1. แขกคนดังแถวหน้าร่วมชมโชว์
Benson Boone, Jung Hae-in, Kerem Bürsin, Lucien Laviscount, Alesso, Claudio Santamaria, Marvin Brooks, Aurélien Muller, André Lamoglia และ Pelayo Díaz เข้าร่วมชมโชว์ พร้อมสร้างสีสันให้ฟรอนต์โรว์โดดเด่นไม่แพ้รันเวย์
2. รันเวย์ที่ลบเส้นแบ่งระหว่าง “ผู้ชม” และ “นายแบบ”
หนึ่งในโมเมนต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของโชว์คือเหล่านายแบบที่ลุกขึ้นจากที่นั่งผู้ชม ก่อนก้าวออกสู่รันเวย์จริง ทำให้เส้นแบ่งระหว่างผู้ชมและนายแบบค่อยๆ เลือนหาย พร้อมชวนตั้งคำถามถึงนิยามใหม่ของตัวตนและการแสดงออกของผู้ชายร่วมสมัย
3. เทเลอริ่งยังคงเป็นหัวใจสำคัญ
สูทไหล่ชัด โค้ตกำมะหยี่ และงานตัดเย็บอันประณีตกลายเป็นแกนหลักของคอลเล็กชั่น ถ่ายทอดภาพลักษณ์ผู้ชายแบบ Dolce&Gabbana ผ่านซิลูเอตต์ที่สง่างาม มั่นใจ และเปี่ยมด้วยพลัง



4. เมื่อความคลาสสิกมาพบกับสปอร์ตแวร์
ท่ามกลางลุคทางการอันเนี้ยบคม แบรนด์เลือกสอดแทรกกลิ่นอายสปอร์ตแวร์เพื่อสร้างมิติใหม่ให้กับคอลเล็กชั่น ส่งผลให้ภาพรวมดูร่วมสมัยและเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น

5. “The Portrait of Man” ภาพสะท้อนตัวตนของผู้ชายยุคใหม่
ชื่อคอลเล็กชั่นสะท้อนแนวคิดหลักของโชว์ที่มุ่งสำรวจอัตลักษณ์ ความทรงจำ และบุคลิกอันหลากหลายของผู้ชายแต่ละคน พร้อมส่งสารว่าแฟชั่นในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องยึดติดอยู่กับกรอบหรือแบบแผนเดิมอีกต่อไป

แล้วมาดูกันว่า Dolce&Gabbana จะพาเมนส์แวร์ SS27 เดินหน้าไปในทิศทางใดต่อจากนี้








