย หรืออื่นๆ ในแบบที่เรานำเสนอกับต่างชาติ แต่คนไทยจะรู้แน่นอนว่านี่คือเมืองไทย ทั้งหมดเป็นสถานที่ที่ผมเคยไป คุ้นเคย เป็นสถานที่ที่อยู่ในความทรงจำของผม 

กระแสตอบรับจากแฟนๆ ต่ออัลบั้มใหม่นี้เป็นอย่างไร และมีฟีดแบ็กไหนที่ทำให้ประทับใจเป็นพิเศษไหม

มีหลายอย่างมากที่ทำให้ผมแฮปปี้มากๆ อย่างแรกก็คิอฟีดแบ๊กจากคนที่ไม่ใช่แฟนคลับของผม ผมชอบอ่านฟีดแบ็กจากคนที่ไม่ใช่แฟนคลับของผมมากว่าเขาคิดยังไงกับผม ส่วนใหญ่เขาจะขอบคุณผมที่เอาความเป็นไทย วงการบันเทิงไทย สไตล์เพลง T-Pop  หรือภาษาไทยออกไปสู่ระดับนานาชาติ ให้คนต่างชาติได้เห็นมากขึ้น อันที่สองที่ผมชอบก็คือคำว่า ‘แบมแบมกู้ชาติ’ ไม่รู้สิครับ ผมว่ามันเท่ดี มันดูยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ก็ยังมีคำชมที่เกี่ยวกับการแสดงของผม และสุดท้ายคือการที่ผมได้ลองออกจากเซฟโซนของตัวเอง ได้ลองอะไรใหม่ๆ ไปร้องเพลงกับพี่เจฟบ้าง พี่อิ๊งบ้าง เต้นกับธามไทบ้าง การได้ไปทำงานกับศิลปินที่มีความแตกต่างหลากหลายจากเราแรกๆ ก็กลัวเหมือนกันนะครับ เช่น พี่เจฟ ก็เป็นสายร้องที่เสียงดีมาก เราก็กลัวว่า เอ๊ะ เราจะถูกหาว่าทำไม่ถึงไหม แต่ผมโชคดีที่สุดท้ายก็ได้รับฟีดแบ็กว่า เอ๊ะ! ก็ทำได้นี่ เสียงอาจจะไม่เหมือนกันแต่ฟังแล้วเข้ากัน ฟีดแบ็กเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกดีมาก เหมือนว่าผมได้รับการยอมรับในฐานะศิลปินมากขึ้น ไม่ใช่แค่ไอดอล ผมรู้สึกโตมากขึ้น และไม่ได้รู้สึกไปเอง คนรอบข้างก็เปลี่ยนไปด้วย จากแต่ก่อนคนจะมองเราเป็นเด็กอยู่ เรียกเราน้องแบมแบม หรือตาหนูๆ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ยินแล้ว สองสามปีที่ผ่านมานี้ ทำให้ผมโตขึ้นมาก เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นครับ 

ในฐานะแอมบาสเดอร์ของ Louis Vuitton บทบาทนี้ส่งผลต่อศิลปะการทำงานหรือสไตล์ของแบมแบมอย่างไรบ้าง

หลังๆ ผมเริ่มเห็นผู้ชายมาคอนเสิร์ตผมมากขึ้นนะครับ และเขาก็จะแต่งตัวคล้ายๆ ผมเลย เสื้อยืดตัวนึงแล้วก็กางเกงยีนส์ขาม้า เอาเสื้อเข้าในกางเกง ใส่เข็มขัดด้วย ดูแล้วเหมือนว่าเขาก็น่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากการแต่งตัวของผมแหละ แต่ผมเองก็ได้แรงบันดาลใจมาจาก Louis Vuitton อีกที แต่จริงๆ ผมขอบใส่กางเกงขาม้ามานานมากแล้วนะครับ แต่พอ Louis Vuitton มาทำกางเกงขาม้าพอดี ก็เลยถูกจริตผมเลย อีกอย่างก็คือด้านดนตรี พอ Pharrell Williams มาเป็นไดเร็กเตอร์ที่ Louis Vuitton ฝั่งเสื้อผ้าผู้ชาย ผมมีโอกาสได้ทำเพลงกับเขาด้วย การได้เป็นแอมบาสเดอร์ของ Louis Vuitton จึงไม่ได้แค่เสริมในด้านแฟชั่นแต่ยังเสริมในด้านดนตรีของผมอีกด้วย อย่างเช่นโชว์เปิดในคอนเสิร์ตของผม ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากแฟชั่นโชว์ของ Louis Vuitton นะครับ ที่ใช้คณะร้องเพลงประสานเสียงเพลงกอสเปล ผมก็ได้แรงบันดาลใจจากตรงนั้น แต่เปลี่ยนจากคณะร้องเพลงประสานเสียงมาเป็นนางรำไทยแทน ผมสังเกตว่าเวลา Louis Vuitton ทำโชว์ เขาก็มักจะเอาวัฒนธรรมจากหลากหลายที่มาใส่ในโชว์ด้วย เราก็เหมือนกัน แต่เราเป็นคนไทย ก็เลยเอาวัฒนธรรมไทยเข้ามาใส่ในโชว์แล้วกัน  

สำหรับการถ่ายแฟชั่นวันนี้ ลุคไหนที่คุณชอบที่สุด และถ้ามีโอกาส แบมแบมคิดว่าจะหยิบลุคนั้นไปใส่ในโอกาสแบบไหน

