RETROSPECT ‘นักประดิษฐ์’ เมื่อความเจ็บปวดถูกออกแบบด้วยคำพูด

Photograher: Pathomporn Phueakphud

การกลับมาของ Retrospect ครั้งนี้ ไม่ได้มาเพียงเพื่อระลึกถึงอดีต แต่เพื่อสะท้อนความจริงของอารมณ์ผ่านซิงเกิลใหม่ นักประดิษฐ์ บทเพลงที่พูดถึงการประดิษฐ์คำพูด เพื่อทำให้การจากลาเจ็บน้อยลง แต่กลับยิ่งทิ่มแทงหัวใจมากกว่าเดิม

จุดเริ่มต้นของ ‘นักประดิษฐ์’

“มันมาจากหลายเหตุการณ์ในชีวิตครับ” เก้า นักร้องนำของ Retrospect เริ่มเล่า “บางทีมันก็เป็นเรื่องของเราจริงๆ บางทีก็เป็นสิ่งที่เราเห็นรอบตัว อย่างเวลาคนบอกลากันด้วยคำพูดดีๆ ทั้งที่ข้างในเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว คำพูดแบบนั้นมันยิ่งทำให้เจ็บกว่าเดิมอีก”

สำหรับเขา เพลงนี้คือภาพแทนของ “คนที่สร้างคำพูดให้ดูดี” เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกผิด เหมือนการสร้างภาพเพื่อให้การจากลาเป็นสิ่งสวยงาม ทั้งที่ความจริงแล้วมันคือการหลอกตัวเอง

จาก ‘คำในเพลง’ สู่ ‘ชื่อนักประดิษฐ์’

ชื่อเพลง นักประดิษฐ์ เกิดจากบทสนทนาระหว่างสมาชิกในวง โดยเก้าเล่าว่า “ในเนื้อเพลงมันมีคำว่า ‘ประดิษฐ์’ อยู่ในร่างแรก แล้วพี่บอมก็พูดขึ้นมาว่า ‘นักประดิษฐ์ดิ’ ตอนแรกเรายังลังเลว่ามันดูไม่เหมือนชื่อเพลงของเราเลย แต่พอยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันน่าสนใจ เพราะมันทั้งเสียดสี ทั้งกัดเบาๆ เหมือนอารมณ์ของเพลงเลยครับ”

คน ‘ประดิษฐ์คำพูด’ ในภาพจำของเก้า

เมื่อถามว่าภาพของคนที่ “ประดิษฐ์คำพูดบอกลา” ในหัวของเขาเป็นแบบไหน เก้าตอบพร้อมหัวเราะเบาๆ “พูดออกมาตรงๆ มันจะดูจั๊กจี้นิดนึงครับ แต่ผมว่าทุกคนเคยเจอ คนที่พูดดีเพื่อกลบความจริง อย่างเวลาถูกไล่ออกจากงานแต่คนพูดพยายามหาคำให้ดูดี ทั้งที่เรารู้ว่าเขาแค่ไม่อยากเป็นคนผิด มันมีอยู่รอบตัวเราเต็มไปหมดเลย”

การร่วมงานกับพี่โปที่เปลี่ยนมุมมองการเล่าเรื่อง

“พี่โปเข้ามาช่วยเรียงโครงสร้างเพลงใหม่ครับ บางท่อนเขาย้ายขึ้นก่อน บางท่อนเลื่อนไปหลัง เหมือนเอาวัตถุดิบที่เรามีมาจัดใหม่ให้ลงตัว” เก้าเล่า “สิ่งที่ผมชอบคือเขาให้เพลงเริ่มแบบกลางเรื่อง เหมือนหนังที่ไม่ต้องเล่า 1–10 ตามลำดับ แต่ให้คนค่อยๆ เข้าใจเอง ซึ่งทำให้เพลงนี้พิเศษกว่างานอื่นๆ ที่ผมเคยเขียน” นอกจากนี้ พี่บอม ยังเป็นผู้เติมท่อนภาษาอังกฤษที่ช่วยให้เพลงดูมีเลเยอร์มากขึ้นด้วย

