8 หนังและซีรีส์ฟุตบอลที่ควรดูก่อนเชียร์รอบไฟนอลฟุตบอลโลก

ก่อนที่ศึกนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกจะระเบิดความมันในคืนวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการอุ่นเครื่องด้วยหนังและซีรีส์ที่หยิบเอาเกมลูกหนังมาเล่าในหลากหลายแง่มุม ตั้งแต่เรื่องจริงของนักเตะระดับตำนาน สารคดีที่พาผู้ชมเข้าไปสัมผัสชีวิตของสโมสร ไปจนถึงเรื่องราวที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ อารมณ์ขัน และความหลงใหลในกีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนบอลตัวยงหรือเพิ่งเริ่มอินกับเกมฟุตบอล ผลงานทั้ง 8 เรื่องนี้จะช่วยเติมอารมณ์ร่วมและทำให้ค่ำคืนแห่งการตัดสินแชมป์โลกเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม

1. Ted Lasso (2020–2023)

แม้จะเป็นซีรีส์ที่มีฟุตบอลเป็นฉากหลัง แต่ Ted Lasso กลับไม่ได้เล่าเรื่องชัยชนะในสนามเพียงอย่างเดียว หากแต่พูดถึงพลังของการเป็นผู้นำ การทำงานเป็นทีม และการเชื่อมั่นในศักยภาพของผู้คน ผ่านเรื่องราวของซีรีส์ Ted Lasso โค้ชอเมริกันฟุตบอลที่ถูกว่าจ้างให้มาคุมสโมสร AFC Richmond ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ทั้งที่แทบไม่มีความรู้เกี่ยวกับกีฬาฟุตบอลเลย

ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความกังขาจากแฟนบอล สื่อมวลชน และแม้แต่ลูกทีม ลาสโซค่อยๆ พิสูจน์ตัวเองด้วยทัศนคติเชิงบวก ความจริงใจ และการให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนมากกว่าผลการแข่งขัน จนกลายเป็นซีรีส์ที่ทั้งอบอุ่น สนุก และสร้างแรงบันดาลใจได้อย่างน่าประทับใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนฟุตบอลหรือไม่ก็ตาม เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ซีรีส์ Ted Lasso ต้องการบอกเล่าคือการเป็นมนุษย์ที่ดีต่อกัน

2. The English Game (2020)

หากอยากย้อนกลับไปทำความเข้าใจว่าฟุตบอลกลายมาเป็นกีฬาที่ครองใจผู้คนทั่วโลกได้อย่างไร The English Game คือซีรีส์ที่ไม่ควรพลาด ผลงานจาก Netflix เรื่องนี้พาผู้ชมย้อนสู่ประเทศอังกฤษในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ยุคที่ฟุตบอลกำลังเปลี่ยนผ่านจากกีฬาของชนชั้นสูง สู่เกมที่เปิดโอกาสให้ชนชั้นแรงงานได้เข้ามามีบทบาท และกลายเป็นรากฐานของฟุตบอลสมัยใหม่

แม้จะมีฉากการแข่งขันที่ชวนลุ้น แต่หัวใจสำคัญของซีรีส์กลับอยู่ที่การเล่าเรื่องความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และบทบาทของบุคคลผู้ผลักดันให้ฟุตบอลกลายเป็นกีฬาของทุกคน จึงเป็นมากกว่าซีรีส์กีฬา แต่ยังเป็นงานที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และจุดกำเนิดของเกมลูกหนังได้อย่างน่าสนใจ เหมาะสำหรับแฟนฟุตบอลที่อยากเข้าใจโลกของฟุตบอลให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

3. Sunderland ’Til I Die (2018–2020)

สารคดีจาก Netflix ที่พาผู้ชมเข้าไปสัมผัสเบื้องหลังของสโมสร Sunderland AFC ในฤดูกาล 2017/18 หลังจากทีมต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ แต่แทนที่จะมุ่งเน้นเพียงผลการแข่งขัน ซีรีส์กลับพาเราไปรู้จักทุกฟันเฟืองของสโมสร ตั้งแต่เจ้าของทีม ผู้บริหาร โค้ช นักเตะ ไปจนถึงพนักงานและแฟนบอลที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างทีมในวันที่ยากลำบากที่สุด

