9 ภาพยนตร์แฟชั่นระดับไอคอนิกที่ ‘คนแฟชั่น’ ต้องดูสักครั้งในชีวิต

เมื่อโลกของแผ่นฟิล์มและรันเวย์โคจรมาบรรจบกัน ประวัติศาสตร์หน้าใหม่จึงถูกเขียนขึ้นเสมอ หลายครั้งที่เครื่องแต่งกายบนจอไม่ได้ทำหน้าที่แค่บอกเล่าคาแรกเตอร์ แต่ยังก้าวออกมาเป็น ‘Main Character’ ที่ทรงอิทธิพลต่อสไตล์ในชีวิตจริง โดยเฉพาะตำนานอย่าง The Devil Wears Prada (2006) ที่เปลี่ยนภาพจำของกองบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นให้กลายเป็นป็อปคัลเจอร์ระดับโลก

และเพื่อเป็นการต้อนรับการกลับมาของภาคต่อในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ ELLE MEN Thailand ขอพาทุกคนย้อนเช็คลิสต์ 9 ภาพยนตร์แฟชั่นสุดไอคอนิกที่ครบเครื่องตั้งแต่ประวัติศาสตร์ดีไซเนอร์ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านของสไตล์ที่คุณไม่ควรพลาด

The Devil Wears Prada (2006)

เริ่มกันด้วยภาพยนตร์ในตำนาน อย่าง The Devil Wears Prada (2006) ที่เปลี่ยนภาพจำของกองบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นให้กลายเป็นป็อปคัลเจอร์ระดับโลกผ่านเรื่องราวของ Andy Sachs บัณฑิตสาวผู้ต้องมารับมือกับ Miranda Priestly บรรณาธิการบริหารผู้ทรงอิทธิพล

หนังเรื่องนี้เปรียบเสมือนคัมภีร์ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าแฟชั่นคืออุตสาหกรรมหมื่นล้านที่ขับเคลื่อนโลกอย่างมีชั้นเชิง โดยเฉพาะฉากอธิบายสี Cerulean Blue ที่ยังคงเฉียบคมจนถึงปัจจุบัน และเพื่อต้อนรับการกลับมาของภาคต่อในรอบ 2 ทศวรรษ นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการย้อนสำรวจภาพยนตร์ที่หล่อหลอมวงการสไตล์ไปพร้อมกัน

Funny Face (1957)

หากจะพูดถึงรากฐานของความสง่างาม เราต้องย้อนกลับไปหาผลงานของ Hubert de Givenchy ที่ปรากฏบนตัวของ Audrey Hepburn ใน Funny Face (1957) ซึ่งเปรียบเสมือนบทบันทึกความงามยุค Golden Age of Couture ในปารีสที่ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้ดีไซเนอร์รุ่นหลัง

Breakfast at Tiffany’s (1961)

เช่นเดียวกับ Breakfast at Tiffany’s (1961) ที่ให้กำเนิด Little Black Dress (LBD) ชุดเดรสสีดำเรียบหรูที่กลายเป็นเครื่องแบบอมตะของผู้หญิงทั่วโลก และตอกย้ำว่าความเรียบง่ายคือความหรูหราที่แท้จริง นอกจากนั้นยังเป็นภาพยนตร์สุดไอคอนิกที่ทำให้ชื่อของ Audrey Hepburn

Phantom Thread (2017)

ในอีกมุมหนึ่งของลอนดอนยุค ’50s ภาพยนตร์เรื่อง Phantom Thread (2017) กลับพาเราไปดื่มด่ำกับความหมกมุ่นของ Reynolds Woodcock ช่างตัดเสื้อชั้นสูงที่ถ่ายทอดความประณีตระดับ Haute Couture ได้อย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่การคัดสรรผืนผ้าไปจนถึงจิตวิญญาณของงาน Craftsmanship ที่หาได้ยากในยุค Fast Fashion

Yves Saint Laurent (2014)

ในขณะที่โลกแฟชั่นเคลื่อนเข้าสู่ยุคสมัยแห่งการขบถและการแสดงตัวตน Yves Saint Laurent (2014) ได้ฉายภาพการปฏิวัติวงการด้วยชุด ‘Le Smoking’ ทักซิโด้สำหรับสตรีที่ทำลายกำแพงเรื่องเพศและมอบเสรีภาพผ่านเครื่องแต่งกาย

Coco Before Chanel (2009)

หากพูดถึงชื่อผู้หญิงที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์แฟชั่นไปตลอด ก็พลาดไม่ได้เลยกับ Coco Before Chanel (2009) ที่พาเราไปสำรวจจุดเริ่มต้นของ Gabrielle Chanel ผู้เปลี่ยนความรุ่มร่ามให้กลายเป็นความโก้เก๋แบบ Masculine อันเป็นต้นกำเนิดของผ้าทวีดและสร้อยมุกที่เป็นซิกเนเจอร์ตลอดกาล แต่ถ้าพูดถึงความขบถที่จัดจ้านที่สุด

Cruella (2021)

และหากพูดถึงคาแรกเตอร์ตัวแม่ ที่มีเซ้นส์ของแฟชั่นเต็มเหนี่ยวในตัว เราคงหนีไม่พ้นภาพยนตร์เรื่อง Cruella (2021) ที่นำเสนอแฟชั่นแนว Avant-Garde ท่ามกลางบรรยากาศพังก์ร็อกยุค 70s ผ่านการต่อสู้ทางชนชั้นด้วยดีไซน์ที่ดุดันและอลังการระดับรางวัลออสการ์ รวมไปถึงการแสดงของนักแสดงสาวสุดฮอต Emma Stone

Clueless (1995)

เรียกว่าเป็นภาพสะท้อนของป็อปคัลเจอร์และดราม่าในอุตสาหกรรมที่โลกไม่ลืมของยุค ’90s อย่างภาพยนตร์ Chick Lit Clueless (1995) ตัวแทนสไตล์ High School Preppy ยุค Nineties ที่ชุดเซตลายตารางสีเหลืองยังคงถูกหยิบมาทำซ้ำจนถึงทุกวันนี้

House of Gucci (2021)

ปิดท้ายกันกับ House of Gucci (2021) มหากาพย์ดราม่าที่พาทัวร์ประวัติศาสตร์ตระกูลดังตั้งแต่ยุค Disco ไปจนถึงยุคทองของ Tom Ford ที่เปลี่ยนโฉมแบรนด์ให้เซ็กซี่อย่างมีระดับ

ภาพยนตร์ทั้งหมดนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความบันเทิง แต่คือบันทึกวิวัฒนาการที่คนแฟชั่นควรค่าแก่การศึกษา เพื่อทำความเข้าใจว่าเหตุใดอาภรณ์บนหน้าจอจึงยังคงส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงรันเวย์ในชีวิตจริงเสมอมา

Similar Articles

More