ผมชอบลุคที่สาม ที่เป็นเชิ้ตข้างในและสเวตเตอร์ผ้านิตข้างนอก กับกางเกงเงาๆ อ้อ… แล้วก็ชุดปกด้วยครับ แต่ถ้าจะใส่อีก ผมอาจจะขอเปลี่ยนกางเกงหน่อย เพราะกางเกงที่ใส่เป็นขาสั้นใช่ไหมครับ แต่ขาผมตะเกียบมาก ขอเปลี่ยนเป็นกางเกงขายาวแล้วกัน 

ในฐานะศิลปินที่มีสไตล์ชัดเจน แฟชั่นมีบทบาทอย่างไรในการสร้างคาแร็กเตอร์และเรื่องราวของเพลงในอัลบั้มนี้

เวลาทำเพลง Louis Vuitton Thailand เป็นห่วงผมมาก เพราะผมช็อปเสื้อผ้าเยอะมากๆ ค่ายก็ห่วงผมเหมือนกัน เพราะเวลาทำอัลบั้ม ผมจะลงทุนกับชุดพอๆ กับลงทุนกับเพลง แต่รอบนี้ผมไม่ได้ลงทุนอะไรเท่าไหร่เลย เพราะผมอยยากใส่อะไรที่แคชวลมากๆ เป็นแบมแบมในชีวิตประจำวัน เสื้อยืดสักตัวก็พอ ซึ่งผิดจากก่อนหน้านี้ที่ผมจะแต่งตัวเต็มมากๆ ผมรู้สึกว่าเพลงสำคัญที่สุด รองลงมาก็คือมิวสิกวิดีโอ คอนเซ็ปต์ การแต่งหน้าทำผม พอเพลงมันมาแบบนี้ เป็นแบบนี้ คอนเซ็ปต์แบบนี้ ภาพของเรามันต้องแมตช์กับเพลง มันจะทำให้คนฟังเข้าใจเพลงมากขึ้นอีกหลายเท่า การแต่งตัวมันเป็นสิ่งที่อธิบายได้เร็วและชัดที่สุด สมมติว่าถ้าเราต้องเจอคนที่ไม่รู้จักเราเลย สิ่งแรกที่เราจะประมวลเราได้ก็คือการแต่งตัว แต่งตัวถูกกาลเทศะ แต่อาจจะใส่ความเป็นเราให้ดูโดดเด่นขึ้นมาหน่อย โดยที่เราไม่ต้องพูดอะไรสักคำ แต่คนก็เข้ามาหาเราเอง เอ๊ะ! เราเป็นใครนะ เป็นศิลปินเหรอ การแต่งตัวอาจจะทำให้คนรู้ว่าเราคาแร็กเตอร์ยังไง 

การกลับมาเล่าเรื่องเมืองไทยผ่านเพลง ทำให้คุณเห็นอะไรใหม่เกี่ยวกับตัวเองหรือบ้านเกิดบ้าง

เป็นอัลบั้มที่ทำให้ผมรู้จักตัวเองมากขึ้นในหลายๆ ด้านเลยนะ และรู้ว่าในอนาคตเราอยากใช้ชีวิตแบบไหน พอเรามาทำเพลงโดยที่ผมไม่ต้องเขียนเนื้อเพลงจากเรื่องแต่งหรือเรื่องสมมติ แต่เขียนจากตัวเอง ในภาษาตัวเอง แต่งตัวไม่ต้องเยอะ แต่งหน้าไม่ต้องเยอะ ผมก็ไม่ต้องทำสี เป็นแบมแบมที่เรียบง่าย ผมชอบตัวเองในลุคนี้นะครับ เพราะมันเป็นตัวเองจริงๆ ถ้ามีคนชอบผมในลุคนี้ผมก็จะรู้สึกแฮปปี้มากๆ เพราะเหมือนเขาชอบผมที่ผมเป็นผมจริงๆ ในขณะที่ผ่านมา ผมแต่งหน้าเต็ม หัวสีดำแดง ใส่ชุดเต็ม ดูเป็นเทพเจ้าอีกา สิ่งนั้นมันดูเป็นคาแร็กเตอร์มากกว่า แต่อัลบั้มนี้มันคือตัวผมแบมแบมที่เป็นแบมแบมจริงๆ 

ตลอดเส้นทางในอุตสาหกรรมทั้งแฟชั่นและดนตรี อะไรคือความท้าทายที่ทำให้แบมแบมเติบโตขึ้นมากที่สุดในปีนี้

ดนตรีกับแฟชั่นทั้งสองอย่างก็เป็นงานสร้างสรรค์เหมือนกัน ผมคิดว่าปีนี้ผมไม่ได้ท้าทายอะไรใหม่ๆ มากนะครับ สิ่งที่ท้าทายอาจจะเป็นเรื่องการได้ลองร้องเพลงในภาษาไทย แต่งเพลงเป็นภาษาไทย ซึ่งตอนแต่งผมก็ไม่ได้นึกถึงเมืองไทยนะ ผมว่าเพลงมันไม่ได้มีภาษาว่าสังกัดประเทศไหน มันฟังได้ทุกคน สำหรับผมมันไม่ใช่ความท้าทาย แต่เป็นตัวเองมากขึ้น เราเห็นตัวเองชัดเจนมากขึ้น ภาพเราชัดเจนมากขึ้น เป็นปีที่ผมคิดว่าชัดเจนมากขึ้นมากกว่าครับ 

Similar Articles

More