แฟชั่นวีกรอบนี้ไม่มีโชว์ไหนได้รับความสนใจและเป็นที่รอคอยมากไปกว่า Dior หลังจากชื่อของ Jonathan Anderson ถูกประกาศเข้ารับตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์ โดยเขาเป็นดีไซเนอร์คนแรกในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ที่ดูแลไลน์แฟชั่นทั้งหมด เสื้อผ้าบุรุษ เสื้อผ้าสตรี และโอต์กูตู คอลเล็กชั่น menswear ฤดูกาล Spring – Summer 2026 เป็นคอลเล็กชั่นแรกภายใต้แบรนด์ใหม่ของโจนาธาน และยังถือเป็นการเกริ่นนำถึงวิสัยทัศน์และมุมมองใหม่ของ Dior ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

ชื่อของโจนาธานเราคงไม่จำเป็นต้องแนะนำอีกต่อไปว่าเขามาจากไหนหรือเป็นใคร ความอัจฉริยะของเขาสามารถสร้างโลกใหม่ให้กับ Loewe และยังไม่มีใครประสบความสำเร็จในการปรับแบรนด์เครื่องหนังจากประเทศสเปนเท่ากับเขามาก่อน เขานำจินตนาการสุดล้ำมาผสมผสานเข้ากับเทคนิคการตัดเย็บแปลกตาสร้างเรื่องราวใหม่ๆ คอลเล็กชั่นแล้วคอลเล็กชั่นเล่า ที่สำคัญเขาเข้าใจธุรกิจแฟชั่นเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการสร้างสรรค์ผลงานให้กับแผนกเครื่องหนังที่สร้างปรากฏการณ์มากมายจน Loewe กลายเป็นแบรนด์แฟชั่นแถวหน้าของโลกได้อีกครั้ง
ต่างกับ Dior แบรนด์ลูกรักของ LVMH ที่กำลังถูกลืม การเพิ่งพายอด EMV จากเซเลบริตี้แถวหน้าของโลกไม่สามารถพยุงแบรนด์ให้เป็นที่นิยมได้อีกต่อไป ดังนั้นโจนาธานจึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญในการสร้างความแปลกใหม่ให้กับ Dior อีกครั้ง ในวันที่เขามีบัดเจทมากพอสามารถสร้างสรรค์อะไรก็ได้ เราคงมีโอกาสได้เห็นจินตนาการล้ำๆ เกินความคาดหมายในระหว่างที่เขาอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน โชว์แรกของเขาครั้งนี้จึงสำคัญมากๆ คนดังจากทั่วทุกมุมโลกต่างมาให้กำลังใจกันอย่างคั่บคั่งทั้งแบรนด์แอมบาสเดอร์และผู้ที่ชื่นชอบในฝีมือของเขาอย่าง Robert Pattinson, Tomorrow x Together, Mingyu จาก Seventeen, มาย – ภาคภูมิ, อาโป – ณัฐวิญญ์, ASAP Rocky, Rihanna, Daniel Craig, Josh O’ Connor, Drew Starkey, Sabrina Carpenter และอีกมากมาย
DECODING THE PAST AND RECODE TO PRESENT
คอลเล็กชั่นเดบิวต์ของ Jonathan Anderson ที่ Dior เป็นการเล่าเรื่องสร้างบทสนธนาระหว่างอดีตและปัจจุบันเพื่อนิยามอนาคต โชว์ที่จบไปนั้นไม่ใช่แค่คอลเล็กชั่น Menswear แต่มันคือ template ของ Dior ในอนาคตภายใต้การดูแลของเขา เราชอบตั้งแต่การสับขาหลอกโดยให้เซเลบริตี้แต่งตัวนั่งฟร้อนโรว์ด้วยเสื้อผ้าที่เรียบง่ายที่สุด เสื้อเชิ้ต เซ็ตสูท สเว็ตเตอร์ กางเกงขาสั้น จนหลายคนตั้งคำถามว่า “นี่เหรอ Dior แบบใหม่” เปล่าเลย สิ่งที่เขาต้องการจริงๆ คือการให้ทุกคนหันมาโฟกัสที่คอลเล็กชั่นของเขา ไม่ใช่แค่ชื่อของคนดังที่มานั่งชมโชว์เท่านั้น ภายในพื้นที่มีภาพวาดระดับตำนานของ Jean Siméon Chardin ชื่อ Basket of Wild Strawberry ในปี 1761 และ Still Life, Flowers in a Vase (1760-63) ภาพวาดจากศตวรรษที่ 18 บอกเป็นนัยถึงการมองย้อนหาอดีต แน่นอนว่าโจนาธานไม่ได้ต้องการสร้าง New Look ขึ้นมาใหม่ แต่ต้องการตีความใหม่สำหรับปัจจุบันมากกว่า
การตีความของเขาจึงเกิดจากการรื้อค้นหาอดีตตัวตนของ Dior แล้วนำมาประกอบขึ้นใหม่เพื่อนิยามตัวตน Dior ในแบบของเขามากกว่าแค่หยิบมาเป็นแรงบันดาลใจเท่านั้น กางเกงคาร์โก้ขาสั้นลุคเปิดตัวเป็นการตีความเทคนิคการตัดเย็บเดรสซ้อนผ้าแบบ mille-feuille ให้มีลักษณะเป็นปีก ซึ่งปรากฏครั้งแรกในปี 1948 หลายคนนิยามเดรสตัวนี้ว่า ‘Cyclone’ โจนาธานนำมาใช้บนเสื้อผ้าของผู้ชายสร้างไฮบริดระหว่างสตรีทและโอต์กูตู La Cigale เดรสจากปี 1952 ที่มีจุดเด่นตรงซิลูเอตต์ของกระโปรงทรงบอลลูนเพื่อสร้างสะโพกให้ผู้สวมใส่ดูผายขึ้น เขานำมาเทคนิคนั้นมาใช่บนขาสั้นด้วยเช่นกัน รวมถึง Tailleur Bar หรือ Bar Jacket ในเวอร์ชั่นผู้ชายของเขาดู loose กว่าเวอร์ชั่นออรินัลแถมเขายังนำผ้าทวีดจากไอริชมาใช้เพื่อสอดแทรกตัวตนของเขาอีกด้วย ฉะนั้นแล้วการมองย้อนอดีตของเขาน่าสนใจเพราะมันถูกนำกลับมาแปลงสานส์ใหม่ในแบบที่เราไม่คาดคิดจะได้เห็นมาก่อน เราได้เห็นความคิดสร้างสรรค์ผนวกกับเทคนิคงานดีไซน์ชั้นยอด สิ่งเหล่านี้มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วที่ Loewe เพียงแต่รอบนี้มันถูกยกระดับไปอีกขั้น

