F1 ไม่ใช่ความฝัน แต่มันคือแผนชีวิตของเอ็นโซ่ ธารวณิชกุล

ในวัยเพียง 16 ปี เอ็นโซ่-สุภาวีระ ธารวณิชกุล ได้จารึกชื่อของตัวเองในหน้าประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตไทย จากเด็กชายที่ได้รับรถโกคาร์ทคันแรกเป็นของขวัญเมื่อในวัย 3 ขวบ สู่การคว้าแชมป์โลกโกคาร์ทรุ่นเยาวชนด้วยอายุเพียง 13 ปีเท่านั้น

และในวันนี้ เขาคือนักแข่งชาวไทยคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสู่ทีม Red Bull Junior เส้นทางเดียวกับนักแข่งระดับตำนานอย่าง Sebastian Vettel (เซบาสเตียน เวทเทล) ยอดนักขับชาวเยอรมัน เจ้าของแชมป์โลกรถแข่งฟอร์มูล่าวัน 4 สมัย ​​และ Max Verstappen (แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน) ยอดนักขับชาวดัตช์สังกัดทีม Red Bull Racing ในอันดับที่ 1

บางคนอาจรู้ตั้งแต่ยังเด็กว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเริ่มลงมือทำตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียนเหมือนกับเอ็นโซ่ เขาไม่เคยลังเลกับเส้นทางที่เลือก และไม่เคยหันหลังกลับแม้เพียงครั้งเดียว

แม้หลายคนเพิ่งได้ยินชื่อ ‘เอ็นโซ่’ เป็นครั้งแรกในปี 2024 จากการลงแข่งในรายการ Formula 4 กับทีมสัญชาติสเปน Campos Racing แต่ในหมู่คนรักความเร็ว ชื่อของเขาคือ ‘อนาคต’ ที่ชัดเจนของวงการ

เป้าหมายของเขาไม่ใช่แค่การลงแข่งในสนามระดับโลก แต่คือการชูธงชาติไทยบนโพเดียม Formula 1 เส้นทางของเขาเริ่มจากสนามแข่งในบ้านเรา ก่อนขยับขึ้นมาเก็บประสบการณ์ในระดับภูมิภาค และตัดสินใจบินไปยุโรปในวัยยังไม่ถึง 13 ปี จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาเลือกจริงจังกับการเป็นนักแข่ง

“พอได้ลองแข่งที่ยุโรป ผมรู้เลยว่าชอบมาก จากนั้นก็เริ่มลงสนามอีกเรื่อยๆ ตั้งแต่รายการ Formula 4, Formula 3 และเป้าหมายก็คือ Formula 1” 

เส้นทางของเอ็นโซ่เต็มไปด้วยถ้วยรางวัลและความท้าทาย เริ่มจากแชมป์โกคาร์ทประเทศไทย สะสมแชมป์ระดับภูมิภาค ก่อนจะก้าวขึ้นไปคว้าถ้วยใหญ่ในยุโรป “รางวัลแรกคือแชมป์ Thailand Super Kart ผมได้มาหลายรายการภายในปีเดียว ส่วนถ้วยล่าสุดคือแชมป์สนามบาร์เซโลนา และรางวัลที่ยากที่สุดคือแชมป์โลกในการแข่งขัน World Championship ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีคนไทยคว้าแชมป์ในรายการนี้”

ความสำเร็จเหล่านี้ไม่ได้มาเพราะโชค แต่เกิดจากการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง ทั้งในโรงยิม การวิเคราะห์ข้อมูลรถ การขับจำลองด้วยระบบซิมูเลเตอร์ ไปจนถึงการลงซ้อมจริงในสนามที่กินเวลาเป็นวันๆ “ทุกวันมีอะไรให้เรียนรู้เสมอ ตื่นมาวันนี้ก็มีอะไรบางอย่างที่เราอยากทำให้ดีขึ้น มันเป็นการพัฒนาที่ต่อเนื่อง”

เมื่อถามว่าอะไรคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการแข่งขันทุกครั้ง เอ็นโซ่ตอบชัดโดยไม่ต้องคิดนาน “สิ่งสำคัญที่สุดคือสภาพจิตใจ ต้องกระหายชัยชนะ ต้องคิดแบบคนที่อยากชนะเสมอ แล้วก็แน่นอนครับ รถกับหมวกกันน็อคก็สำคัญที่สุด เพราะถ้าไม่มีสองสิ่งนี้ก็ขับไม่ได้และไม่ปลอดภัย”

