วิน–เมธวิน กับการเดินทางจากหน้าจอสู่ทุกบทบาทของชีวิต

Words: Santichai Apornsri

หลายคนรู้จัก วิน–เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร จากซีรีส์วาย ‘เพราะเราคู่กัน’ ที่กลายเป็นความโด่งดังระดับโลก แต่นอกจากนั้น เขายังเป็นศิลปินเพลงที่มีผลงานออกมาให้เราได้ฟังอย่างสม่ำเสมอ เป็นหนุ่มแฟชั่นในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่าง Prada เป็นนักธุรกิจดาวรุ่งจากทั้งแบรนด์ขนม SOURI และแบรนด์เสื้อผ้า VELENCE รวมไปถึงการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น ONEE บริษัทแม่ของ GMMTV ที่ทำให้เขามักถูกแซวอยู่เสมอว่า แต่ละบทบาทที่เขาเป็นอยู่นั้น ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกบ้าง 

เราเจอวินในวันที่แสงแดดแผดร้อนในแบบที่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า feel like 40 องศาเซลเซียส ในบ้านหลังสวยที่มีสระว่ายน้ำสีฟ้าสด ผิวน้ำขยับเป็นคลื่นระยิบระยับ ล้อกับแสงแดดจากการแกว่งขาของวินในขณะที่กำลังถ่ายภาพอยู่ แม้จะให้อารมณ์ซัมเมอร์ที่กำลังจะมาถึง แต่ก็คงเป็นซัมเมอร์ที่น้อยคนอยากจะออกไปเผชิญกับแสงแดด ยกเว้นแต่วินและทีมงานถ่ายแฟชั่น

“แดดแรงมาก พักก่อน” สิ้นเสียงตะโกนของทีมงาน วินก็เดินจากสระว่ายน้ำกลับเข้าสู่ตัวบ้านที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ ในลุคกางเกงขาสั้นผ้าไนลอนและเสื้อสเวตเตอร์ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดเป็นของ Prada แบรนด์ที่เขาดำรงตำแหน่ง Global Brand Ambassador มาตั้งแต่ปี 2023 และเขาเองก็เพิ่งเดินทางไปร่วมชมโชว์คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง–ฤดูหนาว ปี 2025 ที่มิลานเมื่อต้นปีที่ผ่านมา พร้อมสร้างปรากฏการณ์ความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยการปรากฏตัวที่ฟรอนต์โรว์ Prada ในครั้งนั้น วินสามารถสร้างมูลค่าทางสื่อออนไลน์ได้สูงถึง 3.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นเซเลบริตี้อันดับ 4 ของโลกที่สร้างมูลค่าได้สูงสุดในช่วงมิลานแฟชั่นวีค 

นับจากปี 2023 จนถึงปีนี้ 2026 ก็เกือบ 4 ปีแล้วที่เขายังคงปรากฏตัวในฐานะ Global Brand Ambassador ของ Prada แล้วจากวันนั้นถึงวันนี้ มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง 

“ครั้งแรกที่ผมมีโอกาสไปแฟชั่นวีค แน่นอนว่าผมตื่นเต้นมาก เพราะเรายังไม่รู้ว่าไปถึงต้องทำอะไร เขามาดูอะไรกัน สิ่งที่เราควรสนใจคืออะไร ก็เป็นความใหม่ ความตื่นเต้นในชีวิต แต่พอมีโอกาสได้ไปสัก 7–8 ครั้งแล้ว ก็เริ่มเข้าใจและคุ้นชินมากขึ้นเรื่อยๆ

“การได้เข้ามาทำงานในโลกแฟชั่น มันทำให้ผมเข้าใจมากขึ้น ว่าแต่ละคอลเล็กชั่น แต่ละไอเท็ม ล้วนมีเรื่องราวและคอนเซ็ปต์ของตัวเอง ทำให้เรามองเสื้อผ้าลึกซึ้งขึ้นกว่าแต่ก่อน จากที่เคยมองว่าเสื้อผ้าก็คือเสื้อผ้า แต่พอได้เข้ามาทำงาน ณ ตรงนี้ ได้ไปแฟชั่นวีค มันทำให้เรามองลึกลงไปว่าเสื้อผ้าชิ้นหนึ่งกำลังเล่าเรื่องอะไร และต้องการสื่อสารอะไร มันทำให้เรามองตรงนั้นชัดขึ้นครับ”

การเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของวิน ไม่ได้ส่งผลเพียงแค่มุมมองของเขาต่อเสื้อผ้าและโลกแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสไตล์ส่วนตัวของเขาอีกด้วย วินเล่าว่าจากวันนั้นจนถึงวันนี้ สไตล์ส่วนตัวของเขานิ่งขึ้น เรียบขึ้น และเริ่มหลงใหลในชิ้นงานที่มีดีเทลและเรื่องราว การเลือกเสื้อผ้าสำหรับเขาจึงไม่ใช่แค่การหยิบมาสวมใส่เท่านั้น แต่คือการเลือกจากเรื่องราวของไอเท็มชิ้นนั้นๆ อีกด้วย

ไปแฟชั่นวีค นั่งฟรอนต์โรว์มาหลายครั้งแล้ว เราจะได้เห็นวินในฐานะนายแบบบนรันเวย์ Prada บ้างไหม ผมถามแหย่ ก่อนที่วินจะยิ้มบางๆ แล้วตอบกลับมาว่า “ก็หวังว่านะครับ เป็นอีกอย่างที่ผมอยากลองเหมือนกัน” 

