Jannik Sinner ยังคงย้ำสถานะมือหนึ่งของโลกได้อย่างสมศักดิ์ศรี หลังเอาชนะ Alexander Zverev ในรอบชิงชนะเลิศ Wimbledon 2026 ด้วยสกอร์ 6-7, 7-6, 6-3 และ 6-4 คว้าแชมป์แกรนด์สแลมบนคอร์ตหญ้าเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน แต่ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งชัยชนะนั้น มีอีกหนึ่งรายละเอียดที่แฟนนาฬิกาต่างสังเกตเห็น นั่นคือเรือนเวลาบนข้อมือของเขายังคงเป็น Rolex Cosmograph Daytona เรือนเดียวกับที่สวมในวันที่คว้าแชมป์เมื่อปี 2025

Rolex Cosmograph Daytona “Sundust”
เรือนเวลาที่ซินเนอร์เลือกสวมคือ Rolex Cosmograph Daytona ขนาด 40 มิลลิเมตร ตัวเรือนผลิตจากทองคำ Everose 18 กะรัต หมายเลขอ้างอิง 126515LN โดดเด่นด้วยหน้าปัดสี “Sundust” เฉดแชมเปญอมชมพูที่สะท้อนเฉดสีแตกต่างกันตามแสง ตั้งแต่โทนโรสโกลด์ไปจนถึงสีเงินอ่อน มอบความหรูหราให้กับหนึ่งในนาฬิกาสปอร์ตไอคอนิกของ Rolex

ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ Calibre 4131 ที่ Rolex พัฒนาขึ้นเอง พร้อมฟังก์ชันโครโนกราฟและพลังงานสำรองนาน 72 ชั่วโมง อีกทั้งยังมาพร้อมขอบหน้าปัด Cerachrom สีดำอันเป็นเอกลักษณ์ แม้ Daytona จะถือกำเนิดขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานของนักแข่งรถมืออาชีพ แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นหนึ่งในนาฬิกาสปอร์ตลักชัวรีที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการมากที่สุดในโลก
Daytona กับบุคคลระดับตำนาน
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา Daytona ยังได้รับการสวมใส่โดยบุคคลระดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็น Roger Federer, Tom Kristensen เจ้าของแชมป์ Le Mans หลายสมัย รวมถึง Paul Newman ผู้ทำให้ Daytona ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในนาฬิกาที่ทรงคุณค่าที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการเรือนเวลา



Rolex ในฐานะพันธมิตรอย่างเป็นทางการของ Wimbledon มานานเกือบ 50 ปี เราจึงได้เห็นภาพของแชมป์คนเดิมกับนาฬิกาเรือนเดิมกลับมาสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง และสำหรับ Jannik Sinner แล้ว Rolex Cosmograph Daytona เรือนนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จที่ร่วมอยู่ในทุกช่วงเวลาสำคัญบนเส้นทางนักเทนนิสอาชีพของเขา
Photos: Courtesy of Rolex


