The Next Cut: WILLY CHAVARRIA 

Words: Chanond Mingmit

WILLY CHAVARRIA (วิลลี ชาวารีอา) ความขบถอันสง่างาม และการปฏิวัติหน้าประวัติศาสตร์แฟชั่นอเมริกัน โดยถ้าจะพูดถึงดีไซเนอร์ที่ทรงอิทธิพลและถูกพูดถึงมากที่สุดในปฏิทินนิวยอร์กแฟชั่นวีคช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชื่อของ Willy Chavarria ย่อมรั้งอยู่ในอันดับต้นๆ ชายวัย 58 ปีคนนี้เพิ่งคว้ารางวัลอันทรงเกียรติอย่าง American Menswear Designer of the Year จาก CFDA สองปีซ้อน (2023 และ 2024) พ่วงด้วยการติดทำเนียบ TIME100 ผู้ทรงอิทธิพลของโลกในปี 2025 และล่าสุดกับการนำพาแบรนด์ตัวเองไปเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ที่ปารีสแฟชั่นวีค ที่สื่อนิตยสารอย่าง The New York Times ถึงกับขนานนามเขาว่าเป็น “บิดาผู้ให้กำเนิดสไตล์อเมริกันยุคใหม่” (The founding father of a new American style) อะไรคือสิ่งที่ทำให้เสื้อผ้าของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องนุ่งห่ม และทำหน้าที่กระบอกเสียงทางวัฒนธรรมและการเมืองที่ทรงพลังที่สุดยุคนี้ The Next Cut EP.5 จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ WILLY CHAVARRIA กันครับ

Chicano Roots รากเหง้าชิคาโนและการเปลี่ยนความยากลำบากให้เป็นความหรูหรา

Willy Chavarria เติบโตมาในเมืองฮูรอน รัฐแคลิฟอร์เนีย ท่ามกลางชุมชนเกษตรกรรมของชาวเม็กซิกัน-อเมริกันที่เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำทางสังคม พ่อของเขาเป็นชาวเม็กซิกัน ส่วนแม่มีเชื้อสายไอริชประสบการณ์การเป็นคนผิวสีและกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ (Queer Brown Man) ในครอบครัวชนชั้นแรงงาน ได้กลายมาเป็นวัตถุดิบหลักชั้นดีในการสร้างสรรค์ผลงาน เขาไม่ได้พยายามลบภาพจำของชนชั้นแรงงานเพื่อเข้าหาความหรูหราแบบดั้งเดิม แต่เขาเลือกที่จะ “เชิดชูความสง่างามของชนชั้นแรงงาน” เขาหยิบยกสไตล์ของกลุ่ม Pachucos (วัฒนธรรมย่อยของวัยรุ่นเม็กซิกัน-อเมริกันในช่วงทศวรรษ 1930-1940) และสไตล์ Cholo ในยุค 90s มาตีความใหม่ กางเกงขากว้าง เสื้อเชิ้ตติดกระดุมบน เสื้อแจ็กเก็ตไหล่ตั้งเสริมฟองน้ำที่ดูโอเวอร์ไซส์ ถูกยกระดับด้วยการตัดเย็บชั้นสูง และการเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมียมจากอิตาลีและญี่ปุ่น เช่น ผ้าขนสัตว์และผ้าแคชเมียร์ เปลี่ยนเครื่องแต่งกายที่เคยถูกมองว่าเป็น “สตรีทแวร์ของคนชายขอบ” ให้กลายเป็น “แฟชั่นชั้นสูง” 

Fashion as Political Activism แฟชั่นคือการเมือง

สำหรับ Willy แฟชั่นไม่เคยแยกขาดจากการเมือง เขามองว่ารันเวย์คือพื้นที่ในการส่งเสียงเพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยในโชว์คอลเลกชันแรกๆ ของเขาที่นิวยอร์ก (AW17) เขาเคยให้ตัวแบบเดินอยู่ในกรงเพื่อประท้วงนโยบายพรากผู้ลี้ภัยและแยกเด็กออกจากครอบครัวบริเวณชายแดนสหรัฐฯ รวมไปถึงแนวคิดการท้าทายกรอบแนวคิดความเป็นชาย (Subversive Masculinity) เขาเปิดกว้างต่อความหลากหลายทางเพศอย่างมาก เสื้อผ้าของเขาไม่มีการจำกัดเพศในการสเกตช์แบบ ท่ามกลางนายแบบที่ดูดุดัน รอยสักเต็มตัว หรือดูแข็งกร้าวตามสไตล์สตรีท Willy กลับสอดแทรกความอ่อนโยน ความเย้ายวนของกลุ่มหลากหลายทางเพศ ผสมผสานความดิบและความนุ่มนวลได้อย่างน่าอัศจรรย์ และรวมไปถึงแนวคิดด้านความยั้งยืนผ่านคอลเลกชัน “Eulogy” (FW20) เขาเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล 100% จากขยะพลาสติกและผ้าเหลือทิ้ง เพื่อตอกย้ำและเตือนสติอุตสาหกรรมแฟชั่นเกี่ยวกับการทำลายสิ่งแวดล้อม

