Photographer: Pathomporn Phueakphud
วงดนตรี 5 หนุ่ม CORNBOI จากค่าย Wayfer Records ภายใต้ Warner Music (ประเทศไทย) ประกอบไปด้วย ภูมิ – ภูมิ โชติทิฆัมพร (ร้องนำ), โฟน – ศุภณัฐ เผ่าละมาน (เบส), เสิร์ช – จักรพงศ์ จิตรทรัพย์ (กีตาร์), บอย – ณัฐพงษ์ แสงสว่าง (กีตาร์) และเสือ – อภิสิทธิ์ ศรีแย้ม (กลอง) หลังจากสร้างปรากฏการณ์ด้วยเพลงฮิตติดลมบนมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เป็นเพียงเพราะ (Reminisce), โบจจิ (Rainy), ก่อนที่, Postcard, หมอน, อีกสักครั้ง, บอกทีได้ไหม? ไปจนถึง ทุกวันเหมือนเดิม และ หยุดเปลี่ยนฉันให้เป็นใคร (Toxic) ที่ยอดวิวทะลุล้านและกลายเป็นกระแสบน TikTok ล่าสุดพวกเขากลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่ “ขอโทษที่” เพลงที่ว่าด้วยความผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจ และการสำนึกผิดที่อาจมาพร้อมกับคำขอโทษที่ล่าช้า ในวันนี้แอลเมนจะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมของเพลงนี้ และการเติบโตของ CORNBOI ในฐานะศิลปินและคนธรรมดา

2 ปีแห่งการเติบโต: จาก “โนเนม” สู่ “ซัมวัน”
ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เดบิวต์กับ Wayfer Records การเดินทางของ CORNBOI ถือเป็นการเติบโตที่น่าจับตาในทุกมิติ
เสิร์ช (กีตาร์): จากที่ตอนแรกเราทำวงกันสนุกๆ กับเพื่อน จากคนที่ไม่ได้เป็น ‘ซัมวัน’ ใน Music Industry ของไทย พอทำไปเรื่อยๆ มันโตขึ้นทุกปี เรามีผู้ติดตามเยอะขึ้น มีคนรอฟังเพลงเยอะขึ้น เรามีภาระหน้าที่ที่ต้องดูเรื่อง MV ทำนั่นทำนี่ มันเหมือนเราได้ทำงานจริงจังมากขึ้นและได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างมาพัฒนาผลงาน รู้สึกทั้งสนุก เหนื่อย และดีใจที่เห็นคนมาฟังเพลงเราเยอะขึ้น
บอย (กีตาร์): ตอนนั้นเราเริ่มทำเพลงใหม่ๆ คือ ‘นิวบี้’ มากๆ เรื่องการอัดเพลง เริ่มกันตั้งแต่ปี 2 มหาวิทยาลัย ตอนนั้นเรายังเด็กกันสุดๆ จนถึงตอนนี้อายุ 25-26 ปี มันโตขึ้นทั้งทางกายภาพและทางความคิด เราเจอประสบการณ์ที่มากขึ้น สมัยนั้นเราแทบไม่มีภาระหน้าที่อะไร แต่ตอนนี้เราทำตรงนี้เพราะความชอบและอยากทำให้เป็นอาชีพ ซึ่งเรายังทำมันอยู่ และถือเป็นหลักฐานชั้นดีว่าเราโคตรชอบมันเลย
ภูมิ (ร้องนำ): มันเป็นความฝันตั้งแต่เด็กๆ ว่าถ้าเราได้ไปเล่นบนเวทีใหญ่ๆ มีเพลงตัวเองที่คนร้องได้คงจะดี พอทำมาเรื่อยๆ คนร้องเพลงเราได้เยอะขึ้น จาก ‘โนบอดี้’ ก็กลายเป็น ‘ซัมวัน’ มันเติมเต็มมากๆ ทุกครั้งที่มีคนมาทัก มารู้จัก หรือร้องเพลงเราได้ตอนเล่นคอนเสิร์ตก็รู้สึกดีมากๆ เลย