สิ่งที่ทำให้ Sunderland ’Til I Die แตกต่างจากสารคดีฟุตบอลเรื่องอื่น คือการถ่ายทอดความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างสโมสรกับเมืองซันเดอร์แลนด์ เมืองอุตสาหกรรมทางตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษที่เคยรุ่งเรืองจากธุรกิจต่อเรือ ก่อนที่เศรษฐกิจจะซบเซาลง จนสโมสรฟุตบอลกลายเป็นศูนย์รวมความหวังและความภาคภูมิใจของผู้คนในท้องถิ่น

4. Welcome to Wrexham (2022–2026)

สารคดีที่เปลี่ยนสโมสรฟุตบอลเล็กๆ จากเวลส์ให้กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เมื่อสองนักแสดงฮอลลีวูด Ryan Reynolds และ Rob McElhenney เข้ามาเป็นเจ้าของ Wrexham AFC พร้อมบันทึกการเดินทางของสโมสรทั้งในและนอกสนาม ซีรีส์ถ่ายทอดเรื่องราวของนักเตะ ทีมงาน แฟนบอล และชุมชนได้อย่างจริงใจ จนทำให้แม้แต่คนที่ไม่ใช่แฟนฟุตบอลก็สามารถอินไปกับเรื่องราวได้ไม่ยาก

ผลลัพธ์ของการสร้างสารคดี Welcome to Wrexham ยังสร้างอิทธิพลต่อสโมสรในโลกความเป็นจริง ทั้งฐานแฟนบอลที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก เสื้อทีมที่ขายดี สนามที่เต็มแทบทุกนัด และการกลับมาเป็นที่พูดถึงของ Wrexham AFC ในวงการฟุตบอลระดับนานาชาติ ก่อนที่ทีมจะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเลื่อนชั้นติดต่อกัน 3 ฤดูกาล พร้อมปลุกชีวิตชีวาให้กับเมืองและเศรษฐกิจท้องถิ่นอีกครั้ง นี่คือสารคดีที่แสดงให้เห็นว่าฟุตบอลสามารถเปลี่ยนแปลงทั้งสโมสร ชุมชน และผู้คนได้อย่างแท้จริง

5. The Damned United (2009)

ภาพยนตร์ชีวประวัติที่พาผู้ชมย้อนสู่หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์อันโด่งดังของวงการฟุตบอลอังกฤษ ผ่านเรื่องราวของ Brian Clough ผู้จัดการทีมฝีปากกล้าที่เข้ามาคุม Leeds United ในปี 1974 แต่กลับอยู่ในตำแหน่งได้เพียง 44 วัน ท่ามกลางความขัดแย้งกับนักเตะ บอร์ดบริหาร และเงาของอดีตกุนซือผู้ยิ่งใหญ่อย่าง Don Revie

แม้เรื่องราวจะโฟกัสไปที่ช่วงเวลาล้มเหลวที่สุดในอาชีพของคลัฟ แต่ภาพยนตร์ก็สลับเล่าย้อนถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของเขากับ Derby County พร้อมถ่ายทอดความทะเยอทะยาน ความมั่นใจในตัวเอง และราคาที่ต้องจ่ายเมื่ออัตตาและปรัชญาฟุตบอลปะทะกับความเป็นจริง จึงเป็นมากกว่าหนังฟุตบอล แต่เป็นภาพยนตร์ที่พูดถึงภาวะผู้นำ ความกดดัน และด้านเปราะบางของผู้ที่ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ

6. Next Goal Wins (2023)

ผลงานกำกับของ Taika Waititi ที่สร้างจากเรื่องจริงของทีมฟุตบอลชาติอเมริกันซามัว เจ้าของสถิติความพ่ายแพ้ที่ยับเยินที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก หลังแพ้ออสเตรเลียถึง 31-0 ในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกปี 2001 ก่อนจะตัดสินใจจ้าง Thomas Rongen (รับบทโดย Michael Fassbender) โค้ชผู้กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากในอาชีพ เข้ามารับภารกิจพลิกฟื้นทีมที่ทั้งโลกมองว่าไร้ความหวัง