ในช่วงเวลาใกล้กันกับที่เขาไปมิลานแฟชั่นวีค เรายังได้เห็นอีกหนึ่งบทบาทของผู้ชายคนนี้ที่ดำเนินควบคู่กันมาอย่างต่อเนื่อง นั่นคือ การร้องเพลง เขาเพิ่งปล่อยเพลง ‘Yours’ ไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยได้ แกงส้ม–ธนทัต ชัยอรรถ มานั่งแท่นโปรดิวเซอร์ในเพลงนี้ ซึ่งเป็นเพลงป๊อปที่มีจังหวะและบีตเร็วขึ้น เมื่อเทียบกับผลงานก่อนหน้าของเขา 

“เพลงนี้เราใช้เวลาในการทำงานนานมาก แก้ไขหลายรอบ เพราะเราอยากลองทำดนตรีแบบใหม่ เพลงแบบใหม่ที่ดูโตขึ้น และแตกต่างจากเพลงที่ผมเคยทำมา”

กระบวนการทำงานเพลงของวินเริ่มต้นจากการพูดคุยกับโปรดิวเซอร์ โดยเขาจะถ่ายทอดเรื่องราวในชีวิต รวมถึงความรู้สึกบางอย่างที่อยากเล่าในแต่ละช่วงเวลา หรือหากมีแนวดนตรีที่กำลังชื่นชอบและสนใจอยู่ก็จะแชร์ให้โปรดิวเซอร์ฟัง ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาจากจุดนั้นจนออกมาเป็นผลงานเพลง

“ผมให้เวลากับมัน และวัดจากผลงานเป็นหลักมากกว่า ไม่ได้กำหนดไทม์ไลน์ว่าจะต้องมีเพลงใหม่ออกเมื่อไหร่ หรือในปีหนึ่งต้องมีกี่เพลง ถ้าเรารู้สึกว่าชอบสิ่งที่กำลังทำอยู่จริงๆ ก็ค่อยปล่อยมันออกมา แต่โจทย์สำคัญในการทำเพลงของผม คือแนวเพลงและเนื้อหาที่ผมอยากจะนำเสนอมากกว่า”

ที่จริงแล้ว ตั้งแต่ซีรีส์ เพราะเราคู่กัน วินมีผลงานเพลงออกมากว่าสิบเพลง แต่ภายใต้สังกัด RISER Music เราเพิ่งได้ฟังเพียงไม่กี่เพลง และนั่นก็คงทำให้แฟนคลับของเขาคงอยากจะรู้พอๆ กับเราว่า เมื่อไหร่เราจะได้เห็นผลงานอัลบั้มเต็มจากเขา หรือวันไหนที่เราจะได้ไปคอนเสิร์ตใหญ่ของวิน–เมธวิน สักที

“สักวันครับ มีแน่นอน แต่ตอนนี้ผมอยากจะโฟกัสงานแสดงเป็นหลักก่อน”

งานแสดงที่วินกล่าวถึงคือซีรีส์ Scarlet Heart Thailand’ ที่กำลังถ่ายทำอยู่ ซึ่งเป็นงานรีเมคจากซีรีส์ชื่อเดียวกันอันโด่งดังจากเกาหลีใต้ โดยถูกนำมาปรับให้เป็นงานพีเรียดแบบไทยในชื่อ เจ้าเมืองฟ้า’ และถือเป็นครั้งแรกของวินเช่นกันที่ได้แสดงในบทบาทแนวพีเรียด 

“ผมอยากลองบทบาทใหม่ๆ ที่ท้าทายมากขึ้น เพราะยังอยากจะพัฒนาตัวเองในด้านการแสดง การได้บทที่มันยากขึ้น อย่าง Scarlet Heart Thailand ก็ถือเป็นอีกหนึ่งงานที่ท้าทายมาก ทั้งในแง่ของบทแนวย้อนยุคและคาแร็กเตอร์ที่แตกต่างจากตัวผมในชีวิตจริงมากๆ

“ผมว่าการที่ผมได้มีโอกาสทำงานทั้งในเรื่องของงานเพลง การแสดง และแฟชั่น มันหล่อหลอมผมในแต่ละพาร์ตที่แตกต่างกัน อย่างแฟชั่นก็เป็นสิ่งที่ผมชอบ เพราะผมเองก็ทำแบรนด์อยู่ด้วย จึงสามารถนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาปรับใช้กับแบรนด์ของตัวเองได้ เก็บเกี่ยวจากงานที่ทำมาใส่ในแบรนด์ของเรา ในส่วนของงานการแสดง มันทำให้ผมรู้จักตัวเองมากขึ้น ได้ทดลองอารมณ์ในรูปแบบที่เราอาจไม่ได้ใช้ในชีวิตจริง แต่ก็ได้ค้นพบว่าเรามีความรู้สึกแบบนั้นอยู่เหมือนกัน 

“ในเรื่องของงานเพลงก็เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกว่าท้าทายตลอดเวลา และยังเป็นสิ่งที่ผมต้องพัฒนาตัวเองอีกมาก ต้องเรียนรู้เพิ่มขึ้นอีกเยอะ”

แปลว่าเราอาจได้เห็นวินในมุมใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างเพลงเร็วพร้อมท่าเต้น (ผมแหย่) 

“เรื่องเต้นผมไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ เคยลองแล้วนะ แต่ว่า อืมม… ก็ท้าทายตัวเองดีเหมือนกัน แต่ว่า… อืมมม… อย่าดีกว่า แต่ก็จะพยายามพัฒนานะ ไม่แน่ อาจจะเป็นไปได้ในอนาคต” วินตอบพร้อมเสียงหัวเราะสดใส และจุดประกายความหวังให้กับเราว่าสักวันหนึ่งในอนาคตอันไม่ไกล เราอาจได้เห็นเขามาพร้อมผลงานเพลงใหม่ และท่าเต้นโคโรกราฟในแบบที่ไม่คาดคิดมาก่อนก็เป็นได้ 

Similar Articles

More