ดนตรีที่เด็กลง แต่เฉียบคมกว่าเดิม

“ส่วนใหญ่เราจะได้ยินว่าศิลปินโตขึ้น” เก้าหัวเราะ “แต่เพลงนี้เราตั้งใจแทงสวนเลยครับ เพราะมันกลับดูเด็กลง มีความย่อยง่าย แต่ยังคงรายละเอียดแบบ Retrospect ไว้อยู่ครบ”

สมาชิกในวงต่างเห็นตรงกันว่า นักประดิษฐ์ คือเพลงที่มีจังหวะโยกง่าย เข้าใจง่าย แต่ซ่อนความเจ็บไว้ในเนื้อเพลง “มีความ swing ดูเซ็กซี่” พวกเขาว่าอย่างนั้น

MV นักประดิษฐ์ ห้องทดลองไซไฟและการบอกลาไม่รู้จบ

สำหรับมิวสิกวิดีโอ วงเลือกใช้คอนเซ็ปต์ ไซไฟ ห้องทดลองลึกลับ ที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง Mickey 17 (โรเบิร์ต แพททินสัน แสดงนำ)
“ไอเดียคือผู้หญิงคนหนึ่งสร้างร่างโคลนของผู้ชายหลายคนขึ้นมา เพื่อทดลองคำพูดบอกลา แล้วดูว่าคำแบบไหนทำให้เธอรู้สึกดีที่สุด” เก้าอธิบาย “เราชอบแนวคิดที่ว่าความเสียใจมันเกิดซ้ำได้ กด shutdown แล้วเริ่มใหม่ เหมือนความสัมพันธ์ที่ตายแล้วตายอีก”

MV เต็มไปด้วย “รหัสหนัง” ที่แฟนๆ ของวงต้องดูซ้ำเพื่อจับดีเทล “เราชอบซ่อนหนังไว้ในแต่ละซีน” เขายิ้ม “มันเหมือนการแอบใส่ Easter Egg สำหรับคนที่อินในคอนเซ็ปต์เดียวกัน”

ความรู้สึกที่อยากส่งต่อ

“เราอยากให้คนฟังรู้สึกกับมันจริงๆ” น็อต หนึ่งในสมาชิกพูด “บางเรื่องเราคิดว่าเราชินกับมันแล้ว แต่พอเพลงหนึ่ง เพลงเดียวอาจทำให้เราฉุกคิดขึ้นมาได้ ว่ามันยังอยู่ในใจเราเสมอ”

หนึ่งประโยคที่สรุปหัวใจของ Retrospect

เมื่อถามว่าประโยคไหนในเพลงที่นิยามความเป็น Retrospect ได้ชัดที่สุด เก้าเลือกโดยไม่ต้องคิดนาน

“เก็บปากเธอไว้ ถ้ามันไม่รู้จะพูดอะไร”

“บางทีความเงียบมันดีกว่าการพูดอะไรที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย โดยเฉพาะจากคนที่เป็นต้นเหตุของความพังนั่นแหละ”

ทิศทางใหม่ของวงในอัลบั้มถัดไป

“อัลบั้มใหม่นี้จะหลากหลายที่สุดของเราเลยครับ” วงตอบพร้อมกัน “เราไม่ได้จำกัดตัวเองแค่แนวเดียวเหมือนแต่ก่อน เพราะทุกวันนี้ดนตรีมันเปิดกว้างมากขึ้น เพลงร็อกก็จับมือกับอิเล็กทรอนิกส์ เพลงป๊อปก็ใส่แจ๊สลงไปได้หมด เราเลยอยากให้ Retrospect กลายเป็นพื้นที่ที่ปลดปล่อยความคิดทางดนตรีได้เต็มที่ โดยไม่ทิ้งตัวตนของเรา”‘นักประดิษฐ์’ โดย Retrospect คือเพลงที่แสดงให้เห็นว่า ‘การโตขึ้น’ ไม่จำเป็นต้องหมายถึง ‘การแก่ขึ้น’  บางครั้งการย้อนกลับไปหาความรู้สึกดิบแบบวัยรุ่น อาจเป็นสิ่งที่ทำให้เราจริงที่สุดอีกครั้ง

Similar Articles

More