DYSON UNVEILED: ก้าวใหม่ของเทคโนโลยีอัจฉริยะ เมื่อวิศวกรรมก้าวสู่ผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจการใช้งานมากยิ่งขึ้น
จากจุดเริ่มต้นของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญกับงานวิศวกรรมเครื่องกลและประสิทธิภาพการทำงาน Dyson กำลังก้าวเข้าสู่อีกบทใหม่ของเทคโนโลยีอัจฉริยะ ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เจเนอเรชันใหม่ภายในงาน Dyson Unveiled ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 โดยมี Jake Dyson หัวหน้าวิศวกรของ Dyson เป็นผู้เผยโฉม 10 นวัตกรรมใหม่ที่ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลช่องปาก การทำความสะอาดบ้าน การดูแลคุณภาพอากาศ ไปจนถึงการดูแลและจัดแต่งทรงผม สะท้อนแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มุ่งเพียงมอบประสิทธิภาพ แต่ยังเพิ่มความสามารถในการรับรู้ ประมวลผล และปรับการทำงานให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและการใช้งานได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านคำกล่าวของ Jake Dyson ที่มองเห็นการเปลี่ยนผ่านของ Dyson จากการพัฒนาเครื่องจักรที่ขับเคลื่อนด้วยกลไก สู่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถ “มองเห็น คิด และตอบสนอง” ด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ระบบการมองเห็น และเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่องเข้ามาช่วยให้ผลิตภัณฑ์เข้าใจสภาพแวดล้อมที่กำลังทำงานอยู่ได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภายในช่องปาก บนเส้นผม หรือภายในพื้นที่อยู่อาศัย

Dyson CameraJet™ เมื่อกล้องเข้ามาเปลี่ยนวิธีดูแลช่องปาก
หนึ่งในนวัตกรรมที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าวอย่างชัดเจนคือ Dyson CameraJet™ แปรงสีฟันอัจฉริยะรุ่นแรกที่มาพร้อมกล้องในตัว โดยรวม 3 ขั้นตอนของการดูแลช่องปากไว้ในอุปกรณ์เดียว ได้แก่ การแปรงฟัน การทำความสะอาดซอกฟันด้วยน้ำแบบเฉพาะจุด และการจ่ายน้ำยาบ้วนปาก
CameraJet™ มาพร้อมกล้องเลนส์มาโครความละเอียด 100,000 พิกเซล ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Gap Optical Targeting™ และระบบการเรียนรู้ของเครื่องจาก Dyson เพื่อช่วยตรวจจับช่องว่างระหว่างซี่ฟันแบบเรียลไทม์ ก่อนปล่อยน้ำยาบ้วนปากไปยังบริเวณที่ต้องการอย่างแม่นยำ โดยผลิตภัณฑ์รุ่นนี้ได้รับการพัฒนานานกว่า 6 ปี ผ่านการทำงานของวิศวกร Dyson จำนวน 661 คน พร้อมประมวลภาพแบบเรียลไทม์ได้สูงสุด 28 ภาพต่อวินาที ใช้โค้ดกว่า 16 ล้านบรรทัด และผ่านการฝึกฝนจากภาพทางทันตกรรมมากกว่า 470,000 ภาพ เพื่อให้ระบบสามารถตรวจจับ ติดตาม และคาดการณ์ตำแหน่งของช่องว่างระหว่างซี่ฟันได้



นอกจากระบบกล้องและการประมวลผลภาพแล้ว CameraJet™ ยังได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีเฉพาะสำหรับการดูแลช่องปาก ทั้งหัวฉีดทรงกรวยสำหรับทำความสะอาดตามซอกฟัน ถังบรรจุน้ำยาแบบ Anti-Gravity หัวแปรงขนแปรงคู่ และระบบการสั่นแบบ Sonic ที่สามารถปรับระดับได้ รวมถึงการทำงานร่วมกับยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากสูตรเฉพาะจาก Dyson
ขณะเดียวกัน ตัวผลิตภัณฑ์ยังรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi และ Bluetooth เพื่อใช้งานร่วมกับแอป MyDyson™ ผู้ใช้สามารถดูภาพจากกล้องแบบเรียลไทม์ ตรวจสอบพื้นที่ที่แปรงและทำความสะอาดไปแล้ว รับคำแนะนำเฉพาะบุคคล และปรับโหมดการแปรงรวมถึงการฉีดน้ำยาได้ตามต้องการ โดยภาพจากกล้องจะไม่ถูกบันทึกหรือจัดเก็บไว้ทั้งในตัวผลิตภัณฑ์และบนระบบคลาวด์
Dyson Nurovi™ ยกระดับหุ่นยนต์ทำความสะอาดด้วยระบบอัจฉริยะ

สำหรับการดูแลพื้นที่ภายในบ้าน Dyson นำเสนอผลิตภัณฑ์ตระกูล Dyson Robot Nurovi™ ซึ่งผสานเทคโนโลยี Neural Intelligence เข้ากับระบบ Vision รุ่นล่าสุด เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถรับรู้และวิเคราะห์สภาพแวดล้อม ก่อนปรับการทำงานให้เหมาะสมกับพื้นที่ได้อย่างชาญฉลาด โดยยังคงไว้ซึ่งแนวทางด้านงานวิศวกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของ Dyson
หนึ่งในรุ่นสำคัญคือ Dyson R3 Nurovi Spot+Scrub™ UV หุ่นยนต์ทำความสะอาดพื้นที่สามารถทั้งดูดฝุ่นและถูพื้น พร้อมระบบตรวจจับคราบที่ทำงานร่วมกันระหว่างแสง UV ระบบการมองเห็นด้วย AI และแสงสีเขียวคล้ายเลเซอร์ เพื่อแยกคราบและสิ่งของภายในบ้านได้เกือบ 200 ประเภท และสามารถทำความสะอาดบริเวณเดิมซ้ำจนกว่าคราบจะถูกขจัดออกทั้งหมด
ในส่วนของการถูพื้น R3 Nurovi Spot+Scrub™ UV มาพร้อมลูกกลิ้งไมโครไฟเบอร์ที่สามารถทำความสะอาดตัวเองได้ในทุกการหมุน พร้อมระบบปล่อยน้ำ 12 จุด ซึ่งเติมน้ำสะอาดที่ผ่านการทำความร้อนที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ลูกกลิ้งสามารถยื่นออกด้านข้างได้ถึง 40 มิลลิเมตร เพื่อเข้าถึงบริเวณชิดขอบผนัง พร้อมมอเตอร์แรงดูด 30,000 Pa ซึ่งให้แรงดูดเพิ่มขึ้น 65% สำหรับการทำความสะอาดทั้งพื้นแข็งและพรม เมื่อเสร็จสิ้นการทำงาน ตัวเครื่องจะกลับเข้าสู่แท่นชาร์จแบบไซโคลนไร้ถุงเก็บฝุ่น ซึ่งสามารถเทฝุ่น ทำความสะอาด และชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวหุ่นยนต์ได้โดยอัตโนมัติ
อีกหนึ่งรุ่นคือ Dyson R2 Nurovi Wash+Dry ที่มาพร้อมแผ่นถูรูปทรงสามเหลี่ยม Reuleaux ซึ่งออกแบบให้คงความกว้างเท่ากันขณะเคลื่อนที่ ช่วยให้ตัวเครื่องสามารถเข้าถึงพื้นที่บริเวณมุมห้องได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น พร้อมใช้น้ำร้อนอุณหภูมิ 75 องศาเซลเซียส ซึ่งทำความร้อนจากแท่นชาร์จก่อนนำมาใช้ทำความสะอาด R2 Nurovi Wash+Dry ยังมาพร้อมระบบ Twin-capture ที่แยกการจัดการเศษสิ่งสกปรกขนาดใหญ่และฝุ่นละเอียดออกจากกัน โดยขนแปรงจะกวาดเศษขนาดใหญ่เข้าสู่ตัวเครื่อง ขณะที่มอเตอร์ดูดฝุ่นจะมุ่งจัดการกับฝุ่นละเอียด พร้อมเซ็นเซอร์ Acoustic Piezo ที่สามารถตรวจจับปริมาณฝุ่นและประเภทของพื้นผิวแบบเรียลไทม์ ก่อนปรับแรงดูดและรูปแบบการทำความสะอาดโดยอัตโนมัติ ส่วน Dyson R1 Nurovi Dry เป็นหุ่นยนต์ที่ออกแบบมาสำหรับการทำความสะอาดแบบแห้งทั้งบนพื้นแข็งและพรม มาพร้อมเทคโนโลยี Twin-capture เช่นเดียวกับ R2 และแรงดูด 21,000 Pa พร้อมระบบแปรงปัดด้านข้างที่ออกแบบให้ควบคุมทั้งแรงกดและทิศทางของขนแปรงอย่างเหมาะสม เพื่อกวาดฝุ่นและเศษสิ่งสกปรกเข้าสู่ทิศทางของกระแสลมได้อย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันยังสามารถเข้าถึงบริเวณชิดผนังและมุมห้องได้มากขึ้น
Dyson W1 PencilWash™ เติมความสะดวกให้การทำความสะอาดพื้น