Street Casting และแนวคิดเรื่อง “Familia”

จุดเด่นที่ทำให้โชว์ของ Willy Chavarria แตกต่างและทรงพลังที่สุดคือ “การคัดเลือกตัวแบบจากท้องถนน” เขาแทบไม่ใช้บริการเอเจนซี่นายแบบกระแสหลัก แต่เลือกคนที่มีบุคลิกจริง มีบาดแผล มีเรื่องราว และความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นชาวละติน คนผิวดำ หรือกลุ่มคนข้ามเพศ “ถ้าเสื้อผ้ามันไม่เข้ากับตัวตนของคนที่สวมใส่ ผมก็แค่อาไม้แขวนเสื้อมาโชว์ยังจะดีกว่า” Willy Chavarria กล่าวเอาไว้ นายแบบและนางแบบหลายคนบนรันเวย์ไม่ได้มาเดินแค่ครั้งเดียวแล้วจากไป แต่พวกเขากลายมาเป็นทีมงาน ครีเอทีฟ และกลุ่มที่เขาเรียกว่า “Familia” อุดมการณ์และความจริงแท้นี้เองที่ส่งผ่านเสื้อผ้าและเข้าถึงใจของผู้ชมได้อย่างทรงพลัง

Authenticity ตัวตนที่จริงแท้

แม้ Willy Chavarria จะดูขบถและสดใหม่ แต่ตัวของ Willy เองมีประสบการณ์การทำงานเบื้องหลังในอุตสาหกรรมแฟชั่นอเมริกันมาอย่างโชกโชนยาวนานกว่า 25 ปี เริ่มต้นจากแผนกจัดส่งสินค้าของชุดชั้นใน Joe Boxer ก่อนจะไต่เต้าเป็นดีไซเนอร์ และเคยร่วมงานกับ Ralph Lauren รวมถึงการดำรงตำแหน่ง Senior Vice President of Design ที่ Calvin Klein มาจนถึงปี 2024 ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เขาเข้าใจ “โครงสร้างธุรกิจแฟชั่นระดับแมส” และ “มาตรฐานความหรูหรา” เป็นอย่างดี โดยเมื่อเขานำทักษะเชิงพาณิชย์เหล่านี้มาผสานเข้ากับวิสัยทัศน์ส่วนตัวที่แน่วแน่ ผลลัพธ์ที่ได้คือเสื้อผ้าคอนเซปต์ที่ใส่จริงได้ และเป็นแบรนด์ที่มีเสื้อผ้าหลากหลายระดับราคา ตั้งแต่สตรีทแวร์ที่วัยรุ่นเข้าถึงได้ ไปจนถึงชุดสูทสั่งตัดราคาสูง รวมถึงโปรเจกต์คอลแลบบอเรชันที่ฮิตถล่มทลายอย่าง Willy Chavarria x adidas Originals (SS25) ที่หยิบเอาวัฒนธรรมย่อยของชาวละตินมาผสมกับสปอร์ตแวร์ได้อย่างเฉียบคม

การเดินทางของ Willy Chavarria ในวัยเกือบ 60 ปี พิสูจน์ให้เห็นถึงพลังของการหยิบยกเรื่องราวส่วนตัวมาบอกเล่าอย่างตรงไปตรงมา ผ่านงานออกแบบที่สะท้อนถึงตัวตน ความจริงใจ และการยืนหยัดเพื่อขับเคลื่อนสังคมอย่างแน่วแน่ ความสำเร็จของเขาคือข้อพิสูจน์ว่า วัฒนธรรมชิคาโนและสไตล์ของกลุ่มคนชายขอบ สามารถเดินทางจากทุ่งเกษตรกรรมในแคลิฟอร์เนีย ผ่านรันเวย์นิวยอร์ก ไปจนถึงการปักธงอย่างสง่างามบนเวทีระดับโลกที่ปารีสได้อย่างสมภาคภูมิ พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจและเปิดพื้นที่ใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมแฟชั่นยุคปัจจุบัน

Similar Articles

More