CHANEL ทะยานสู่อันดับ 1 แบรนด์ฮอตสุด จากการจัดอันดับของ Lyst Index

ในปี 2026 Lyst ได้นำเสนอภาพใหม่ของอุตสาหกรรมแฟชั่นผ่านดัชนี Lyst Index ที่นิยาม “ความร้อนแรงของแบรนด์” ไม่ได้ยึดโยงกับยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่คือกระบวนการของความต้องการที่เริ่มจากแรงปรารถนา ถูกค้นพบ และพัฒนาไปสู่การซื้อจริงในโลกดิจิทัล โดยอ้างอิงข้อมูลจากผู้ใช้งานกว่า 160 ล้านคนต่อปี ผสานสัญญาณจากโซเชียลมีเดีย เสิร์ช และช่องทางใหม่อย่าง AI

การปรับ methodology ครั้งล่าสุดโฟกัส 3 มิติหลัก ได้แก่ Desire (การมองเห็นในเชิงวัฒนธรรม), Demand (พฤติกรรมการค้นหาและการซื้อ) และ Discovery (เส้นทางการค้นพบใหม่ของผู้บริโภค) พร้อมให้ความสำคัญกับ “ความต่อเนื่อง” มากกว่ากระแสชั่วคราว และตัดปัจจัยอย่างการลดราคาหรือกระแสลบออกไป เพื่อสะท้อนพลังของแบรนด์ในช่วงเวลา 3 เดือนอย่างแม่นยำ ชี้ชัดว่าในวันนี้ แบรนด์ที่แข็งแรงต้องไม่เพียงสร้างความสนใจ แต่ต้องรักษาและเปลี่ยนมันให้กลายเป็นการกระทำได้จริง

CHANEL ขึ้นแท่นแบรนด์ที่ร้อนแรงที่สุด

ภายใต้การนำของ Matthieu Blazy แบรนด์ CHANEL กลายเป็นอันดับ 1 ของไตรมาสนี้ Matthieu กำลัง รีเฟรชจักรวาลของ CHANEL โดยไม่ทำลายดีเอ็นเอดั้งเดิม ไอเท็มอย่างรองเท้าและกระเป๋าถูกตีความใหม่ให้ร่วมสมัยมากขึ้น เปิดทางให้ทั้งลูกค้าใหม่และแฟนเดิมเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ผลลัพธ์สะท้อนชัดเจนคือ 2 ไอเท็มของ Chanel ติด Top 10 ได้แก่

  • รองเท้าส้นสูง CHANEL รุ่น Pumpsที่กลายเป็นไวรัลบนโซเชียลและ sold out อย่างต่อเนื่อง
  • กระเป๋า CHANEL Flap เวอร์ชันใหม่ ที่เหล่าเซเลบทั่วโลกสะพายให้เห็นกันหนาตา

Dior ขยับเข้าสู่อันดับ 3 ด้วยจุดแข็งที่ชัดเจน

Dior ภายใต้วิสัยทัศน์ของ Jonathan Anderson ทำให้ Dior ไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขาย “ภาพ” และ “เรื่องเล่า” ที่เชื่อมโยงกันในทุกช่องทาง ซึ่งสอดคล้องกับมิติ Discovery ของ Lyst Index อย่างสมบูรณ์

GUCCI และแรงสั่นสะเทือนจาก Demna

Gucci คือแบรนด์ที่ขยับอันดับแรงที่สุดในไตรมาสนี้ โดยพุ่งขึ้นถึง 4 อันดับ การเปิดตัวของ Demna สร้างแรงกระเพื่อมทันที โดยมี Demand เพิ่มขึ้น 12% แบบวันต่อวันหลังโชว์มิลาน แม้เสียงตอบรับจะแตกออกเป็นสองฝั่ง แต่ความขัดแย้งนี้เองที่กลายเป็นเสน่ห์ ตั้งแต่ Discourse อย่าง looksmaxxing ไปจนถึงโมเดล “Buy Now, Wear Now” ที่ตอบโจทย์ความทันทีทันใดของผู้บริโภคยุคใหม่

ZARA เมื่อ Fast Fashion กลายเป็น Cultural Player

ZARA กำลังพิสูจน์ว่าแบรนด์แมสก็สามารถยืนอยู่ในบทสนทนาเดียวกับลักชัวรีได้ Zara ใช้ “cultural capital” อย่างชาญฉลาด โดยเชื่อมตัวเองเข้ากับโมเมนต์สำคัญ เช่น การปรากฏตัวของ Bad Bunny บนเวที Super Bowl สิ่งที่เกิดขึ้นคือการซื้อเรื่องเล่าแทนที่จะเป็นแค่การซื้อสินค้า ผู้บริโภคกำลังเลือกสิ่งที่พวกเขาเคยเห็น เคยรู้สึก และเคยอินมาก่อนแล้ว

การกลับมาของ ’90s Minimalism และพลังของ Cultural Reference

หนึ่งในสัญญาณที่ชัดที่สุดของไตรมาสนี้คือการกลับมาของมินิมัลยุค 90s โดยได้รับแรงกระตุ้นจากซีรีส์ Love Story และความสนใจในสไตล์ของ Carolyn Bessette-Kennedy จากตัวเลขสะท้อนชัด การค้นหาเสื้อคอเต่าสีดำพุ่งขึ้น 217% ยีนส์ทรงตรงได้รับความนิยมเพิ่มต่อเนื่อง Calvin Klein มียอดสนใจเพิ่มขึ้น 43% หลังตอนจบของซีรีส์

เมื่อแฟชั่นถูกค้นพบผ่าน “วัฒนธรรมรอบข้าง”

ปรากฏการณ์เดียวกันเกิดขึ้นกับ Vivienne Westwood ที่ยอดดีมานด์ของเดรสซาตินพุ่งขึ้นถึง 890% จากอิทธิพลของภาพยนตร์ Wuthering Heights

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่กระแสชั่วคราว แต่คือโครงสร้างใหม่ของการค้นพบแฟชั่น ผู้คนเจอแฟชั่นผ่านหนัง เพลง หรือป๊อปคัลเจอร์ ก่อนจะไหลเข้าสู่การซื้อผ่านเส้นทางดิจิทัลที่ซับซ้อนขึ้น

Similar Articles

More