ขอโทษที่: บทเพลงจากความสำนึกผิดที่ไม่ตั้งใจ
“ขอโทษที่” เป็นบทเพลงที่หยิบเอาความรู้สึกผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจมาถ่ายทอดได้อย่างลึกซึ้ง และเป็นเพลงที่ยังไม่เคยมีในลิสต์ของ CORNBOI มาก่อน
เสือ (กลอง): “เหตุผลที่เลือกเพลงนี้ เพราะเรารู้สึกว่าใจความของเพลงนี้มันไม่ได้มีใครเอามาพูดถึงมากในมุมของคนที่รู้สึกผิดและอยากจะขอโทษ มันเป็นสล็อตที่เราคิดว่าน่าจะนำเสนอได้ดี คนน่าจะชอบ”
ภูมิ (ร้องนำ): “เรายังไม่เคยมีเพลงฟีลนี้เลย ฟีลแบบรู้สึกผิด หรืออยากจะขอโทษ พอแต่งออกมาก็รู้สึกว่าเข้าท่าดี เลยเสนอเพื่อนๆ แล้วทุกคนก็ชอบ เลยหยิบมาทำ” ภูมิยังเสริมด้วยว่าเพลงนี้มาจาก ประสบการณ์จริง ของเขา “เป็นประสบการณ์จริงนั่นแหละครับ คือปกติเวลาผมแต่งเพลงก็จะเป็นประสบการณ์จริงเป็นแก่นของเรื่อง แล้วก็เอามาแต่งเติมตามจินตนาการ ตามที่คิดออก”

“การขอโทษ” ที่อาจสายไป…แต่ยังสำคัญเสมอ
เพลง “ขอโทษที่” สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการยอมรับผิดและการกล่าวขอโทษ แม้บางครั้งอาจจะสายเกินไปก็ตาม
ภูมิ (ร้องนำ): ผมมีประสบการณ์จริงๆ จากต้นเรื่องของเพลงนี้เลย คือเหมือนเราเคยทำอะไรมาเรื่อยๆ โดยที่เราไม่ได้คิดว่ามันเป็นสิ่งไม่ดี พอถึงวันหนึ่งเรารู้ว่าสิ่งที่เราทำมาตลอดอาจทำให้ใครบางคนรู้สึกแย่ได้ ก็เลยเพิ่ง ‘รีอะไลซ์’ ได้และอยากจะขอโทษ
โฟน (เบส): เรื่องนี้ทุกคนต้องเจอในแต่ละวัน มันเป็นเรื่องง่ายมาก ทั้งเรื่องใหญ่ที่ต้องขอโทษหรือเรื่องเล็กน้อยที่ไม่ควรมองข้าม ผมจะเป็นคนที่ชอบขอโทษบ่อย เพราะรู้สึกว่าเราไม่ควรปล่อยปละละเลยอะไร ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่
เสือ (กลอง): ผมอยากแชร์อีกมุมหนึ่งคือทุกวันนี้ผมมักจะพบเจอกับคนที่มักจะไม่ยอมรับผิดซะเยอะ คิดว่าสิ่งที่ทำไม่ได้กระทบใคร ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร แต่จริงๆ อาจมีคนที่ได้รับผลกระทบ การที่เรามองว่าเราไม่ได้ผิด ทำให้ขาดการขอโทษกันไป เพลงนี้อาจเป็นอีกหนึ่ง Message ว่าการขอโทษ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ว่าจะเล็กใหญ่ การขอโทษเป็นเรื่องดีกว่าไม่ทำเลย มันทำให้ผมรู้สึกว่าการขอโทษกันเป็นการใส่ใจและทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น
ภูมิ (ร้องนำ): การที่เราพูดขอโทษออกไป บางทีมันอาจไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น แต่มันน่าจะดีกว่าไม่ขอโทษเลย

การสร้างสรรค์บทเพลงจากความรู้สึก: เบื้องหลังห้องอัด
