KRIST 2026 ปลุกพลังป๊อปร็อกในเพลงของคนที่ไม่อยากเป็นเพื่อนอีกต่อไป

จากภาพลักษณ์หนุ่มอบอุ่นในเพลงรักอย่าง “เติมเธอ (Fill My Heart)” วันนี้ คริส-พีรวัส แสงโพธิรัตน์ กลับมาพร้อมพลังดนตรีที่สดขึ้นและสนุกขึ้นในซิงเกิลใหม่ “ความคิดถึงที่ไม่จำเป็น (Friend Zone)” เพลงป๊อปร็อกที่ชวนศิลปินรุ่นเดียวกันมาร่วมสร้างสีสัน ทั้งการ Featuring และโปรดิวซ์โดย นนน กรภัทร์ เกิดพันธุ์พร้อมเนื้อร้องและทำนองจาก จุง อาเชน  ภายใต้บ้านดนตรีเดียวกันอย่างค่าย RISER MUSIC

ครั้งนี้ ELLE MEN Thailand ชวนคริสมานั่งคุยถึงการเปลี่ยนจังหวะทางดนตรี ความคิดเรื่องความรักแบบเฟรนด์โซน ไปจนถึงพลังใหม่ของตัวเขาในปี 2026

จากเพลงโรแมนติกสู่ป๊อปร็อก อะไรคือแรงผลักดันของการเปลี่ยนจังหวะครั้งนี้

คริสเล่าว่าการเปลี่ยนโทนครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจจะ “เปลี่ยนภาพลักษณ์” โดยตรง แต่เป็นเพราะอยากเล่าเรื่องราวผ่านดนตรีที่หลากหลายมากขึ้น “จริงๆ การปล่อยเพลงมันไม่จำเป็นต้องเป็นเพลงช้าเสมอไปครับ ถ้าเราจะปล่อยเพลงสักเพลง มันแค่ต้องเป็นเพลงที่มีเรื่องราวที่รีเลทกับชีวิตเรา อย่างเพลง ‘เติมเธอ’ มันคือประสบการณ์ความรักดีๆ ที่เราเคยมีมา” แต่สำหรับซิงเกิลใหม่ เขายอมรับว่ามันเป็นจังหวะที่อยากปล่อยพลังอีกด้านออกมา

“ผมรู้สึกว่าเรามีเพลงช้ามาเยอะมากแล้ว แต่แทบจะไม่มีเพลงสนุกๆ เลย ทั้งที่จริงๆ ผมชอบเพลงป๊อปร็อกมาก เป็นแฟนเพลงของศิลปินแนวนี้หลายคน เลยคิดว่าปี 2026 น่าจะเป็นจังหวะดีที่ได้ปล่อยเพลงสนุกๆ แบบนี้ออกมา”

เขายังบอกอีกว่าพลังแบบนี้คือสิ่งที่แฟนๆ ที่ติดตามเขามานานคุ้นเคยดี โดยเฉพาะบนเวที “เวลาเล่นโชว์จริงๆ ผมชอบความมัน ชอบการเล่นกับคนดูมาก แต่ช่วงหลังภาพของเรามันโรแมนติกเกินไป เลยอยากเอาความสนุกกลับมาอีกครั้ง”

ความท้าทายของ POP ROCK ในมุมศิลปิน

แม้แนวเพลงจะไม่ไกลตัว แต่สิ่งที่ท้าทายที่สุดกลับไม่ใช่เรื่องเสียงร้อง “ถ้าในแง่การร้องมันไม่ได้ไกลตัวเลย เพราะผมชอบเพลงร็อกอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ท้าทายจริงๆ คือเรื่องภาพลักษณ์ครับ” การเข้ามากำกับมิวสิกวิดีโอของนนนทำให้โจทย์ของเพลงถูกตีความให้สดขึ้นและวัยรุ่นขึ้นกว่าที่เคย

“นนนอยากให้ภาพของผมดูเป็น Gen Z มากขึ้น ซึ่งมันก็แอบฝืนเหมือนกันนะครับ แต่บรรยากาศในกองถ่ายมันทำให้เราปรับตัวไปตามพลังของทุกคนได้” หนึ่งในสิ่งที่คริสจำได้ดีคือแฟชั่นในเอ็มวีที่ดู “เจนซี” แบบเต็มขั้น “ตอนแรกผมงงมากว่าทำไมต้องใส่เข็มขัดสองอัน เข็มขัดอันเดียวมันไม่พอเหรอ (หัวเราะ) หรือเสื้อที่มีซิปแต่เปิดครึ่งเดียว แบบซิปเกิดมาเหมือนไม่ได้ใช้งาน แต่มันคือแฟชั่นของเด็กยุคนี้ครับ ก็สนุกดีนะ มันทำให้เราได้ลองอะไรใหม่ๆ”

เฟรนด์โซน: ความสัมพันธ์ที่ต้องเสี่ยงมากกว่าเดิม

เนื้อหาของเพลงพูดถึงความรู้สึกของคนที่ “ไม่อยากเป็นเพื่อนแล้ว” ซึ่งคริสยอมรับว่าความสัมพันธ์แบบนี้มีเดิมพันสูงกว่าที่หลายคนคิด “จริงๆ ความแข็งแรงของความรักไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเริ่มต้นจากสถานะไหน แต่ถ้าเป็นการข้ามจากเพื่อนไปเป็นคนรัก ผมว่ามันยากกว่า” เพราะสิ่งที่ต้องแลกไม่ใช่แค่ความรู้สึก “ถ้ามันเวิร์กก็แฮปปี้เอนดิ้ง แต่ถ้ามันไม่เวิร์ก เราอาจเสียทั้งเพื่อน ทั้งความสัมพันธ์นั้นไปเลย ถ้าเป็นผม ผมจะต้องคิดหนักมากว่ามันคุ้มที่จะเสี่ยงไหม”

