หลังจากที่เคยมาเยือน ELLE MEN Thailand ถึงสองครั้ง (ปี 2023 และ 2024) ในฐานะ Cover Star ที่ยังคงความฮอตอย่างต่อเนื่อง มาในปีนี้ นายแบบและนักแสดงหนุ่มดาวรุ่งอย่าง บลู-พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ ก็หวนกลับมาพบกับเราอีกครั้งด้วยลุคหล่อแบบจัดเต็ม เพื่อให้สมกับฉบับเปิดซีซั่นใหม่ของฤดูกาลแฟชั่น พร้อมบทสัมภาษณ์ที่เผยถึงมุมมองต่อพลังของตัวตน ความมั่นใจที่ยังคงเต็มเปี่ยมอยู่เสมอ การให้เกียรติต่อผู้คนรอบข้าง และการเริ่มต้นบทใหม่ของการทำงานที่เรามั่นใจว่า นี่คือเส้นทางที่จะพาเขาก้าวไปไกลกว่าที่เคย
จากประสบการณ์ที่ได้ร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกและได้เดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ ประสบการณ์เหล่านั้นสอนอะไรให้กับบลูบ้าง และบลูอยากส่งต่ออะไรให้ศิลปินรุ่นน้องได้เรียนรู้
ผมรู้สึกว่าเวลาเราไปทำงานต่างประเทศ เราไม่ได้เป็นตัวแทนแค่ตัวเราเอง แต่เหมือนเราเป็นตัวแทนของประเทศไทยด้วย เพราะเราพรีเซนต์ตัวตนของเราในฐานะคนไทยออกไปด้วย สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้คือการทำงานตรงนั้นต้องมีความเป็นมืออาชีพ เราต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ทั้งเรื่องความรับผิดชอบ การตรงต่อเวลา และการให้เกียรติเพื่อนร่วมงานครับ

ทุกครั้งที่ต้องเดินทางไปทำงานกับแบรนด์ที่ต่างประเทศ บลูมีวิธีเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
สำหรับผม อย่างแรกเลยคือเรื่องภาษา ถ้าเราจะไปประเทศไหน ผมก็จะพยายามเรียนรู้ภาษาของประเทศนั้นเพิ่มเติม อย่างตอนที่เคยไปมิลาน ผมก็จะเรียนรู้คำศัพท์พื้นฐานหรือคำทักทายภาษาอิตาลีเอาไว้ เพื่อที่จะได้ใช้พูดคุยกับแฟนๆ ที่นั่นครับ ผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ช่วยสร้างความรู้สึกที่ดีได้ เพราะเวลาที่ชาวต่างชาติพยายามพูดภาษาไทยกับเรา เราก็รู้สึกว่าเขาน่ารักและพยายามสื่อสารกับเรา ผมคิดว่ามันเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เราคุยกับแฟนๆ ได้อย่างผ่อนคลายและเป็นกันเองมากขึ้นครับ
นอกจากเรื่องภาษาแล้ว ผมก็เตรียมตัวเรื่องการออกกำลังกายด้วย เพราะเวลาใส่เสื้อผ้าของแบรนด์ต่างๆ เราก็ต้องดูแลรูปร่างให้พร้อมอยู่เสมอ รวมถึงเรื่องเสื้อผ้า หน้า ผม เพราะบางครั้งเราต้องใส่ PR Sample ที่มีมาตรฐานและสัดส่วนเฉพาะ เราก็เลยต้อง maintain ตัวเองเอาไว้ตลอดครับ

ในยุคที่โซเชียลมีเดียมีความคาดหวังว่าเราควรจะเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ บลูมีวิธีรับมือกับความคาดหวังเหล่านั้นอย่างไร
ผมรู้สึกว่าการเป็นตัวเองดีที่สุดครับ แค่เป็นตัวเอง แล้วก็ enjoy กับสิ่งที่เราทำ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แค่นั้นก็พอแล้วครับ ผมยึดหลักนี้มาตลอดครับ
ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว บลูอยากส่งข้อความอะไรถึงตัวเองในวันนั้น
ผมอยากบอกเขาว่าให้เชื่อมั่นในตัวเองให้มากๆ ครับ เพราะบางทีถ้าเราไม่เชื่อมั่นในตัวเอง มันจะแสดงออกมาให้เห็นทั้งทางสีหน้าและท่าทางว่าเราไม่มั่นใจ ผมรู้สึกว่าเราแค่ต้องเชื่อมั่นว่าเราทำได้ แล้วทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ส่วนผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไรก็ปล่อยให้มันเป็นไป ถ้าเราทำดีที่สุดและเชื่อมั่นในตัวเองว่าเราทำได้ ผมเชื่อว่าเราก็จะทำได้ครับ

ในแต่ละวัน บลูมีวิธีค้นหาพลังหรือ energy เพื่อรับมือกับหลายๆ อย่างที่เข้ามาอย่างไรบ้าง
ถ้าเป็นผม ผมเป็นคนชอบกินครับ (หัวเราะ) ถ้าสมมติว่าช่วงไหนเครียดหรือทำงานเหนื่อยๆ ผมจะชอบไปกินบุฟเฟต์ ชอบกินแซลมอน ชอบกินซูชิ พอได้กินซูชิหรือแซลมอน ผมก็จะมีความสุขขึ้นมาเลยครับ ผมเป็น Salmon Lover มากๆ
นอกจากกินอาหารอร่อยๆ แล้ว ผมก็จะทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบด้วย ถ้าเหนื่อยมากๆ ผมจะอยู่กับตัวเอง เหมือนเป็นการชาร์จแบตให้ตัวเองด้วยการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ออกกำลังกาย หรือทำอะไรก็ตามที่เราชอบ พอได้ชาร์จตัวเองจนเต็มแล้ว ผมก็จะกลับมาทำงานต่อได้เหมือนมีพลังเพิ่มขึ้นมาครับ