การถ่ายทอดอารมณ์ที่ซับซ้อนในเพลง “ขอโทษที่” ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ CORNBOI ก็มีวิธีการเฉพาะตัวในการสร้างบรรยากาศในห้องอัด
เสือ (กลอง): ถามว่าต้องเซ็ตมู้ดไหม ก็ต้องมีประมาณหนึ่งครับ สำหรับตัวผมเองอาจจะใช้เยอะหน่อย ผมมักจะแทนตัวเองเข้าไปในเรื่องราวของเพลง เพื่อให้อินมากขึ้นและถ่ายทอดออกมาได้ดีที่สุด เหมือนเราเป็นคนในเพลงและกำลังเจอเหตุการณ์จริง
บอย (กีตาร์): เรื่องนี้ทุกคนเตรียมตัวเรื่องเซ็ตอารมณ์หรืออะไรมา มันคือเรื่องเทคนิคของการเล่นมากกว่าแล้ว ตั้งแต่เดโม่เลย
ภูมิ (ร้องนำ): พาร์ทดนตรีอาจจะไม่ได้ใช้อารมณ์ตอนอัดขนาดนั้น แต่ส่วนใหญ่จะใช้ตั้งแต่ตอนทำเดโม่ว่าจะเรียงโน้ตยังไงให้ได้อารมณ์เพลงที่ต้องการ แต่ถ้าเป็นพาร์ทร้องจะใช้ตอนอัดเลย บางทีมันต้องอินไปกับมันในสเต็ปนั้นเลย ใส่เยอะ เพื่อใช้น้ำเสียงให้ได้อารมณ์นั้นๆ ส่วนเวลาเล่นสดก็จะปล่อยตามอารมณ์ที่คิดออกตอนนั้น ถ้าเพลงไหนที่ต้องการบิ้วให้คนดูร้องตามสนุกก็ร้องแบบเต็มที่ไปเลย แต่ถ้าบางเพลงที่ต้องการดึงอารมณ์เศร้าก็ร้องให้เศร้า

มิวสิกวิดีโอ “ขอโทษที่”: ความเรียบง่ายที่เข้าถึงใจ
มิวสิกวิดีโอของ “ขอโทษที่” โดดเด่นด้วยความเรียบง่าย แต่กลับเข้าถึงอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้งและไม่ดราม่าจนเกินไป
โฟน (เบส): ส่วนร่วมของเรามีแค่บอก Key Message ของเพลงกับพี่ผู้กำกับ แล้วเล่าสตอรี่ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ก็เป็นพี่ผู้กำกับไปคิดต่อให้วงครับ ที่เลือกอะไรที่เรียบง่าย เพราะ Key Message ของเพลงจริงๆ คือ ‘ขอโทษด้วยความจริงใจ’ เลยอยากเล่าอะไรด้วยความจริงใจ ให้เห็นถึงอารมณ์ของนักแสดงตั้งแต่เริ่มเพลงจนจบเพลง ให้เห็นความเศร้าในใจ ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน แค่ให้ดูเรียลๆ ครับ

เพลงที่สะท้อนตัวตน: มวยวัดแต่มีพระดี!
เมื่อถามถึงเพลงที่สะท้อนตัวตนของ CORNBOI ได้ชัดเจนที่สุด แต่ละคนก็มีคำตอบที่น่าสนใจ
เสิร์ช (กีตาร์): ถ้าถามเสิร์ชก็คือเพลง ‘วัยกว่านี้’ ไปฟังกันได้ เพลงนี้จะสนุกสนาน
ภูมิ (ร้องนำ): จริงๆ พูดยากว่าเพลงไหนเป็นความเป็น CORNBOI ที่สุด เพราะทุกเพลงมันก็เป็นเราหมด แต่ถ้าเพลงที่ผมรู้สึกว่าในพาร์ทของผมเองที่แต่งออกมาแล้วเป็นตัวเองที่สุด เป็นหนึ่งเพลงที่ผมชอบในการแต่งที่สุด ก็คือเพลง ‘แค่เพียงบังเอิญ’ ชอบวิธีการเล่าประมาณนี้ที่เขียนออกมาแล้วถูกใจตัวเอง
โฟน (เบส): น่าจะเป็นตัวเพลงเร็วๆ ครับ เอาไว้ก่อน เพราะเหมือนเนเจอร์ที่ทำเพลงตั้งแต่แรกกับการเล่นโชว์ เราเป็นวงที่ชอบเล่นเพลงสนุกมากกว่า