“ความคิดถึงที่ไม่จำเป็น” ในมุมมองของคริส

สำหรับเขา คำนี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความเศร้าเสมอไป “ความคิดถึงมันห้ามกันไม่ได้ครับ สุดท้ายเราก็คิดถึงอยู่ดี เพียงแต่ว่าเราไม่จำเป็นต้องสื่อสารมันออกไป” เขาอธิบายความรู้สึกนั้นอย่างเรียบง่าย “มันอาจจะไม่จำเป็นสำหรับเขา แต่สำหรับเรา มันยังจำเป็นอยู่”

เคมีการทำงานกับ Nanon

การร่วมงานกับ Nanon Korapat ครั้งนี้ทำให้คริสได้เห็นอีกด้านหนึ่งของเพื่อนสนิท “นนนละเอียดมากในการทำงาน ผมเห็นแพชชั่นของเขาเต็มๆ ตั้งแต่โปรดิวซ์เพลง ไปจนถึงการกำกับเอ็มวี” สิ่งที่ทำให้คริสประทับใจคือความใส่ใจในทุกองค์ประกอบ “เขาดูแลตั้งแต่สตอรี่บอร์ด ซีนในเอ็มวี ไปจนถึงเสื้อผ้าเลยครับ แล้วนางเอกเอ็มวีก็เป็นไอเดียของเขาเองทั้งหมด” คริสหัวเราะก่อนจะสรุปสั้นๆ “เอ็มวีนี้วัยรุ่นแน่นอนครับ เพราะวัยรุ่นเป็นคนทำ”

เพลงที่ใช่ แม้ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนแต่ง

ในช่วงเลือกเพลง คริสบอกว่ามีเดโมเข้ามาหลายเพลงจากโปรดิวเซอร์หลายคน แต่เพลงหนึ่งกลับสะดุดหูเขาทันที

“ตอนแรกผมยังไม่รู้เลยว่าเพลงนี้เป็นของจุง แต่พอฟังแล้วรู้สึกว่าเพลงนี้แหละที่อยากร้อง มันสนุกและเข้าถึงเรา”

ภายหลังเขาจึงรู้ว่าเพลงนี้แต่งโดยจุง อาเชน “มันเหมือนเติมอีกชิ้นหนึ่งให้ผลงานของผมครบมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้มีทั้งเพลงโรแมนติก เพลงเศร้า เพลงช้า แล้วเพลงนี้คือเพลงสนุก”

เติบโตไปพร้อม RISER MUSIC

คริสยังเล่าถึงการเติบโตของ RISER MUSIC ที่เขาอยู่มาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น “ตอนเปิดค่ายใหม่ๆ เรามีกันไม่กี่คนเองครับ แต่ตอนนี้มีศิลปินกว่า 20 คนแล้ว แล้วคอนเสิร์ตก็สามารถขายบัตรหมดหลายรอบในอิมแพ็ค อารีน่าได้”

สำหรับเขา การเติบโตนี้คือแรงผลักดันสำคัญ “ผมรู้สึกว่าเราโตไปพร้อมๆ กัน ค่ายเติบโตแค่ไหน เราก็อยากเติบโตตามไปด้วย และอยากทำเพลงดีๆ ออกมาให้ได้เล่นในคอนเสิร์ตของค่ายอีกหลายครั้ง”

ผู้ชายกับการพยายามเพื่อความรัก

เมื่อถามว่าความพยายามเพื่อความรักควรไปได้ไกลแค่ไหน คริสตอบอย่างตรงไปตรงมา

“ถ้าเป็นผม ผมจะพยายามเต็มที่ที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนึงจะทำได้”

แต่สุดท้าย เขาก็เชื่อว่าสติคือสิ่งสำคัญ

“ถ้าพยายามต่อไปแล้วมันมีโอกาสดีขึ้น ผมก็ยังจะทำ แต่ถ้าพยายามต่อไปแล้วทุกอย่างเริ่มแย่ลง นั่นแหละครับคือจุดที่ควรหยุด”

KRIST เวอร์ชันปี 2026

เมื่อให้เขานิยามตัวเองในปีนี้ คำตอบที่ได้กลับน่าสนใจกว่าที่คิด “ผมอยากเรียกมันว่า ‘Krist Gen Z’” ไม่ใช่เพราะอยากดูเด็กลง แต่เพราะเขาได้ย้อนกลับไปเห็นตัวเองในอดีตอีกครั้ง “ตั้งแต่คอนเสิร์ตของค่าย การถ่ายเอ็มวี หรือการทำงานกับน้องๆ ในค่าย ผมเห็นตัวเองตอนที่อายุเท่าพวกเขา ตอนที่เรายังสนุกกับการทำงานแบบเต็มที่” และปีนี้ เขาอยากกลับไปสัมผัสความรู้สึกนั้นอีกครั้ง “ผมอยากรีเลทกับโมเมนต์แบบนั้นอีกครั้งตลอดทั้งปีครับ”

Similar Articles

More