ในวันที่โลกของ น้ำหอม ไม่ได้ถูกตีกรอบด้วยคำว่า “สำหรับผู้ชาย” หรือ “สำหรับผู้หญิง” อีกต่อไป โดยเฉพาะบรรดาน้ำหอม Niche ที่ไม่ได้ทำการตลาดเพื่อแบ่งเพศ จึงทำให้น้ำหอมประเภทนี้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากมีกลิ่นเฉพาะตัว แตกต่าง และสะท้อนตัวตนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะนอกจากจะโดดเด่นเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบแล้ว หลายแบรนด์ยังให้ความสำคัญกับงานคราฟต์ กลิ่นที่มีมิติ และการเล่าเรื่องผ่านโน้ตกลิ่นได้อย่างน่าสนใจ
ครั้งนี้ ELLE MEN Thailand เลยรวบรวม 10 น้ำหอม Niche ที่มาพร้อมเสน่ห์แบบ Genderless ใช้ได้ทุกเพศ ทุกโอกาส ตั้งแต่กลิ่นสะอาดสดชื่นสำหรับวันสบายๆ ไปจนถึงกลิ่นอบอุ่นลุ่มลึกที่เหมาะกับค่ำคืนพิเศษ
1. Aesop Tacit
Aesop Tacit คือหนึ่งในน้ำหอมกลิ่นซิกเนเจอร์ ที่สะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ชัดเจนที่สุด เปิดกลิ่นแบบสดชื่นด้วย Yuzu และ Citrus ที่ให้ความรู้สึกสะอาด โปร่ง และปลุกพลัง ก่อนจะค่อยๆ เผยกลิ่นสมุนไพรอย่าง Basil และ Clove ที่เพิ่มมิติ Aromatic ตามดีเอ็นเอของแบรนด์ ปิดท้ายด้วย Vetiver ที่ให้ความเขียวแห้งและสุขุม กลิ่นนี้จึงเหมาะกับคนที่ชอบน้ำหอมแนวคลีนแต่ยังมีคาแรกเตอร์ ใช้ได้ตั้งแต่วันทำงานไปจนถึงวันพักผ่อนแบบสบายๆ

2. Chloe Atelier des Fleurs Cedrus
สำหรับใครที่ชอบน้ำหอมแนว Woody ที่ไม่หนักจนเกินไป Chloe Atelier des Fleurs Cedrus คืออีกหนึ่งกลิ่นที่ไม่ควรพลาด ขวดนี้ตีความกลิ่น Cedarwood ออกมาได้อย่างนุ่มนวลและร่วมสมัย ตัวกลิ่นให้สัมผัสสะอาดคล้ายผ้าลินิน พร้อมความ Powdery เบาๆ ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นและเข้าถึงง่าย แม้จะเป็นกลิ่นไม้ แต่ Cedrus จาก Chloe กลับให้ฟีลเรียบหรู ดูแพง และเหมาะกับการใช้เป็น Everyday Scent สำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

3. Creed Silver Mountain Water
ถึงคิวของ Silver Mountain Water อีกหนึ่งกลิ่นระดับไอคอนิกของ Creed ที่หลายคนยกให้เป็นน้ำหอมสะอาดที่ดีที่สุดกลิ่นหนึ่ง ได้แรงบันดาลใจจากอากาศบริสุทธิ์บนเทือกเขาสวิส เปิดด้วย Bergamot และ Mandarin ที่ให้ความสดชื่น ก่อนตามมาด้วย Green Tea และ Blackcurrant ที่เพิ่มความเย็นโปร่งแบบมีระดับ เมื่อกลิ่นเซ็ตตัวจะได้สัมผัสของ Musk และ Sandalwood ที่นุ่ม สะอาด และติดผิวแบบพอดี เป็นน้ำหอมที่หยิบมาใช้ได้แทบทุกสถานการณ์โดยไม่รู้สึกเบื่อ

4. Diptyque L’Eau Papier
Diptyque L’Eau Papier คือน้ำหอมที่ถ่ายทอดกลิ่นของ ‘กระดาษ’ ออกมาได้อย่างละเมียดละไม ผ่าน White Musk, Rice Steam Accord และ Mimosa ที่ให้ความรู้สึกนุ่ม ฟุ้ง และอบอุ่นเหมือนกลิ่นกระดาษใหม่ผสมกับผิวสะอาด จุดเด่นของ L’Eau Papier อยู่ที่ความเบาสบายแต่ยังมีมิติ ทำให้เป็นน้ำหอมแนว Skin Scent ที่ใกล้ชิดผิวและดูแพงแบบไม่ต้องพยายาม เหมาะกับคนที่ชอบกลิ่นมินิมัล เรียบง่าย แต่มีเสน่ห์น่าค้นหา