เสือ (กลอง): จริงๆ ผมชอบเพลงเดียวกับพี่ภูมิคือ ‘แค่เพียงบังเอิญ’ แต่ถ้าเลือกอีกเพลงนึงก็จะเป็นเพลง ‘อีกสักครั้ง’ ครับ ผมรู้สึกว่ามันก็เป็น CORNBOI เหมือนกัน แต่มันเป็น CORNBOI ในอีกเฉดนึงที่มันสุดจะเศร้า สุดจะดิ่ง เป็นมวลอารมณ์ที่ผมรู้สึกว่าเราอาจจะไม่ได้ทำแบบนี้บ่อยแล้ว และเป็นส่วนที่ดิ่งและดำมืดที่สุดที่ CORNBOI เคยทำมาแล้วแหละ
บอย (กีตาร์): ผมแบ่งเป็นสองพาร์ทแล้วกัน พาร์ทร้องกับพาร์ทดนตรี ก็คือ ‘วัยกว่านี้’ เนี่ยแหละที่ทำให้เห็นมุมมอง CORNBOI ไปเรื่อยๆ อย่างเนื้อร้องคอนเซ็ปต์ ‘วัยกว่านี้’ คือฉันมาสาย โทษทีนะที่รอ นู่นนี่นั่น มันก็เป็นฟีลแบบพวกเราเป็นเพื่อนกัน เฮฮาปาร์ตี้ พูดไปเรื่อย บางทีก็พูดไม่รู้ศัพท์แต่ก็เข้าใจ ส่วนเรื่องซาวด์ ผมรู้สึกว่าถ้าพูดสั้นๆ ง่ายๆ ก็คือเรา ‘มวยวัด’ ครับ มวยวัดมีพระดี
ความหลากหลายไม่ใช่จุดด้อย: “ทุกอย่างคือ CORNBOI”
CORNBOI เป็นวงที่ทำเพลงหลากหลายแนว ไม่ว่าจะอบอุ่น เศร้า เหงา หรือเพลงที่ติดเทรนด์ TikTok พวกเขาเคยกังวลไหมว่าความหลากหลายนี้จะทำให้คนจับจุดของวงไม่ชัดเจน
ภูมิ (ร้องนำ): “เคยครับ ช่วงแรกๆ จนถึงช่วงก่อนหน้านี้ก็เป็นตลอด เพราะมันหลากหลายมาก ไม่ได้เหมือนวงที่เซ็ตภาพจำว่าวันนี้วงเศร้า วงรู้สึกอะไร เราค่อนข้างมั่วซั่วอย่างที่บอก ดนตรีก็มู้ดก็สวิง ตอนนั้นก็เป็นปัญหาเรื่องโชว์ด้วย และเคยเครียดว่าคนจะจำเราได้ไหม แต่พอมาช่วงหลังๆ ก็เริ่มตกตะกอนว่า ‘เอ้ย เราทำอะไรก็ออกมาเป็นเรา’ ทำงานให้มันแฮปปี้ดีกว่า เดี๋ยวมันมีเรื่องเครียดอีกเยอะ”
เสือ (กลอง): “ผมรู้สึกว่าถ้าฟังทุกเพลงจริงๆ ยังไงเดี๋ยวก็รู้สึกครับว่านี่คือมวลอารมณ์ของ CORNBOI อยู่แล้ว แค่มันจะเล่าว่า CORNBOI กำลังสนุก CORNBOI กำลังขอโทษ CORNBOI กำลังรู้สึกดิ่งดาว ทุกอย่างมันคือ CORNBOI มันก็คือคนๆ หนึ่งที่มีหลายอารมณ์นั่นแหละครับ คือสุดท้ายทุกคนจะจับเองได้ว่าเรากำลังเป็นแบบไหนอยู่”
เมื่อถามถึงนิยามของวง: โฟน (เบส) ตอบสั้นๆ ว่า “วงป๊อป น่ารัก ที่มีหัวใจเป็นชาวร็อก” และ เสือ (กลอง) เสริมว่า “เสียงร้องของภูมิและวิธีการแต่งเพลงของภูมิครับ”

เนื้อเพลงที่ผูกพันใจแฟนคลับ: วรรคทองจาก CORNBOI
CORNBOI เป็นวงที่แฟนๆ ผูกพันกับเนื้อเพลงเป็นพิเศษ มีบรรทัดไหนที่แฟนๆ ชอบหยิบไปใช้แล้วพวกเขารู้สึกภูมิใจที่สุด
เสือ (กลอง): จะเป็นท่อนฮุกของเพลง ‘โบจจิ’ ครับ ‘อยากที่จะรู้เพราะฉันใช่ไหมสาเหตุความเสียใจ’ เพลงนี้จะเยอะที่แฟนๆ หยิบไปใช้และเป็นตัวแทนของความเศร้าของคนที่ฟัง
ภูมิ (ร้องนำ): “ที่เห็นล่าสุดจะเป็นเพลง ‘หยุดเปลี่ยนฉันให้เป็นใคร (Toxic)’ ครับ ท่อนฮุก ‘หยุดเปลี่ยนให้ฉันเป็นใครจะได้ไหม’ ที่มีคนเอาไปเล่นคอนเทนต์ใน TikTok แล้วใช้ท่อนนี้ทำคอนเทนต์ต่อๆ กันเยอะ”