แม้นอกสนามเขาจะถอดหมวกกันน็อคออก แต่สไตล์การแต่งตัวของเอ็นโซ่ก็ยังสะท้อนความเป็นตัวเองอย่างชัดเจน “ผมแต่งตัวแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ชอบอะไรที่เรียบง่าย สบายๆ เสื้อยืดกับกางเกง ใส่กับรองเท้าผ้าใบ บางทีก็ใส่หมวก ไม่ดูหรูหรือเนี้ยบเกินไป แค่ขอให้เป็นตัวเอง”

เวลาอยู่ในสนามแข่ง แม้มีเงื่อนไขเรื่องการแต่งตัวจำเป็นต้องสวมชุดทีมตามระเบียบ เช่น เสื้อโปโลของทีมที่มีตราสัญลักษณ์ต่างๆ แต่เอ็นโซ่ก็มีวิธีเพิ่มกิมมิก ใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปด้วยอย่างหมวกหรือเสื้อฮู้ดที่สวมใส่ในช่วงเวลานอกการแข่งขัน

เมื่อให้เลือกเอสเซนเชียลไอเท็ม 3 ชิ้นที่เอ็นโซ่มักจะหยิบมาใช้งานจริงประจำและเข้ากับทุกลุค “อย่างแรกคือหมวก มันเป็นของคู่กายของนักแข่งทุกคน เวลาตื่นนอนตอนเช้าผมจะยุ่งง่าย ไม่มีเวลาจัดเซตแต่งทรงขนาดนั้น นอกจากนี้โลโก้แบรนด์ต่างๆ บนหมวกยังใช้โปรโมตพาร์ตเนอร์ของทีมด้วย ถัดมาเป็นรองเท้า ต้องเป็นคู่ที่สวมใส่สบาย ชิ้นสุดท้ายคือกางเกง ผมชอบกางเกงที่สวมใส่ได้ทุกวัน แมตช์เข้ากับเสื้อผ้าสไตล์ไหนก็ได้”

เป้าหมายสูงสุดในเส้นทางนักแข่งของเอ็นโซ่คือการเข้าร่วมแข่งขัน Formula 1 (F1) และได้ยืนบนโพเดียมอันดับหนึ่งพร้อมธงชาติไทย “อย่างน้อยก็ต้องไปให้ถึงจุดนั้นก่อนครับ ถ้าไม่ถึงก็ไม่มีทางชนะได้ เป้าหมายของผมคือชัยชนะใน F1 โดยมีธงชาติไทยโบกสะบัดอยู่เบื้องหลัง”

และเมื่อถามถึงกระแสข่าวการจัดแข่งขันรถสูตรหนึ่งหรือฟอร์มูล่าวันในประเทศไทย เอ็นโซ่ตอบทันทีด้วยแววตาเปี่ยมความหวัง “ผมตื่นเต้นมากครับ ถ้าเกิดขึ้นจริงก็อยากเป็นคนไทยคนหนึ่งที่ได้ร่วมแข่งในสนามบ้านเกิด และหวังว่าจะมีคนไทยออกมารับชมกันเยอะๆ เพราะกีฬานี้กำลังเติบโตและได้รับความนิยมในกลุ่มคนหมู่มาก โดยเฉพาะฐานกลุ่มแฟนคลับในภูมิภาคเอเชีย”

ชีวิตของเอ็นโซ่อาจดูเหมือนเรื่องไกลตัวสำหรับใครหลายคน แต่เมื่อคุณได้ฟังเขาเล่าเรื่องราวการไล่ล่าตามฝัน และได้เห็นประกายในแววตาเวลาเขาพูดถึงรถแข่ง คุณจะรู้ว่าคนคนนี้มาไกลมากจากจุดเริ่มต้น และยังจะไปได้ไกลมากขึ้นอีกในอนาคต “จุดที่ผมยืนอยู่ตอนนี้มีแรงขับดันมาจากแพสชั่นของผมเอง ผมอาจไม่ได้ยึดใครเป็นต้นแบบ เพราะผมแค่อยากเห็นตัวเองในเวอร์ชันที่เก่งที่สุด”

Similar Articles

More