Words: Neeraj Kim
ในวันที่ชีวิตเคลื่อนเข้าสู่เลขสาม ตัวตนของ ธามไท แพลงศิลป์ หรือที่คุ้นเคยในชื่อ TIMETHAI ศิลปินและแฟชั่นไอคอนแถวหน้า ได้ผ่านการเจียระไนจากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมบันเทิงมาอย่างเข้มข้น จากเด็กหนุ่มที่เคยโลดแล่นอยู่ภายใต้กรอบและภาพจำของคนอื่น วันนี้เขากลับมาพร้อมกับการรู้จักตัวเองที่เด่นชัดขึ้น และมุมมองที่มีต่อโลกรอบตัวอย่างเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนผ่านของอายุ แต่คือการค้นพบพื้นที่ซึ่งเขาสามารถเป็นเจ้าของ ‘เวลา’ และ ‘ตัวตน’ ได้อย่างอิสระ
ภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูนิ่ง ดิบ และน่าเกรงขาม อาจทำให้หลายคนสร้างกำแพงในการเข้าหาเขา ทว่าในความเป็นจริง ตัวตนเบื้องหลังสปอตไลต์ของธามไทกลับเปี่ยมไปด้วยความเรียบง่ายและเป็นอิสระ ELLE MEN Thailand จะพาไปสำรวจห้วงความคิดของศิลปินหนุ่มในวัย 30 หมาดๆ ผู้นิยามตัวเองว่าเป็นอินโทรเวิร์ตสายชิลล์ที่เลือกใช้ชีวิตในจังหวะของตัวเอง มากกว่าการวิ่งตามกระแสสังคมที่สับสนวุ่นวาย

The Right Time
ธามไทนิยามช่วงเริ่มต้นในวงการว่าเป็น ‘ชีวิตตามสั่ง’ เพราะเป็นคนง่ายๆ อะไรก็ได้ตั้งแต่เด็ก ใครให้ทำอะไรก็ทำตามหน้าที่ แม้จะเคยพยายามนำเสนอไอเดียหรือความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง แต่เมื่อถูกปัดตกไปบ่อยครั้ง ภายใต้บริบทสภาพสังคมรอบตัวในขณะนั้นที่ไม่ได้เปิดกว้างให้กับการเป็นตัวของตัวเองได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาจึงเลือกที่จะปล่อยใจให้ลอยไปตามน้ำและหยุดความคิดที่จะฝืนกระแส “ตอน 20 ไม่ได้ทำอะไร ลอยไปลอยมา ไม่รู้เรื่องในการทำงานอะไรเลย ตั้งแต่อยู่ RS ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะเคยคิดแล้วโดนปัดตก เลยรู้สึกว่าไม่เห็นต้องคิด ช่างมัน”
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาตื่นรู้และเลือกที่จะทลายกำแพงเดิมๆ เกิดขึ้นในวันที่รู้สึกเคว้งคว้างและสับสนกับทิศทางในการทำเพลง จนได้นั่งคุยและรับฟังคำแนะนำจากรุ่นพี่ในวงการอย่าง เต๋า URBOYTJ กลายเป็นแรงผลักดันที่สำคัญต่อเขามาก “พี่เต๋าบอกว่ามันไม่มีใครเหมือนกัน ทำไปก็ไม่ได้แปลว่าจะดังเหมือนเขา เขาทำแบบเราก็ไม่ได้แปลว่าจะทำได้แบบเรา ไม่ต้องไปสนใจใครเลย ตอนนั้นเลยไม่สนใจอะไรแล้ว ทำสิ่งที่อยากทำ แล้วก็เชื่อและทำแบบนี้มาตลอด”
ปัจจุบันธามไทเชื่อว่า ‘พรสวรรค์อย่างเดียวไม่พอ’ แต่สิ่งสำคัญคือการรู้ว่าตัวเองเป็นใครและกำลังจะเล่าอะไรผ่านผลงาน การสร้างสรรค์งานในยุคนี้ต้องอาศัยความเข้าใจในเรื่อง Branding ของตัวเอง รวมถึงการเลือกเอาตัวเองไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เพราะต่อให้มีความสามารถมากเพียงใด แต่หากอยู่ผิดที่ผิดทาง ศักยภาพเหล่านั้นก็อาจไม่มีค่าอะไรเลย เขาจึงยึดหลักการวางคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจนและแตกต่าง อย่างเพลง Hit Me Up ที่ผ่านกระบวนการคิดอย่างถี่ถ้วน โดยเริ่มจากตั้งคำถามว่าตัวเองอยากทำอะไร และสิ่งนั้นเคยมีคนทำมาก่อนหรือยัง หากมีคนเคยทำแล้วก็จะไม่ทำ เพราะเป้าหมายคือการสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นตัวของตัวเองมากที่สุด
