Anantara Siam Bangkok พลิกโฉมครั้งใหญ่ เปิดบทใหม่ของ Thai Luxury

จากโรงแรมไอคอนบนถนนราชดำริสู่บทใหม่ของความหรูหราแบบไทย อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ เปิดตัวโฉมใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Transformed. Timeless. Thai.” หลังการลงทุนกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถ่ายทอดมรดกทางศิลปะ งานฝีมือ และการต้อนรับแบบไทยผ่านดีไซน์ร่วมสมัย ห้องสวีทใหม่ ประสบการณ์ด้านอาหาร เวลเนส และไลฟ์สไตล์ที่ตอบรับนักเดินทางยุคใหม่ และกว่า 4 ทศวรรษที่ชื่อของ Anantara Siam Bangkok Hotel เป็นส่วนหนึ่งของภาพจำของกรุงเทพฯ โรงแรมบนถนนราชดำริแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายสำหรับการเข้าพัก แต่ยังเป็นพื้นที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของความเป็นไทยผ่านสถาปัตยกรรม ศิลปะ งานฝีมือ และศาสตร์แห่งการต้อนรับที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

Rebirth of an Icon’ บทใหม่ของอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ

วันนี้ไอคอนแห่งนี้กำลังเปิดบทใหม่อีกครั้งในชื่อ “Rebirth of an Icon” หลังการลงทุนกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยกระดับพื้นที่และประสบการณ์ทั่วทั้งโรงแรม ภายใต้แนวคิด “Transformed. Timeless. Thai.” โดยหัวใจสำคัญคือการนำเอกลักษณ์ที่สั่งสมมาตลอดกว่า 40 ปีมาตีความใหม่ให้เข้ากับความต้องการของนักเดินทางร่วมสมัย ซึ่ง อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2526 จากการออกแบบของ George Wimberley สถาปนิกระดับโลก ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งในโรงแรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของกรุงเทพฯ ผ่านรายละเอียดอย่างสวนสีเขียว งานไม้ จิตรกรรมฝาผนัง และศิลปะไทยที่ปรากฏอยู่ในหลายพื้นที่

หนึ่งในมรดกสำคัญคือจิตรกรรมฝาผนังความยาวกว่า 100 เมตรบริเวณล็อบบี้ ผลงานของ อาจารย์ไพบูลย์ สุวรรณกูฏ ซึ่งสร้างขึ้นเนื่องในวาระครบรอบ 200 ปี วันจักรี ขณะที่แผงเพดานทั้ง 19 ช่องบอกเล่าเรื่องราว “สวรรค์ในคติไทย” ผลงานเหล่านี้ได้รับการทำนุบำรุงอย่างพิถีพิถันในระหว่างการปรับโฉม เพื่อให้เรื่องราวจากอดีตยังคงอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ และสามารถถูกมองผ่านสายตาของคนรุ่นใหม่ได้อีกครั้ง

เมื่อความเป็นไทยถูกตีความใหม่ผ่านดีไซน์

ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับห้องพักและห้องสวีททั้ง 335 ห้อง ตั้งแต่ Deluxe Room ไปจนถึง Siam Suite, Anantara Suite และ Presidential Suite โดยนำองค์ประกอบอย่างไม้สักโทนอุ่น ผ้าไหม งานฝีมือ และโทนสีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นมาผสานกับภาษาการออกแบบร่วมสมัย หนึ่งในไฮไลต์ใหม่คือ Anantara Garden Pool Suite ห้องสวีทที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางสวนสีเขียว พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวและพื้นที่ใช้สอยทั้งภายในและภายนอก ให้ความรู้สึกคล้ายบ้านพักตากอากาศส่วนตัวใจกลางเมือง

ขณะที่ Jim Thompson Suite นำแรงบันดาลใจจากบ้านพักตากอากาศแบบไทยมาผ่านการตีความร่วมกับ Jim Thompson ตั้งแต่พื้นไม้สักขัดเงา ผนังกรุไม้ ภาพวาด ไปจนถึงงานศิลปะที่สะท้อนเรื่องราวของ “ราชาแห่งผ้าไหมไทย” พื้นที่สองห้องนอนแห่งนี้ประกอบด้วยห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหารแบบเปิดโล่ง และห้องสมุดส่วนตัว ก่อนจะหลอมรวมรายละเอียดทั้งหมดเข้ากับการใช้ชีวิตแบบร่วมสมัยจนเกิดเป็นพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านมากกว่าโรงแรม

