เพิ่งจบลงหมาดๆ สำหรับงานฉลอง 10th Year Anniversary of Dior Sauvage กับการครองตำแหน่งน้ำหอมกลิ่นคลาสสิกที่ติดอันดับขายดีทั่วโลก และยังเป็นน้ำหอมผู้ชายที่ขายดีอันดับ 1 ในประเทศไทยมาโดยตลอดอีกด้วย
ถ้าคุณคือสาวก Dior Sauvage ตัวจริง ก็จะทราบว่าน้ำหอมกลิ่นนี้ถูกตีความออกมามากมายหลายเวอร์ชัน สะท้อนความแข็งแกร่งและความทรงพลังในหลากหลายมิติ ไล่เรียงตั้งแต่ Sauvage Eau de Toilette, Sauvage Eau de Parfum, Sauvage Parfum, Sauvage Eau Forte มาจนถึงล่าสุด Sauvage Elixir ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคนว่า อยากจะเผยตัวตนของคุณด้วยมู้ดแบบไหน

Dior Sauvage Eau de Toilette น้ำหอมรุ่นคลาสสิกที่เต็มไปด้วยความสดชื่นของมะกรูดคาลาเบรียน ผสานกลิ่นยางไม้อันอบอุ่นของเอเลมี และกลิ่นไอทะเลจางๆ จากแอคคอร์ดแอมบรอกซาน
Dior Sauvage Eau de Parfum มาในเฉดสีน้ำเงินเข้ม ชวนให้นึกถึงช่วงเวลายามพลบค่ำเมื่อดวงตะวันลับขอบฟ้ากับอากาศที่ค่อยๆ ลดอุณหภูมิเย็นลง ทำให้ได้กลิ่นของผืนดินลอยมาจางๆ เป็นการผสานกลิ่นเบอร์กามอทที่เข้มข้น เคล้ากับพัตชูลีอินโดนีเซียและแอ็บโซลูทวานิลลา มอบความรู้สึกเย้ายวนและหนักแน่นในคราวกัน
Dior Sauvage Parfum ชวนดำดิ่งสู่ค่ำคืนอันมืดมิดกับความหอมที่บรรจุในขวดสีน้ำเงินเข้มดุจน้ำหมึก นำเสนอกลิ่นวูดดี้ที่ทรงพลัง เร่าร้อน และเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา เปิดโน้ตแรกด้วยซิตรัสและส้มแมนดาริน ผสานความหอมสไตล์แอนิมัลลิกของถั่วทองก้า ไม้จันทน์หอม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่เชื่อมโยงทุกองค์ประกอบเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
Dior Sauvage Eau Forte ได้รับการขับเน้นกลิ่นให้โดดเด่นขึ้นโดย Francis Kurkdjian ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์น้ำหอม มอบความรู้สึกสดชื่นและใสบริสุทธิ์ดุจสายน้ำในโทนเย็นๆ ด้วยการเบลนด์ความหอมของดอกลาเวนเดอร์เข้ากับเครื่องเทศที่สามารถปลุกทุกประสาทสัมผัสด้วยพลังความหอมอันน่าทึ่ง
Dior Sauvage Elixir ความสดชื่นที่ได้รับการเพิ่มมิติให้เด่นชัดขึ้น ผ่านกลิ่นไม้ที่หอมหวานดุจเหล้าลิเคียวร์ และเอสเซนส์ลาเวนเดอร์ที่เจือเข้ากับความหอมของชะเอมเทศ เป็นการปะทะกันระหว่างกลิ่นหอมทรงพลังที่แตกต่างสุดขั้ว บรรจุในเฉดสีน้ำเงิน Midnight Blue เจือประกายสีแดงอันอบอุ่น

ภายในงานนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ดิออร์ได้เผยขวดน้ำหอม Dior Sauvage (เวอร์ชัน Eau de Toilette, Eau de Parfum และ Parfum ขนาด 30 มล.) พร้อมเคสรุ่นลิมิเต็ดที่อินสไปร์มาจากงานออกแบบไอคอนิกของแบรนด์ โดยถูกดีไซน์ให้เป็นมากกว่าน้ำหอม แต่คือไอเท็มคู่ใจที่สามารถพกพาไปได้ทุกแห่งหนตลอดการเดินทาง