Unfiltered Chic
ยิ่งเติบโตขึ้น ธามไทก็ยิ่งเข้าใจและยอมรับในความเป็นอินโทรเวิร์ตของตัวเอง เขามีพื้นที่ส่วนตัวที่ชัดเจน มีมุมที่ชอบความเงียบสงบ และเลือกที่จะใช้ชีวิตให้ง่ายที่สุด โดยซ่อนความชอบไว้ในแฟชั่นและการแต่งตัว จากเมื่อก่อนที่มักปรากฏตัวในลุคเสื้อแขนกุด กางเกงยีนส์ หรือหากแสดงบนเวทีจะเลือกสวมสูท เสื้อหนัง ยีนส์ และเสื้อกล้าม โดยมีแว่นตาเป็นไอเท็มคู่กายที่ต้องใส่ตลอดและขาดไม่ได้ วันนี้ สไตล์ของเขาขยับเข้าใกล้ความเรียบหรูที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและเข้ากับตัวตนในปัจจุบันอย่างแท้จริง
การถ่ายแบบในวันนี้กับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Gucci จึงเป็นเหมือนภาพสะท้อนธามไทในวัย 30 ได้อย่างลงตัวที่สุด เขาเคยแชร์คอลเล็กชั่นนี้ให้เพื่อนดูแล้วบอกว่าอยากได้เสื้อตัวเล็กแบบนี้ เพราะปกติแล้วตามท้องตลาดมักจะเป็นเสื้อตัวใหญ่ ซึ่งเวลาใส่จะทำให้เขาดูตัวเล็กลง “ผมชอบคอลเล็กชั่นนี้มาก เพราะทำไซซ์มาในแบบที่ผมชอบ และไม่ได้มีโลโก้เยอะ ดูเปรี้ยวๆ แบบ Quiet Luxury ซึ่งเท่มาก”เสื้อผ้าทรงพอดีตัวเหล่านี้ยังกลายเป็นแรงผลักดันให้เขาต้องดูแลสุขภาพและรักษารูปร่างตลอดเวลาอีกด้วย
เมื่อถามถึงชิ้นที่เขาหลงรักมากที่สุดในคอลเล็กชั่นนี้ ธามไทเจาะจงไปที่กระเป๋าสีน้ำตาลเป็นชิ้นแรก เป็นชิ้นที่ชอบส่วนตัวเพราะมาในโทนสีเข้ม ไม่ฉูดฉาด งานดีไซน์ของกระเป๋าใบนี้ให้ความรู้สึกดิบๆ ซึ่งเขาเชื่อว่ายิ่งผ่านกาลเวลาและการใช้งานไปนานเท่าไร ก็จะยิ่งทวีความเท่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้นเท่านั้น ส่วนอีกชิ้นที่ชอบไม่แพ้กันคือ แจ็กเกตหนัง ไอเท็มคลาสสิกที่ตรงกับสไตล์ส่วนตัวที่ชอบเสื้อผ้าหนังเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
Controlled Chaos
เมื่อคำว่า ‘เวลา’ ในวัย 30 ถูกนิยามใหม่ให้หมายถึง ‘อิสรภาพ’ ธามไทในวันนี้จึงไม่ใช่เด็กหนุ่มที่รอรับคำสั่งจากใครอีกต่อไป เขาสามารถตัดสินใจทุกอย่างได้ด้วยตัวเองและเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ บทเรียนสำคัญที่สุดที่เขาค้นพบและอยากส่งต่อก็คือ “อย่าไปฝืนอะไรที่เราควบคุมไม่ได้ ทุกคนไม่เหมือนกัน อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร ทำในสิ่งที่เราอยากทำพอ” บนเส้นทางข้างหน้า ไม่ว่าจังหวะชีวิตจะนำพาเขาไปเจอกับอะไร ธามไทพร้อมที่จะก้าวเดินไปเรื่อยๆ ด้วยความมั่นใจและมั่นคงในจุดยืน การเติบโตที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า การเป็นตัวเองในเวลาที่ใช่และในพื้นที่อันเหมาะสม คือกุญแจดอกสำคัญที่เปิดประตูให้ TIMETHAI ได้พบกับชีวิตที่เขาอยากมีจริงๆ