นอกเหนือจากหุ่นยนต์ทำความสะอาด Dyson ยังเผยโฉม Dyson W1 PencilWash™ รุ่นใหม่ ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากเครื่องทำความสะอาดพื้นแบบเปียก PencilWash รุ่นแรกที่เปิดตัวเมื่อต้นปี 2569 โดยรุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำความสะอาด ด้วยลูกกลิ้งที่ซึมซับน้ำได้ดียิ่งขึ้น ระบบจัดเก็บของเสียที่ถูกสุขอนามัยมากขึ้น และเทคโนโลยีทำความสะอาดตัวเองบนแท่นชาร์จ ทั้งหมดอยู่ภายใต้ดีไซน์ตัวเครื่องที่ยังคงมีน้ำหนักเบาและบาง เพื่อให้สะดวกต่อการหยิบใช้งานและดูแลทำความสะอาดในชีวิตประจำวัน


HushJet™ จุดเริ่มต้นของแนวทางใหม่ด้านการควบคุมกระแสลม
ในหมวดการดูแลคุณภาพอากาศ Dyson ถ่ายทอดแนวคิดผ่านเทคโนโลยี HushJet™ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการเปิดตัว Dyson HushJet Compact Purifier ในปี 2568 ก่อนต่อยอดสู่ Dyson HushJet Mini Cool Fan ในเดือนเมษายน 2569 โดยนำแนวคิดด้านการควบคุมกระแสลมจากวิศวกรรมการบินมาประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ภายในบ้าน
หัวฉีด HushJet ได้รับแรงบันดาลใจจากวิธีที่เครื่องบินสามารถลดเสียงรบกวนขณะเคลื่อนที่ผ่านอากาศด้วยความเร็วสูง โดยอาศัยการออกแบบรูปทรงเพื่อควบคุมความปั่นป่วนของกระแสลมตั้งแต่ต้นทาง แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาต่อยอดเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดเสียงจากการสร้างกระแสลมอันทรงพลัง และเตรียมนำมาใช้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศและพัดลมของ Dyson
หนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญคือ Dyson HushJet Big+Quiet Cool Pure+ Formaldehyde/Ioniser + UV เครื่องฟอกอากาศรุ่นที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดของ Dyson ออกแบบมาสำหรับการฟอกอากาศในหลายห้อง พร้อมเทคโนโลยีการส่งกระแสลม Dyson HushJet ที่ช่วยส่งอากาศได้ไกลขึ้น และช่วยให้อากาศภายในห้องหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวเครื่องใช้คอมเพรสเซอร์แรงดันต่ำที่ให้อัตราการไหลของอากาศสูง ทำงานร่วมกับระบบกรอง 3 ขั้นตอนสำหรับดักจับอนุภาคและก๊าซ ทำลายฟอร์มาลดีไฮด์ และมอบอัตราการส่งผ่านอากาศบริสุทธิ์ หรือ CADR ในระดับชั้นนำของตลาด โดยสามารถดักจับมลพิษขนาดเล็กถึง 0.01 ไมครอนได้ 99.999% พร้อมระบบ UV ที่ช่วยกำจัดแบคทีเรียได้ 99.9% และระบบ Ioniser ทั้งหมดทำงานโดยมุ่งเน้นการลดเสียงรบกวนระหว่างการใช้งาน
ขณะเดียวกัน Dyson HushJet Pure Cool+ Formaldehyde/Ioniser + UV ได้รับการออกแบบให้เป็นเครื่องฟอกอากาศประสิทธิภาพสูงในขนาดกลางที่กะทัดรัดยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยมอบประสิทธิภาพการฟอกอากาศที่ทรงพลังขึ้นสูงสุด 3 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน พร้อมส่งอากาศสะอาดให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่ และยังสามารถมอบกระแสลมเย็นได้อีกด้วย


Dyson Corrale CoolShine™ และ Dyson Airsmooth™ เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาอยู่ในกิจวัตรการจัดแต่งทรงผม
ในหมวดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม Dyson นำเสนอ Dyson Corrale CoolShine™ เครื่องหนีบผมอัจฉริยะรุ่นใหม่ที่ผสานระบบควบคุมความร้อนอัจฉริยะ แผ่นความร้อนแบบโค้งงอได้ และเทคโนโลยี Active Cooling เพื่อช่วยให้เส้นผมตรง เรียบลื่น และเงางาม พร้อมลดความเสียหายจากความร้อน และออกแบบมาให้สามารถจัดทรงได้ด้วยจำนวนครั้งในการหนีบที่น้อยลง