5. Dries Van Noten Camomille Satin
นอกจากขวดที่สวยเหมือนงานอาร์ต Dries Van Noten Camomille Satin เป็นน้ำหอมที่เล่นกับความคอนทราสต์ได้อย่างน่าสนใจ ระหว่างความละมุนของดอกคาโมมายล์กับความเข้มลึกของ Vanilla และ Musk ตัวกลิ่นเปิดมาด้วยความนุ่มสบายคล้ายชาคาโมมายล์ ก่อนจะค่อยๆ เผยความครีมมี่และอบอุ่นที่ให้ฟีลเซ็กซี่แบบเงียบๆ ตามสไตล์ Dries Van Noten กลิ่นนี้จึงเหมาะกับคนที่ชอบน้ำหอมอบอุ่นแต่ไม่หวานจนเกินไป และสามารถใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

6. Frederic Malle Acne Studios
ผลงานคอลลาบอเรชันระหว่าง Frederic Malle และ Acne Studios ถ่ายทอดภาพของกลิ่นสะอาดโมเดิร์นในแบบแฟชั่นร่วมสมัยได้อย่างชัดเจน เปิดด้วย Aldehydes ที่ให้ความคลีนเย็นคล้ายเสื้อเชิ้ตสีขาวใหม่ๆ ผสมกับ Peach และ Floral Notes ที่เพิ่มความนุ่มละมุน ก่อนจบด้วย Musk และ Vanilla เบาๆ ที่ทำให้กลิ่นติดผิวอย่างมีเสน่ห์ น้ำหอมขวดนี้จึงเป็นกลิ่นที่ให้ฟีลมินิมัล เท่ และดู Effortless ในเวลาเดียวกัน

7. Goldfield & Banks Pacific Rock Moss
Goldfield & Banks Pacific Rock Moss คือกลิ่นที่เหมือนพาคุณไปยืนอยู่ริมชายฝั่งออสเตรเลีย ด้วยความสดชื่นแบบ ‘Aquatic’ ที่โปร่งและสบายตั้งแต่สเปรย์แรก ตัวกลิ่นผสมผสาน Marine Notes เข้ากับ Moss และ Sage ได้อย่างลงตัว ให้ฟีลสะอาด เค็มนิดๆ แบบลมทะเล และมีความเขียวสดชื่นในเวลาเดียวกัน จุดเด่นของ Pacific Rock Moss คือความเบาสบาย ใช้ง่าย และเข้ากับอากาศร้อนชื้นแบบเมืองไทยได้ดีมาก

8. Matière Première Crystal Saffron
สำหรับคนที่อยากลองกลิ่น ‘Saffron’ ในเวอร์ชันที่ทันสมัยและเข้าถึงง่าย Matière Première Crystal Saffron ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะนำความเผ็ดอุ่นของ Saffron มาผสมกับ Musk และ Ambroxan จนได้กลิ่นที่สะอาด โปร่ง และมีความโมเดิร์นมากขึ้น กลิ่นนี้ให้ลุคเรียบโก้ ดูนิ่ง แต่ยังแฝงเสน่ห์ลึกลับ เหมาะกับทั้งลุคทางการและวันสบายๆ ที่อยากเพิ่มความมั่นใจและสเน่ห์ให้ตัวเอง

9. Loewe Iris Root
Loewe Iris Root โดดเด่นด้วยกลิ่น Iris ที่ให้สัมผัส Powdery นุ่มละมุนและดูหรูแบบสุขุม ตั้งแต่ช่วงแรกจะได้กลิ่นสะอาดคล้ายแป้งเนื้อดี ก่อนจะค่อยๆ เผยโทนไม้และ Earthy เบาๆ ที่ช่วยเพิ่มมิติให้กลิ่นดูสุขุมและโตขึ้น ความน่าสนใจของ Iris Root คือแม้จะเป็นกลิ่น Floral แต่กลับให้ความรู้สึก Genderless และใช้ง่าย เหมาะกับคนที่ชอบน้ำหอมเรียบโก้แต่ซ้อน

10. Maison Crivelli Rose Saltifolia
ปิดท้ายกันกับน้ำหอมสุดเก๋จากปารีส Maison Crivelli Rose Saltifolia คือการตีความกลิ่นกุหลาบในมุมใหม่ที่สดชื่นและร่วมสมัยมากขึ้น แทนที่จะเน้นความหวานแบบคลาสสิก กลิ่นนี้กลับเติม Salt Accord และ Marine Notes เข้ามา ทำให้ได้ฟีลเค็มบางๆ คล้ายลมทะเลตัดกับความนุ่มของดอกกุหลาบอย่างลงตัว Rose Saltifolia จึงเป็นน้ำหอมแนว Floral ที่ให้ความรู้สึกสดใส โปร่ง และมีเอกลักษณ์ เหมาะกับคนที่อยากเริ่มต้นใช้น้ำหอมกลิ่นกุหลาบแบบไม่หวานเลี่ยน