แม้จะใช้ฟุตบอลเป็นแกนหลักของเรื่อง แต่ Next Goal Wins กลับเป็นภาพยนตร์ฟีลกู๊ดที่พูดถึงการเริ่มต้นใหม่ การเยียวยาบาดแผลจากความพ่ายแพ้ และการค้นหาความหมายของคำว่า “ชัยชนะ” มากกว่าการแข่งขันเพื่อถ้วยรางวัล ด้วยสไตล์การเล่าเรื่องที่อบอุ่น ปนเสียงหัวเราะตามแบบฉบับของ Waititi ทำให้เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่พิสูจน์ว่า บางครั้งชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อาจเป็นเพียงการลุกขึ้นสู้และก้าวต่อไป แม้โลกทั้งใบจะเคยมองว่าคุณไม่มีวันประสบความสำเร็จก็ตาม

7. Diego Maradona (2019)

สารคดีชีวประวัติที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามจาก Asif Kapadia ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์จาก Amy ถ่ายทอดชีวิตของผู้ชายที่ชื่อว่า Diego Maradona ตำนานลูกหนังชาวอาร์เจนตินา ผ่านฟุตเทจหาชมยากกว่า 500 ชั่วโมง ทั้งภาพการแข่งขัน ชีวิตส่วนตัว และเบื้องหลังที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน ทำให้ผู้ชมได้เห็นตัวตนของชายผู้ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

สารคดีพาผู้ชมย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่มาราโดนาค้าแข้งกับ Napoli สโมสรที่เขาพาขึ้นสู่ความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์กัลโช่เซเรียอาพร้อมกลายเป็นฮีโร่ของเมืองเนเปิลส์ทว่าเบื้องหลังชื่อเสียงและความสำเร็จนั้นกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันอาการบาดเจ็บชีวิตส่วนตัวที่วุ่นวายคดียาเสพติดและความสัมพันธ์กับกลุ่มอิทธิพลในอิตาลี จึงเป็นสารคดีที่ไม่ได้เล่าแค่เส้นทางของนักฟุตบอลอัจฉริยะ แต่สอดแทรกเรื่องราวที่ทำให้ให้เห็นราคาที่ต้องจ่ายของการเป็นบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ที่โลกทั้งใบจับตามอง

8. Beckham (2023)

สารคดีความยาว 4 ตอนจาก Netflix ที่พาผู้ชมย้อนเส้นทางชีวิตของ David Beckham จากเด็กหนุ่มผู้หลงใหลในฟุตบอล สู่การเป็นกัปตันทีมชาติอังกฤษ นักเตะระดับโลก และหนึ่งในไอคอนแห่งวงการกีฬาและแฟชั่น ผ่านบทสัมภาษณ์จากเจ้าตัว ครอบครัว เพื่อนร่วมทีม และฟุตเทจเบื้องหลังที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน

ตลอดทั้งซีรีส์ผู้ชมจะได้ย้อนรอยช่วงเวลาสำคัญในอาชีพตั้งแต่ความสำเร็จกับ Manchester United และ Real Madrid ไปจนถึงเหตุการณ์ใบแดงในฟุตบอลโลกปี 1998 ที่เปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาลนอกจากนี้ยังเผยให้เห็นอีกด้านของเบ็คแฮมทั้งบทบาทของสามีคุณพ่อ นักธุรกิจ และผู้สร้างแบรนด์ระดับโลก จึงเป็นสารคดีที่สะท้อนให้เห็นว่าชื่อของ David Beckham กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ทรงอิทธิพลเกินกว่าโลกฟุตบอลไปแล้ว

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนบอลตัวยงหรือเพิ่งเริ่มติดตามฟุตบอล หนังและซีรีส์ทั้ง 8 เรื่องนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจเสน่ห์ของเกมลูกหนังในมิติที่ลึกกว่าผลการแข่งขัน เพราะเบื้องหลังทุกประตู ทุกถ้วยแชมป์ และทุกเสียงเชียร์ ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวของความฝัน ความพยายาม และจิตวิญญาณของผู้คนที่ทำให้ฟุตบอลกลายเป็นกีฬาที่ครองใจคนทั้งโลก

Photos: IMDB

Similar Articles

More