Hermès โตสวนวิกฤตโลก ยอดไตรมาสแรกพุ่ง 1.6 แสนล้านบาท

ท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนของภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงกดดันเศรษฐกิจโลก Hermès ยังคงรักษาจังหวะการเติบโตได้อย่างมั่นคงในไตรมาสแรกของปี 2026 ด้วยรายได้รวม 4.1 พันล้านยูโร หรือประมาณ 1.6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ สะท้อนความแข็งแกร่งของดีมานด์ในหลายภูมิภาคสำคัญ แม้จะถูกหักล้างบางส่วนจากผลกระทบค่าเงินที่ทำให้ตัวเลขเมื่อคำนวณจริงลดลงเล็กน้อยที่ -1%

Axel Dumas ย้ำชัดว่าแบรนด์ยังคงยืนหยัดในกลยุทธ์ระยะยาว โดยมียึดหลัก ความคิดสร้างสรรค์ คุณภาพ และความภักดีของลูกค้า เป็นแกนหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโต พร้อมชี้ว่าพื้นฐานธุรกิจของ Hermès ยิ่งทวีความสำคัญในฐานะจุดต่างท่ามกลางตลาดลักชัวรีที่แข่งขันสูง

ภาพรวมรายภูมิภาคเผยให้เห็นการเติบโตแบบกระจายตัว อเมริกาทะยานขึ้นถึง 17% กลายเป็นดาวเด่นของไตรมาส ขณะที่ญี่ปุ่นและยุโรป (ไม่รวมฝรั่งเศส) ต่างเติบโตระดับสองหลักที่ 10% เท่ากัน โดยได้แรงหนุนจากฐานลูกค้าในประเทศเป็นหลัก ในทางกลับกัน ฝรั่งเศสเองกลับชะลอตัวลงเล็กน้อยจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งยังส่งแรงสะเทือนไปยังภูมิภาคดังกล่าวโดยตรง

หนึ่งในโมเมนต์สำคัญของไตรมาสคือการกลับมาของ Saut HermèsGrand Palais ที่ตอกย้ำ DNA ของแบรนด์ในการผสานโลกกีฬาเข้ากับงานหัตถศิลป์ชั้นสูงอย่างแนบเนียน

ในเชิงโปรดักต์ กลุ่มเครื่องหนังและอุปกรณ์สำหรับม้า ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของรายได้ ด้วยการเติบโต 9% จากความต้องการที่แข็งแกร่งของตลาด พร้อมไฮไลต์อย่าง Faubourg Express และ Collier d’attelage ที่สะท้อนการตีความฟังก์ชันการเดินทางผ่านงานดีไซน์ร่วมสมัย

ขณะเดียวกัน การเปิดตัว Herbag 20 และการขยายกำลังการผลิตในฝรั่งเศส ยิ่งตอกย้ำแนวคิด “craft as strategy” ที่ Hermès ยึดถือมาโดยตลอด

ฝั่งแฟชั่น Ready-to-wear แม้จะทรงตัว แต่ยังคงสร้างบทสนทนาในเชิงวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคอลเล็กชันผู้ชาย Fall-Winter ล่าสุดจาก Véronique Nichanian ที่ยังคงรักษาความละเมียดละไมของงานเทเลอริ่งแบบ Hermès ได้อย่างทรงพลัง ขณะที่ Silk & Textiles เติบโต 8% จากพลังความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

ในอีกด้านหนึ่ง หมวดนาฬิกายังคงเผชิญแรงกดดัน (-4%) แม้จะเดินหน้าพัฒนาเรือนเวลาระดับสูงและเปิดตัวในเวที Watches and Wonders Geneva อย่างต่อเนื่อง สะท้อนภาพตลาดที่ยังต้องปรับตัวในสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน

Hermès ยังคงขับเคลื่อนองค์กรด้วยแนวคิดความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การแบ่งปันผลกำไรให้พนักงานกว่า 328 ล้านยูโร ไปจนถึงการเดินหน้าสู่พลังงานหมุนเวียน 100% และการลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งของโมเดล “Hearts & Craft” ที่วางรากฐานให้แบรนด์เติบโตอย่างมีคุณค่า

แม้โลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน Hermès ยังคงเดินหน้าอย่างมั่นใจ ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่ผสานงานฝีมือเข้ากับวิสัยทัศน์ระยะยาว พร้อมย้ำธีมประจำปี 2026 “Venture beyond” ที่ไม่ใช่เพียงคำขวัญ แต่คือทิศทางของแบรนด์ในการก้าวข้ามขอบเขตเดิมๆ และเปิดรับความเป็นไปได้ใหม่อย่างไม่สิ้นสุด

Similar Articles

More