แชมเปญไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลอง ความสง่างาม และศิลปะแห่งการใช้ชีวิต ซึ่งไม่มีแบรนด์ใดสะท้อนจิตวิญญาณนี้ได้ดีไปกว่า ‘Krug’ แชมเปญที่ถือกำเนิดจากวิสัยทัศน์ของ Joseph Krug เมื่อกว่าศตวรรษครึ่งที่ผ่านมา และยังคงยืนหยัดในความเป็นเลิศอย่างไม่เปลี่ยนแปลง

ท่ามกลางบรรยากาศดินเนอร์สุดหรูด้วย Krug ที่ล่าสุด Olivier Krug ทายาทรุ่นที่ 6 ของ Krug ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อเป็นเกียรติจัดงานดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ Krug x Flower 2025 ร่วมกับ Nusara (นุสรา) ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งสัญชาติไทยโดย เชฟต้น – ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร Krug Ambassader ร้านแรกของประเทศไทย ที่จะร่วมรังสรรค์เมนูสุดพิเศษที่เสิร์ฟคู่ Krug ในครั้งนี้ด้วย


ในบทสัมภาษณ์พิเศษนี้ Olivier Krug (โอลิวิเยร์ ครุก) ทายาทรุ่นที่หกของตระกูล จะพาเราไปรู้จักกับปรัชญาเบื้องหลังแชมเปญระดับตำนาน สำรวจแนวคิดเรื่อง ‘คุณภาพเหนือปริมาณ’ และค้นพบว่าทำไม Krug จึงเป็นมากกว่าแค่เครื่องดื่ม แต่คือประสบการณ์ที่ตราตรึงในความทรงจำของผู้คนทั่วโลก
คุณมองว่าแชมเปญเป็นสัญลักษณ์ของไลฟ์สไตล์อย่างไร?
ผมคิดว่าแชมเปญเป็นไวน์ที่สง่างามที่สุด เพราะตั้งแต่แรกเลย สีของมันสวยงามมาก ฟองที่อยู่ในแก้วก็ดูหรูหราอย่างยิ่ง และเมื่อคุณได้ลิ้มลอง มันคือไวน์ที่มีความสง่างามที่สุดจริงๆ โดยแชมเปญขึ้นอยู่กับวินเทจ ซึ่งแต่ละปีอาจดีมากหรือน้อย แต่บรรพบุรุษของผมเมื่อ 180 ปีก่อน ตัดสินใจสร้างแชมเปญที่มีเอกลักษณ์ด้านความสง่างามและความเข้มข้น ซึ่งจะมีรสชาติที่เหมือนกันในทุกๆ ปี และสิ่งนี้ยังคงเป็นจริงมาตลอด 180 ปีที่ผ่านมา
ดังนั้น คุณจะบอกว่าคุณรักษามาตรฐานไว้ทุกปีใช่ไหม?
ผมจะไม่ใช้คำว่า “มาตรฐาน” เพราะมาตรฐานอาจอยู่ที่ระดับนี้ (ชี้ให้เห็นระดับหนึ่ง) แต่เรามอบสิ่งที่ดีที่สุดในทุกๆ ปี

แนวคิดสำคัญใดที่จำเป็นในการสร้างสิ่งที่ “ไร้กาลเวลา” เช่นเดียวกับ Krug?
ผมคิดว่าเราไม่ได้วางแผนให้เป็นสิ่งที่ไร้กาลเวลา แต่มันกลายเป็นเช่นนั้นเอง ซึ่งสิ่งนี้มักเกิดขึ้นได้เพราะผู้ก่อตั้งมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และบรรพบุรุษของผม ทวดทวดทวดของผม มีวิสัยทัศน์ที่แน่วแน่ และเรายึดมั่นในสิ่งนั้นมาตั้งแต่ปี 1843
หลักการ “คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ” มีความสำคัญต่อชีวิตของคุณอย่างไร?
ผมคิดว่าชีวิตของผมคือการเลือกสิ่งที่ผมต้องการ และไม่ปล่อยให้สิ่งอื่นมามีอิทธิพล และเมื่อคุณเลือกสิ่งที่คุณต้องการ คุณก็จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุด
ถ้าคุณเปรียบเทียบแชมเปญ Krug กับแนวดนตรีหรือศิลปิน คุณจะเปรียบเทียบกับอะไร?
ผมจะเปรียบเทียบมันกับซิมโฟนีสุดคลาสสิกที่เต็มไปด้วยอารมณ์และใช้เครื่องดนตรีเก่า
มีศิลปะแขนงใดหรือขบวนการทางวัฒนธรรมที่สะท้อนปรัชญาของ Krug ได้ดีที่สุดหรือไม่?
ผมคิดว่าศิลปะการทำอาหารชั้นเลิศใกล้เคียงกับสิ่งที่เราทำมากที่สุด เพราะแนวคิดคือการเลือกสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุด บางครั้งมันก็โดดเด่น บางครั้งมันก็เรียบง่าย แต่สิ่งสำคัญคือการทำให้ทั้งหมดผสานกันอย่างลงตัวและสร้างความสุขให้กับผู้คน
ถ้า Krug เป็นบทกวีหรืองานวรรณกรรม มันจะเล่าเรื่องอะไร?
ผมคงทำเป็นภาพยนตร์ โดยให้ผู้คนเล่าเรื่องราวของครั้งแรกที่พวกเขาได้ลอง Krug เพราะหลายคนเมื่อได้ลิ้มลอง Krug ครั้งแรก พวกเขาอาจไม่รู้จักชื่อแบรนด์เลย แต่มันคือเรื่องของรสชาติและความรู้สึก และแชมเปญของเราสื่อสารกับประสาทสัมผัสได้อย่างลึกซึ้งจนผู้คนจดจำช่วงเวลานั้นได้เสมอ ทุกวันและบางทีคืนนี้ ผมก็คงได้ยินใครบางคนพูดว่า “โอ้ มงซิเออร์ ครุก ให้ผมเล่าให้ฟังถึงครั้งแรกที่ผมได้ลอง Krug นะ” โดยที่ผมยังไม่ต้องถามเลย