จากโต๊ะอาหารสู่บาร์ที่ตอบโจทย์คนเมือง

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ยังคงเป็นหัวใจของอนันตรา สยาม คือวัฒนธรรมด้านอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีห้องอาหารและบาร์รวม 9 แห่ง ตั้งแต่อาหารไทยที่ Spice Market อาหารอิตาเลียนร่วมสมัยที่ Biscotti อาหารญี่ปุ่นที่ Shintaro สเต๊กที่ Madison Steak Avenue ไปจนถึงอาหารสไตล์อเมริกาใต้ที่ Guilty Bangkok

สำหรับค็อกเทล Aqua Bar ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของโรงแรม ด้วยบรรยากาศสวนสีเขียวใจกลางกรุงเทพฯ และประสบการณ์ด้านเครื่องดื่มที่เคยได้รับการจัดอันดับจาก Asia’s 50 Best Bars

ขณะที่ Mocha & Muffins, The Lobby และ The Garden Terrace เติมเต็มช่วงเวลาตลอดทั้งวัน ตั้งแต่กาแฟและขนมอบ อาฟเตอร์นูนที ไปจนถึงเครื่องดื่มและอาหารว่างริมสระว่ายน้ำ

ยกระดับประสบการณ์ให้มากกว่าการเข้าพัก

การปรับโฉมยังครอบคลุมพื้นที่จัดงาน โดย Grand Ballroom และห้องประชุมต่างๆ ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อรองรับทั้งงานประชุมระดับนานาชาติ งานแต่งงาน กาลาดินเนอร์ และงานเฉลิมฉลองส่วนตัว พร้อมเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การจัดงานในยุคปัจจุบัน ส่วนด้านเวลเนส Anantara Spa ได้รับการยกระดับโดยยังคงนำศาสตร์การบำบัดแบบไทยมาเป็นหัวใจของประสบการณ์ ขณะที่ Siam Sport Club เพิ่มฟิตเนสเซ็นเตอร์พร้อมอุปกรณ์จาก Technogym สตูดิโอพิลาทิส และพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้งสำหรับมวยไทย ปีนผา และการฝึกเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกาย

ทั้งหมดนี้สะท้อนความพยายามของอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ที่จะขยับจากภาพของ “โรงแรมคลาสสิก” ไปสู่พื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตหลากหลายรูปแบบมากขึ้น โดยยังคงรักษาแก่นของตัวเองเอาไว้ “การปรับโฉมครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในเส้นทางของอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ” มร. ทอร์สเทน ริชเตอร์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ กล่าวถึงการสร้างสมดุลระหว่างการตอบรับความคาดหวังของนักเดินทางในวันนี้ กับการรักษามรดกที่มีคุณค่าของโรงแรม

และนั่นอาจเป็นหัวใจของการเกิดใหม่ครั้งนี้ เพราะสำหรับโรงแรมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ การ “Rebirth” ไม่ได้หมายถึงการกลับมาในแบบเดิม หากคือการรู้ว่าสิ่งใดควรรักษา และสิ่งใดควรถูกตีความใหม่ จากจิตรกรรมฝาผนัง งานช่างไทย และสวนเขียวชอุ่ม สู่ห้องสวีทร่วมสมัย ห้องอาหารระดับโลก บาร์ เวลเนส และพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิต อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ กำลังนำเสนอความหมายใหม่ของ Thai Luxury ความหรูหราที่ไม่ได้ยึดติดกับอดีต แต่ใช้รากฐานจากอดีตเพื่อสร้างประสบการณ์สำหรับปัจจุบัน

ในวันที่กรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไอคอนแห่งถนนราชดำริแห่งนี้จึงเลือกที่จะไม่หยุดอยู่กับภาพจำเดิม แต่เปิดประตูสู่บทใหม่อย่างมั่นใจ พร้อมพาเรื่องราวของความเป็นไทยเดินทางต่อไปในภาษาที่ร่วมสมัยกว่าเดิม เพราะบางครั้ง การรักษาความคลาสสิกเอาไว้ ไม่ได้หมายถึงการหยุดเวลา แต่คือการทำให้สิ่งนั้นยังคงมีความหมายในทุกยุคสมัย


สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ได้ที่ https://www.anantara.com/th/siam-bangkok

Similar Articles

More