A Man’s Time การใช้ชีวิตตามช่วงเวลาและคุณค่าในแบบของ Sebastian Stan

‘เวลา’ ของคนเรามีเท่าๆ กัน นั่นคือความเป็นจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ทว่า คุณค่าที่พวกเขาจะยอมแลกเวลาเหล่านั้นให้ก็ย่อมมีคำตอบที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละคน เหมือนกับเวลาที่บุรุษคนหนึ่ง อย่าง Sebastian Stan เลือกสละให้กับสิ่งที่รัก อย่างการเป็นนักแสดง และการให้ความสำคัญกับช่วงเวลาส่วนตัว ที่เขาพยายามแยกชีวิตออกจากงานไว้อย่างชัดเจนเสมอ แอลเมนเลยขอนำบทสัมภาษณ์เอ็กซ์คลูซีฟของชายผู้นี้ ที่เขาได้สะท้อนไว้อย่างน่าสนใจถึงบริบทด้านความสัมพันธ์ระหว่างการทำงาน ประสบการณ์ เวลา และนาฬิกา ซึ่งต่างก็กลายเป็นส่วนหนึ่งสำคัญในชีวิตของเขาเองมาฝาก 

“A watch marks time, but it also reflects where you’ve been.” -Sebastian Stan

หากอยากรู้จักตัวตนของคุณมากขึ้น คุณคิดว่าจะอธิบายถึงตัวคุณเองว่าอย่างไร

ผมเป็นคนช่างสังเกตและชอบทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ รอบตัว โดยเฉพาะผู้คน การต้องย้ายที่อยู่บ่อยๆ ตอนเด็ก ทำให้ผมกลายเป็นคนที่คอยมองและเรียนรู้จากคนรอบตัวอยู่เสมอ จริงๆ แล้วผมค่อนข้างเป็นคนเงียบๆ และรักความเรียบง่าย ครอบครัวเองก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ผมยังรู้สึกติดดิน และ ผมยังให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมากกว่าที่หลายคนอาจคิด โดยพยายามแยกชีวิตส่วนตัวออกจากงานให้ชัดเจน 

คุณเริ่มต้นเส้นทางอาชีพนักแสดงได้อย่างไร และอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้คุณอยากเป็นนักแสดง

ผมเกิดที่โรมาเนียและย้ายมาอยู่สหรัฐอเมริกาตั้งแต่ยังเด็ก เลยต้องเรียนรู้การปรับตัวตั้งแต่อายุยังน้อย ผมคิดว่าสิ่งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจการแสดง เพราะทำให้ผมอยากเข้าใจผู้คน ทั้งวิธีคิด อารมณ์ และความซับซ้อนของแต่ละคน ผมเริ่มเล่นละครเวทีตอนมัธยม และรู้สึกทันทีว่านี่คือสิ่งที่ตัวเองรัก หลังจากนั้น การเรียนที่ Rutgers ก็ยิ่งช่วยหล่อหลอมผมมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่ทำให้ผมยังรักการแสดงจนถึงวันนี้ คือการได้เรียนรู้และค้นพบสิ่งใหม่อยู่เสมอ ไม่ใช่แค่เกี่ยวกับตัวละคร แต่รวมถึงตัวผมเองด้วย

เล่าให้เราฟังหน่อยเกี่ยวกับการเลือกรับบทบาทใหม่ๆ หรือโปรเจกต์ล่าสุด 

ตอนนี้มีหลายโปรเจกต์ที่น่าตื่นเต้นมากและผมก็เริ่มเลือกงานอย่างตั้งใจมากขึ้น ผมสนใจโปรเจกต์ที่ผมรู้สึกส่วนตัว และให้ความสำคัญกับตัวละคร เพราะผมอยากได้บทบาทที่ท้าทายตัวเองและพาผมไปไกลกว่าเดิม ทุกครั้งที่รับงาน ผมมักมองหาบางอย่างในตัวละครที่รู้สึกจริง มีมิติ และน่าค้นหา ซึ่งสำหรับผม นั่นคือส่วนที่ทำให้การแสดงยังคงน่าสนใจอยู่เสมอ

คุณมีความทรงจำอะไรพิเศษไหมที่เชื่อมโยงระหว่างเวลา และนาฬิกา

ความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดของผมเกี่ยวกับเวลาและนาฬิกา น่าจะเป็นครั้งแรกที่ได้สวมนาฬิกา Cartier ไปร่วมงานพรีเมียร์เปิดตัวภาพยนตร์ ที่แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนก้าวขึ้นพรมแดง แต่ก็ยังจดจำได้ดีว่าตอนนั้นดูเหมือนทุกอย่างเงียบลงและนิ่งกว่าปกติ เหมือนเวลาช้าลงชั่วขณะ และทำให้ผมรู้ตัวว่ากำลังก้าวเข้าสู่ช่วงใหม่ของชีวิต ความรู้สึกนั้นยังอยู่กับผมมาจนถึงวันนี้

สำหรับผม นาฬิกาไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่เป็นหนึ่งในไม่กี่สิ่งที่เราใส่ทุกวันและค่อยๆ มีความหมายมากขึ้นตามเวลา นาฬิกาไม่ได้แค่บอกเวลา แต่ยังบอกว่าเราเคยผ่านช่วงเวลาอะไรมา มีบางอย่างในความสม่ำเสมอที่ให้ความรู้สึกได้ถึงความมั่นคงและสบายใจ ตอนเด็กๆ ผมไม่ได้สนใจนาฬิกามากนัก แต่พอโตขึ้นก็เริ่มมองเห็นคุณค่าของมันในอีกแบบหนึ่ง จนกลายเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับความทรงจำ เหตุการณ์สำคัญ และประสบการณ์ต่างๆ ในชีวิต

ระหว่างฟังก์ชั่นและดีไซน์ อะไรคือฟีเจอร์ที่คุณชอบมากที่สุดในนาฬิกา 

สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือความลงตัว อย่างนาฬิกา Santos ของ Cartier ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนอยู่แล้วจากดีไซน์ที่ให้ความรู้สึกถึงความคลาสสิกและร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน และรุ่นนี้ยังพัฒนาต่อยอดจากดีไซน์เดิมได้อย่างพอดี โดยไม่ทำให้ดูซับซ้อนเกินไป แม้ว่าจะมากับฟังก์ชั่นซับซ้อนมากขึ้น เช่น โครโนกราฟ แต่ก็ถูกออกแบบมาให้กลมกลืนอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้รู้สึกเหมือนแค่ถูกเพิ่มเข้ามาทีหลัง ทั้งยังตอบโจทย์ด้านความแม่นยำและประโยชน์การใช้งาน ขณะเดียวกันดีไซน์ก็ยังคงดูสะอาดตา เรียบง่าย และไม่ต้องพยายาม สำหรับผม ความสมดุลระหว่างดีไซน์และการใช้งานนี่แหละที่ทำให้นาฬิกาโดดเด่น และสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในการผลิตนาฬิกาของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

Photo: Courtesy of Cartier

Similar Articles

More