ปกติทำอาหารเองบ้างไหม
ทำอาหารเองอาจจะ… (หัวเราะ) ไม่ได้ทำครับ ปกติส่วนใหญ่สั่งครับ
เมนูโปรดของบลูก็คือแซลมอน
แซลมอนครับ เมนูโปรดของผมเลย

วันนี้เรามาถ่าย Cover Story ของ ELLE MEN Thailand กับแบรนด์ Versace บลูได้ลองเสื้อผ้าหลายๆ ชิ้นแล้ว มีลุคไหนที่รู้สึกว่า ‘นี่แหละคือ บลู–พงศ์ทิวัตถ์’ ที่สุด
ก็จะมีลุคแรกที่เป็นลุคเดนิมครับ กับอีกลุคที่มีลายเสือครับ รู้สึกว่ามันเท่ดี พอเห็นรูปที่ถ่ายออกมาแล้วก็แบบ… มันได้เลย (ยิ้ม)

ถ้าพูดถึง Versace สัญลักษณ์ของแบรนด์อย่างศีรษะเมดูซ่าก็มีพลังมากและสามารถดึงดูดให้คนต้องหยุดมอง แล้วบลูคิดว่าอะไรคือเสน่ห์ของตัวเองที่ทำให้คนรอบข้างต้องหยุดมอง
เคยมีคนบอกผมเหมือนกันว่า เวลาเราเจอใคร สิ่งสำคัญอาจเป็นอารมณ์หรือ energy ที่เราส่งให้เขามากกว่าครับ
เวลาเราทำงาน ผมจะพยายามให้เกียรติทุกคน อาจจะเรียกว่าความนอบน้อมหรือความถ่อมตัวก็ได้ คือผมรู้สึกว่าทุกคนเท่าเทียมกัน เวลาเราทำงานกับใคร ผมก็จะพยายามส่งพลังบวกให้เขา เพื่อให้การทำงานราบรื่นและออกมาดีที่สุดครับ

บลูมีวิธีเลือกงานและรักษามาตรฐานการทำงานของตัวเองอย่างไร
หลักๆ เลยเวลาได้รับการติดต่อเรื่องงานเข้ามา ผมจะคุยกับผู้จัดการก่อนครับว่ามีงานนี้เข้ามา แล้วก็ดูเรื่องคิวว่าเราได้หรือเปล่า จากนั้นก็ดูที่ตัวโปรเจ็กต์ด้วยว่างานนี้เหมาะกับเราไหม เข้ากับเราไหม ถ้าทุกอย่างลงตัวก็จะตัดสินใจรับงานครับ

ได้ข่าวว่าตอนนี้บลูกำลังจะก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ของศิลปินเต็มตัวในฐานะนักร้องค่าย LOVEiS Entertainment และกำลังจะมีผลงานเพลงใหม่ด้วย อยากให้เล่าให้ฟังว่าเพลงนี้เป็นเพลงแนวไหนและมีอะไรที่น่าสนใจเป็นพิเศษ
เพลงนี้จะเป็นเพลงแนว R&B ครับ รอบนี้ทุกคนจะได้เห็นผมในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นเพลงที่มีการเต้นมากขึ้น สนุกขึ้น แล้วก็มีลุคใหม่ๆ ที่ทุกคนไม่เคยเห็นจากผมมาก่อน จะมีความเซ็กซี่ขึ้น โตขึ้น แล้วก็เท่ขึ้นครับ เป็นอีกมุมหนึ่งที่อยากให้ทุกคนได้ลองติดตามกันนะครับ

แล้วได้เตรียมตัวเรื่องการเต้นไว้บ้างหรือยัง
เตรียมตัวอยู่ครับ เพราะเพลงนี้มีเต้นด้วย แล้วพรุ่งนี้ก็จะถ่าย MV ครับ

งั้นต้องขอให้บลูเต้นให้ดูสักหนึ่งสเต็ปแล้วล่ะ!
ได้ครับ (หัวเราะ)
สุดท้ายนี้ อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ ที่ให้การสนับสนุนบลูมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง
ผมอยากขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่คอยซัปพอร์ตผมมาตลอดครับ บางคนติดตามผมมาตั้งแต่อยู่ที่อุดรฯ ตั้งแต่สมัยมัธยม หรือบางคนก็ติดตามกันมาตั้งแต่เด็กๆ จนมาถึงตอนนี้ เขาก็ยังคอยซัปพอร์ตผมอยู่เสมอ ผมอยากขอบคุณทุกคนที่คอยติดตามผลงานของผม พอมีผลงานอะไรออกมา เขาก็คอยสนับสนุนและให้คุณค่ากับงานของเรา บางทีแฟนคลับจะบอกว่าผมเป็นแรงบันดาลใจหรือเป็นกำลังใจให้พวกเขา แต่จริงๆ แล้วผมรู้สึกว่าการที่พวกเขาซัปพอร์ตผมก็เป็นกำลังใจให้ผมเหมือนกัน มันทำให้ผมมีแรงทำงาน เพราะรู้สึกว่างานที่เราทำมีคนให้คุณค่าและมีคนรอดูอยู่ครับ


