LOEWE FOUNDATION Craft Prize 2026 เปิดพื้นที่ใหม่ให้งานคราฟต์ร่วมสมัย ณ สิงคโปร์

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกศิลปะและดีไซน์ รางวัลประจำปีของ LOEWE FOUNDATION อย่าง LOEWE FOUNDATION Craft Prize 2026 ยังคงตอกย้ำบทบาทของงานหัตถศิลป์ในฐานะพื้นที่แห่งการทดลองที่เชื่อมโยงอนาคต ความทรงจำ และนวัตกรรมเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านผลงานผู้เข้ารอบสุดท้าย 30 ชิ้นจากทั่วโลก ซึ่งในปีนี้จัดแสดง ณ National Gallery Singapore พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม ถึง 14 มิถุนายน 2026

National Gallery Singapore

LOEWE FOUNDATION Craft Prize 2026

สำหรับ LOEWE FOUNDATION Craft Prize 2026 ปีนี้ คณะกรรมการมองว่างานคราฟต์ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุ แต่คือบทสนทนาระหว่างความสมดุล ความเปราะบาง และความตึงเครียด พื้นผิวเรียบง่ายถูกแทรกด้วยร่องรอยของการแตกสลาย รูปทรงเรขาคณิตถูกบิดเบือนให้อ่อนโยนขึ้น ขณะที่วัสดุจากธรรมชาติและกระบวนการอย่างการสาน การดัด การย้อม หรือการซ้อนชั้น ต่างสะท้อนวัฏจักรของการเติบโตและการเปลี่ยนผ่านทางวัฒนธรรม ผลงานที่ได้รับคัดเลือกจึงไม่เพียงเฉลิมฉลองทักษะเชิงช่าง แต่ยังวางตำแหน่งให้งานคราฟต์เป็นภาษาร่วมสมัยที่ยังมีชีวิตและพร้อมพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ผู้ชนะ LOEWE FOUNDATION Craft Prize 2026

ผู้คว้ารางวัลใหญ่ประจำปีนี้คือ Jongjin Park ศิลปินเซรามิกชาวเกาหลีใต้จากกรุงโซล ผู้โดดเด่นด้วยแนวทางที่เชื่อมโยงศาสตร์งานคราฟต์เข้ากับ collectible design และการออกแบบร่วมสมัย ผลงานของเขาสะท้อนความแม่นยำทางเทคนิคควบคู่ไปกับมิติทางความคิด จนได้รับการยอมรับในเวทีระดับนานาชาติ ทั้งที่งาน Design Miami, PAD London และ Collect London รวมถึงการร่วมงานกับแบรนด์ลักชัวรีที่ผลักดันเส้นแบ่งระหว่างงานหัตถกรรมดั้งเดิมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้ใกล้กันมากขึ้น

นอกจากรางวัลใหญ่ คณะกรรมการยังมอบรางวัลชมเชยพิเศษให้กับสองผลงานที่สะท้อนพลังของงานคราฟต์ในฐานะภาษาทางวัฒนธรรม หนึ่งในนั้นคือ Graziano Visintin ศิลปินเครื่องประดับชาวอิตาเลียนผู้ทำงานกับทองคำ อีนาเมล และเทคนิคถมดำมาอย่างยาวนาน โดยผลงานของเขาได้รับการยกย่องในวงการเครื่องประดับศิลป์ระดับโลกมาตั้งแต่ทศวรรษ 1980

อีกหนึ่งรางวัลชมเชยตกเป็นของกลุ่ม Baba Tree Master Weavers ร่วมกับดีไซเนอร์ชาวสเปน Álvaro Catalán de Ocón สำหรับผลงาน Frafra Tapestry (2024) สิ่งทอถักทอขนาดใหญ่ที่เปรียบเสมือน “เอกสารทางมานุษยวิทยาที่มีชีวิต” โดยอ้างอิงจากภาพถ่ายทางอากาศของหมู่บ้านดั้งเดิมในภูมิภาค Gurunsi ประเทศกานา โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมถูกออกแบบขึ้นที่กรุงมาดริด ก่อนถูกถ่ายทอดเป็นงานสานด้วยหญ้าช้างทั้งแบบธรรมชาติและย้อมสี ผ่านฝีมือของ Mary Anaba และกลุ่มช่างสานในชุมชน Baba Tree คณะกรรมการชื่นชมการผสานเทคโนโลยีร่วมสมัยเข้ากับภูมิปัญญางานคราฟต์จากบรรพบุรุษ พร้อมยกย่องความร่วมมือข้ามทวีปที่ช่วยบันทึกความทรงจำของวิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมที่กำลังเลือนหาย

Similar Articles

More