อิสระในการสร้างสรรค์: หัวใจของ Wayfer Records
การทำงานกับ Wayfer Records วง CORNBOI รู้สึกว่าอิสระในการสร้างสรรค์ที่ค่ายให้นั้นมีผลต่อเพลงที่ออกมาอย่างไร
ภูมิ (ร้องนำ): ค่ายให้อิสระมากๆ ประมาณหนึ่งเลยกับเรื่องนี้ ค่ายจะปล่อยให้เราไปทำแบบที่เราอยากทำมาเลย แล้วก็ไปเสนอค่าย ค่ายอาจจะมีคำแนะนำเพิ่มเติมจากที่เราทำมาแล้ว อาจจะไม่ได้บอกว่าต้องทำอย่างนู้นอย่างนี้ แต่แนะนำว่า ‘เอ้ย ลองคิดแบบนี้ไหม ลองทำแบบนี้ไหม’ เพื่อจะได้อีกแบบนึง แต่สุดท้ายแล้วค่ายก็จะแล้วแต่เราอยู่ดี บางทีถ้าเรามั่นใจอะไรอย่างเงี้ย เราก็สู้ครับ บอกเหตุผลไปว่าอยากได้แบบนี้ คุยกับค่าย
จดหมายขอโทษจากใจ CORNBOI: คำสารภาพจากส่วนลึก
สุดท้าย หากให้ CORNBOI เขียนจดหมายขอโทษ ถึงใครสักคนในชีวิตจริง พวกเขาอยากขอโทษใคร และอยากเขียนว่าอะไร
เสิร์ช (กีตาร์): ขอโทษแฟนเก่าครับ ที่ทำตัวไม่ดีจนต้องได้เลิกกันไป ผมเองนี่แหละผมผิด
ภูมิ (ร้องนำ): ขอโทษตัวเองในอดีตครับ ที่ช่วงมัธยมผมเล่นบาสกับเพื่อนแล้วไม่ค่อยใส่รองเท้าบาส ใส่รองเท้านักเรียนเป็นรองเท้าหนัง แล้วพื้นแบนๆ แล้วโดดลงมากระแทกเข่าจนตอนนี้เข่าเสีย ไม่น่าเลย
โฟน (เบส): ขอโทษแม่ผมเองครับ ขอโทษที่ขอตังค์มาซื้อเบสแล้วไม่ได้ซื้อเบส ผมบอกไม่ได้ว่าเอาไปทำอะไร
เสือ (กลอง): ขอโทษป๊าครับ ขอโทษป๊าที่ผมเป็นอย่างที่ป๊าอยากให้เป็นไม่ได้ เพราะผมรู้สึกว่าผมก็อยากจะเป็นในตัวตนของผม ผมไม่สามารถไปเป็นเงาของป๊าหรือไปเป็นป๊าคนที่สองได้ ผมก็ต้องเป็นผมอย่างนี้
บอย (กีตาร์): ผมขอเขียนจดหมายถึงพ่อแล้วกัน บางทีตอนที่เรากำลังโตมาตอนที่เราเด็ก บางทีอาจจะพูดจาไม่ดี แรงๆ เราก็ไม่ได้เป็นคนอารมณ์ใจเย็นขนาดนั้น แล้วเจอพ่อเราก็แบบ ‘ทำไมวะ’ นู่นนี่นั่น ทำไมวะ บางทีคนละมุมมอง เขาอาจจะโดน Pressure มาแล้วเครียด นู่นนี่นั่นมา สุดท้ายเขาคือผู้นำครอบครัว เขาคือคนๆ นึงที่แบบว่า ‘กูไม่ได้พร้อมขนาดนั้น กูมนุษย์อ่ะ’ ฟีลนั้น ผมก็อยากจะขอโทษในเชิงนี้ถ้าทำตัวไม่น่ารักไป

CORNBOI ได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาไม่ใช่แค่วงดนตรีที่มีเพลงเพราะ แต่ยังเป็นวงที่มีความจริงใจในการถ่ายทอดเรื่องราวและอารมณ์ต่างๆ ผ่านบทเพลงได้อย่างลึกซึ้งและเข้าถึงใจผู้ฟัง อย่าลืมติดตามซิงเกิลใหม่ “ขอโทษที่” ได้แล้ววันนี้บนทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง และชมมิวสิกวิดีโอได้ทาง YouTube: CORNBOIofficial พร้อมรอติดตามอัลบั้มเต็มชุดแรกของพวกเขาได้ในช่วงปลายปีนี้!