เทคโนโลยีของ Corrale CoolShine™ ต่อยอดจากแผ่นความร้อนแบบโค้งงอได้ของ Dyson Corrale™ รุ่นดั้งเดิม โดยทำงานร่วมกับ Cooling Attachment ซึ่งช่วยลดความเสียหายต่อเส้นผมได้สูงสุดถึง 29% ภายใน Cooling Attachment มีท่อถ่ายเทความร้อนที่ช่วยดึงความร้อนส่วนเกินออกจากเส้นผมระหว่างการจัดแต่ง โดยภายในท่อมีน้ำในปริมาณที่ควบคุมไว้อย่างแม่นยำ เพื่อช่วยถ่ายเทความร้อนส่วนเกินและลดความร้อนตกค้างหลังการใช้งาน สำหรับผลลัพธ์ในการจัดแต่ง Dyson ระบุว่า Corrale CoolShine™ ทำให้เส้นผมนุ่มสลวยและเงางามขึ้นสูงสุด 154% เมื่อเทียบกับผมที่ไม่ได้จัดแต่ง พร้อมดีไซน์น้ำหนักเบาและกะทัดรัด สามารถจัดแต่งทรงได้รวดเร็ว หนีบผมตรงโดยไม่ต้องหนีบซ้ำหลายครั้ง และคงทรงได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมง
อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่คือ Dyson Airsmooth™ อุปกรณ์จัดแต่งทรงผม Hot brush รุ่นแรกของ Dyson ที่ผสานเทคโนโลยีแรงลมเข้ากับระบบขนแปรงใหม่อย่าง PivotFlex™ และ Anti-snag เพื่อช่วยเป่าผมให้แห้ง เรียบลื่น และยกโคน พร้อมจัดแต่งทรงในสไตล์ blowout ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และรองรับเส้นผมหลากหลายลักษณะ ตั้งแต่ผมตรง ผมหยักศก ไปจนถึงผมหยิกและผมหยิกมาก


จุดเด่นของ Airsmooth™ อยู่ที่ระบบขนแปรงคู่ ซึ่งทำงานไปกับเส้นผมอย่างเป็นธรรมชาติ โดยขนแปรง Anti-snag ใช้โครงสร้างแบบห่วงที่สามารถยุบตัวเพื่อช่วยปล่อยเส้นผมออกจากแปรง ขณะที่ขนแปรง PivotFlex™ มีฐานเปิดเพื่อช่วยกระจายและควบคุมกระแสลมแรงดันสูง ลดผมชี้ฟูและการกระจายตัวของเส้นผมระหว่างจัดทรง ตัวขนแปรงสามารถโค้งงอได้สูงสุด 90 องศา และทำงานร่วมกันในรูปแบบการจัดวางทรงหยดน้ำ เพื่อช่วยคลายลอน ลดผมชี้ฟู และจัดเส้นผมให้เรียบลื่นตั้งแต่โคนจรดปลาย
นอกจากนี้ Dyson Airsmooth™ ยังมาพร้อมระบบควบคุมความร้อนอัจฉริยะที่ตรวจวัดอุณหภูมิได้ถึง 100 ครั้งต่อวินาที เพื่อควบคุมระดับความร้อนให้เหมาะสมตลอดการใช้งาน พร้อมระบบรองรับแรงดันไฟฟ้าทั่วโลก ทำให้สามารถพกพาและใช้งานได้ในหลากหลายประเทศ
เมื่อ “ความฉลาด” กลายเป็นหัวใจของการออกแบบ
การเปิดตัวผลิตภัณฑ์เจเนอเรชันใหม่ภายในงาน Dyson Unveiled จึงสะท้อนทิศทางการพัฒนาของ Dyson ที่ขยับจากการมุ่งสร้างประสิทธิภาพเชิงกลไก ไปสู่การผสานระบบอัจฉริยะเข้ากับประสบการณ์การใช้งานในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การดูแลช่องปากที่สามารถมองเห็นและวิเคราะห์พื้นที่ระหว่างซี่ฟัน การทำความสะอาดบ้านที่สามารถรับรู้ประเภทของสิ่งสกปรกและพื้นผิว ไปจนถึงการจัดแต่งทรงผมและการควบคุมกระแสลมที่อาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การทำงานมีความแม่นยำยิ่งขึ้น
จากผลิตภัณฑ์ทั้ง 10 นวัตกรรมที่ถูกนำเสนอในครั้งนี้ สิ่งที่ปรากฏให้เห็นเป็นภาพของแนวทางการพัฒนาที่ Dyson กำลังขยับเข้าใกล้ยุคของผลิตภัณฑ์ซึ่งสามารถรับรู้สภาพแวดล้อม ประมวลผลข้อมูล และตอบสนองต่อการใช้งานได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น โดยยังคงวางงานวิศวกรรมและประสิทธิภาพไว้เป็นหัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่พื้นที่เล็กที่สุดอย่างช่องว่างระหว่างซี่ฟัน ไปจนถึงพื้นที่ขนาดใหญ่ภายในบ้าน และกิจวัตรการดูแลตัวเองในทุกวัน