EITHER LOVE OR HATE IT
ความท้าทายของ Jonathan Anderson ที่ Dior คือการสร้างภาษาดีไซน์ในแบบของตัวเอง ซึ่งต้องใช้เวลาในการสร้าง storytelling เพื่อดึงดูดให้คนสนใจ Dior อีกครั้ง สิ่งแรกที่ปรากฏจากการมาของเขานั่นก็คือตัวโลโก้ที่กลับมาใช้แบบตัวนำตัวตาม ก่อนจะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของผู้ชายแบบใหม่ทีละเล็กทีละน้อยจนมาถึงโชว์แรก หากคุณชื่นชอบงานของ Kim Jones คุณจะรู้สึกว่างานของโจนาธานนั้นต่างกันคนละขั้ว สิ่งที่คล้ายกันของทั้งสองคือการสร้างมวลรวมของ Dior Men ให้เข้าถึงง่ายด้วยกลิ่นอายของสตรีท แต่กลับกันโจนาธานเลือกนำเสนอในแบบที่ติดดินกว่า ล้างภาพหนุ่มหล่อเนี้ยบให้ดูครีเอทีฟและสดใสมากขึ้น ผู้ชายของโจนาธานจึงดูหลากหลายมากกว่า เขาสามารถเป็นนักสเก็ตบอร์ด นักกวี นักเขียน หรือนักดนตรีแนวกรันจ์ก็ยังได้ สไตล์แบบ preppy ถูกเข้ามาแทนที่ความเนี้ยบ หรูหรา ติดแกลมแบบผู้ชายคนเก่า Dior เวอร์ชั่นใหม่จึงดูชิลล์กว่าเดิม แน่นอนว่าอาจไม่ถูกใจหลายคนกับภาพลักษณ์ที่หลากหลายนี้


































































เทคนิคชั้นสูงที่ควรอยู่บนเสื้อผ้าหรูหรากลับมาใช้บนกางเกงคาร์โก้ ความขี้เล่นแอบหยอกของโจนาธานเป็นเสน่ห์ที่หลายคนหลงรัก Loewe หรือ JW Anderson แบรนด์ของเขาเอง หรือแม้แต่กระเป๋าบุคโททที่เขาหยิบเอาหน้าปกหนังสือมาใช้เป็นลาย กิมมิกติดตลกแอบขี้เล่นของเขาไม่ได้เสิร์ฟเพื่อฐานลูกค้าติดหล่อ แต่เป็นฐานลูกค้าใหม่ๆ ที่เสพความคิดสร้างสรรค์ ความเจ๋งของเขาอยู่ที่การขายไอเดียมากกว่าทำลุคเสพง่ายๆ เพื่อเน้นขายอย่างเดียวเท่านั้น เรากำลังก้าวเข้าสู่ Dior แบบ New Look จริงๆ สิ่งที่เราเห็นตอนนี้ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากที่นี่ด้วยเช่นกัน การมาของเขามีนัยยะสำคัญเขาจะช่วยยกระดับให้ Dior ดูมีมิติมากขึ้น ในขณะที่จะขนกระเป๋า รองเท้าและแอคเซสเซอรีมากมายมาเรียกเงินจากฐานลูกค้าด้วยเช่นกัน ถ้าคุณชอบคอลเล็กชั่นนี้ของเขาคุณจะชื่นชมในสิ่งที่กำลังจะตามมา แต่หากคุณตั้งคำถามก็แสดงว่า Dior ยุคใหม่อาจไม่ใช่เทสต์ของคุณ

















