Photos: Getty Images , Courtesy of Audemars Piguet
หากใครได้ชมการแสดงของ Felix สมาชิกวง Stray Kids บนเวที Governors Ball Music Festival ในนครนิวยอร์ก นอกจากพลังการแสดงและสไตล์ที่โดดเด่นแล้ว อีกหนึ่งรายละเอียดที่แฟนนาฬิกาสะดุดตาคือเรือนเวลาบนข้อมือของเขา นั่นคือ Audemars Piguet Royal Oak Selfwinding Chronograph 50th Anniversary หนึ่งในรุ่นพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของคอลเล็กชั่น Royal Oak อันเป็นตำนาน

สำหรับคนที่ไม่ใช่สายสะสมนาฬิกา ชื่อ Royal Oak อาจฟังดูไกลตัว แต่ความจริงแล้วนี่คือนาฬิกาที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในดีไซน์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก และเป็นหนึ่งในต้นแบบของนาฬิกานาฬิกาสปอร์ตระดับลักชัวรี ที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

นาฬิกาที่เปลี่ยนวงการเมื่อ 50 ปีก่อน
ย้อนกลับไปในปี 1972 Audemars Piguet สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการนาฬิกาด้วยการเปิดตัว Royal Oak รุ่นแรก ผลงานการออกแบบของ Gérald Genta ดีไซเนอร์ระดับตำนานผู้ร่างแบบนาฬิกาเรือนนี้ภายในเวลาเพียงคืนเดียว นับเป็นจุดที่ทำให้ Royal Oak แตกต่างจากนาฬิกาหรูในยุคนั้นคือการนำ “สเตนเลสสตีล” ซึ่งมักใช้กับนาฬิกาทั่วไป มาสร้างเป็นนาฬิกาหรูราคาสูงระดับเดียวกับรถยนต์หรูหนึ่งคัน กลายเป็นแนวคิดที่หลายคนมองว่ากล้าบ้าบิ่น แต่สุดท้ายกลับประสบความสำเร็จจนกลายเป็นแรร์ไอเท็มของวงการ

เอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้คนจดจำ Royal Oak ได้ทันทีคือกรอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยม สกรูที่มองเห็นได้บนขอบตัวเรือน และสายโลหะแบบ Integrated Bracelet ที่เชื่อมต่อกับตัวเรือนอย่างไร้รอยต่อ

แล้วรุ่นที่ Felix ใส่พิเศษอย่างไร?
เรือนที่ Felix เลือกสวมใส่คือ Royal Oak Selfwinding Chronograph 50th Anniversary ผลิตขึ้นในปี 2022 เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของคอลเลกชั่น ตัวเรือนและสายผลิตจากทองคำสีกุหลาบ 18K ทั้งเรือน จับคู่กับหน้าปัดสีน้ำเงินเข้มลาย “Grande Tapisserie” ซึ่งเป็นลายตารางสามมิติอันเป็นเอกลักษณ์ของ Royal Oak
แต่รายละเอียดที่ทำให้นักสะสมตามหากันมากที่สุดกลับซ่อนอยู่ด้านหลังตัวเรือน เพราะ AP ได้ออกแบบโรเตอร์หรือชิ้นส่วนที่ใช้สร้างพลังงานให้กลไกอัตโนมัติใหม่เป็นรูปเลข “50” พร้อมสลักโลโก้เฉลิมฉลองครบรอบพิเศษ โดยมีเฉพาะนาฬิกาที่ผลิตในปี 2022 เท่านั้น นั่นหมายความว่า แม้จะเป็น Royal Oak หน้าตาใกล้เคียงกับรุ่นปกติ แต่หากพลิกดูด้านหลังแล้วพบโรเตอร์เลข 50 ก็ถือเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกทันทีว่านี่คือรุ่นแห่งวาระครบรอบสำคัญของแบรนด์

ทำไม Royal Oak ถึงยังได้รับความนิยมหลังผ่านมาครึ่งศตวรรษ?
คำตอบอาจอยู่ที่การเป็นนาฬิกาที่ผสมความสปอร์ตและความหรูหราไว้ในเรือนเดียวได้อย่างลงตัว จากนาฬิกาเพียงรุ่นเดียวในปี 1972 ปัจจุบัน Royal Oak ถูกพัฒนาต่อยอดออกมามากกว่า 500 รุ่น ทั้งแบบสามเข็ม คลาสสิก โครโนกราฟ ปฏิทินถาวร ไปจนถึงรุ่นกลไกซับซ้อนระดับสูง แต่ยังคงรักษาดีเอ็นเอดั้งเดิมเอาไว้ครบถ้วน ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา Royal Oak ยังกลายเป็นนาฬิกาที่อยู่บนข้อมือของศิลปิน นักกีฬา และบุคคลสำคัญทั่วโลก



ราคาเท่าไร?
สำหรับ Audemars Piguet Royal Oak Chronograph 50th Anniversary รุ่นเดียวกับที่ Felix สวมใส่ ซึ่งราคาเปิดตัวอยู่ที่ประมาณ 2.7 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับวัสดุ สีหน้าปัด แน่นอนว่ามูลค่าของมันไม่ได้อยู่แค่ในเรื่องวัสดุหรือกลไกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประวัติศาสตร์กว่า 50 ปีของหนึ่งในนาฬิกาที่เปลี่ยนโฉมหน้าวงการเรือนเวลาของโลกไปตลอดกาล






