The Next Cut: Magliano บทกวีแห่งความไม่สมบูรณ์แบบของบุรุษอิตาลี

Words: Chanond Mingmit

ในโลกแฟชั่นที่หมุนไปตามกระแสความรวดเร็ว Luca Magliano ดีไซเนอร์ชาวอิตาลีจากเมืองโบโลญญา กลับเลือกที่จะพาเราย้อนกลับไปหาความสวยงามที่ “ไม่สมบูรณ์แบบ” ผ่าน Magliano (มาลีอาโน) ซึ่งเพิ่งสร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวครั้งแรกในปารีสแฟชั่นวีคเมื่อไม่นานมานี้ Luca Magliano ไม่ใช่ดีไซเนอร์ที่โตมาในกรุงมิลานที่หรูหรา แต่เขาหยิบยกเอาวัฒนธรรมย่อยและกลิ่นอายของเมืองอุตสาหกรรมในโบโลญญามาเป็นแรงบันดาลใจหลัก เขาเริ่มต้นจากการตั้งคำถามถึงนิยามของ “ความเป็นชาย” ในแบบอิตาลีดั้งเดิม และนำมันมาปัดฝุ่นใหม่ผ่านสายตาของคนรุ่นใหม่ที่มองโลกด้วยความเป็นจริงและมีความขบถอยู่ในตัว

งานออกแบบของเขานั้นเน้น “กระบวนการ” มากกว่า “ผลลัพธ์” ผ่านความโดเด่นของ Magliano หมายถึงการนำเสื้อผ้าที่เราคุ้นตาอย่าง ชุดสูท เสื้อโค้ท หรือกางเกงสแล็ค มาทำการ “รื้อสร้าง” (Deconstruct) ใหม่ โดยเขามักจะใช้เทคนิคการตัดเย็บที่ดูเหมือนยังทำไม่เสร็จ หรือมีความจงใจให้ดูยับย่นและผิดรูป (Distorted Silhouettes) เพื่อสร้างความรู้สึกที่ดูผ่อนคลายและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้เสื้อผ้าของเขามักแฝงไปด้วยความรู้สึกเหงาแต่สวยงามเหมือนบทกวี (Dark Poeticism) โดยมักใช้โทนสีที่ดูหม่นหรือผ่านการฟอกเพื่อให้ดูมี “ร่องรอยการใช้งาน” 

ในขณะที่หลายแบรนด์พยายามวิ่งหาความสมบูรณ์แบบ Magliano กลับนำเสนอความหรูหราในรูปแบบ Low-fi เริ่มจากการเลือกใช้วัสดุอย่างการหยิบเอาเศษผ้าหรือเทคนิคงานฝีมือท้องถิ่นมาผสมผสานกับงานตัดเย็บชั้นสูง ทำให้แต่ละชิ้นงานมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว งานของเขามักเชื่อมโยงกับประเด็นทางสังคมและการเมืองของชนชั้นแรงงานในอิตาลี ทำให้ Magliano มีความลึกซึ้งมากกว่าแค่เรื่องของรูปลักษณ์ โดยการที่ Magliano ได้รับการยอมรับในเวทีระดับสากลอย่างปารีส สะท้อนให้เห็นว่าโลกแฟชั่นกำลังโหยหา “ความจริงใจ” (Authenticity) เวทมนต์ของเขาคือเขาสามารถนำชุดสูทที่เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ มาทำให้ดูอ่อนโยนและมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น ซึ่งการพิสูจน์ว่าแบรนด์คลื่นลูกใหม่ไม่จำเป็นต้องหวือหวาด้วยเทคโนโลยี แต่สามารถชนะใจผู้คนได้ด้วย “เรื่องราว” และ “งานฝีมือที่เปี่ยมด้วยอารมณ์”

มุมมองเชิงศิลปะที่มีต่อ Magliano

เราสามารถมองงานของเขาเป็นมากกว่าแค่เสื้อผ้า แต่คือ “ศิลปะที่สามารถสวมใส่ได้” (Wearable Installation) ซึ่งสะท้อนแนวคิดทางศิลปะที่น่าสนใจดังนี้

Luca Magliano มักหยิบยกเอาความคุ้นชินในชีวิตประจำวันมาบิดเบือนให้เกิดความรู้สึกใหม่ งานของเขาเปรียบเสมือนภาพวาดที่สัดส่วนผิดเพี้ยนไปจากความจริง (The Displaced Forms) เช่น การวางตำแหน่งกระเป๋าเสื้อที่ผิดที่ทาง หรือการทำให้ปกเสื้อดูเหมือนกำลังละลาย ผลงานของ Magliano สร้างสภาวะ “Uncanny” หรือความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างสิ่งที่คุ้นเคยกับสิ่งที่ดูแปลกประหลาด ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้ในงานศิลปะแนวเซอร์เรียลิสม์เพื่อดึงความสนใจของผู้ดู 

ในเชิงศิลปะ Magliano หลงใหลในสิ่งที่เรียกว่า “Patina of Time” หรือร่องรอยแห่งกาลเวลา เขาไม่ได้มองว่าความเก่าหรือความเปื่อยลุ่ยคือตำหนิ แต่คือความสวยงามที่มีชีวิต  การใช้ผ้าที่มีพื้นผิวหยาบ การฟอกสีให้ดูซีดจาง หรือการทิ้งด้ายรุ่ยในบางจุด คือการสร้างงานศิลปะเชิงสัมผัส (Tactile Art) ที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของเสื้อผ้าและผู้สวมใส่ โดยผลงานของเขาได้รับอิทธิพลอย่างสูงจากศิลปะและวัฒนธรรมของชนชั้นแรงงานในอิตาลีอีกด้วย

นอกจากนี้ผลงานของเขามักถูกเปรียบเทียบกับภาพยนตร์สไตล์อิตาลีในยุคหลังสงคราม (Neorealism) ที่เน้นความสวยงามบนความแร้นแค้นและเรียบง่าย การนำสัญลักษณ์ของ “อำนาจ” อย่างชุดสูทเทเลอร์ริ่งมาทำให้ดูอ่อนนุ่มและดูเปราะบาง คือการใช้เสื้อผ้าเป็นเครื่องมือในการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ เพื่อท้าทายโครงสร้างทางสังคมและพลังอำนาจความเป็นชาย โดย Magliano ปฏิเสธความเนี้ยบกริบแบบโรงงานผลิต แต่ให้ความสำคัญกับ “Human Touch” หรือร่องรอยของมือมนุษย์ ที่ทุกรอยยับและรอยตะเข็บที่ดู “ผิดพลาด” คือความตั้งใจในการแสดงออกทางศิลปะที่ต้องการสื่อว่า ความสมบูรณ์แบบนั้นไม่มีอยู่จริงในโลกของมนุษย์

เอกลักษณ์เสื้อผ้าของ Magliano จึงทำหน้าที่เชื่อมโยงอารมณ์ความรู้สึกของผู้สวมใส่เข้ากับงานศิลปะที่เขาสร้างสรรค์ขึ้น เพื่อสะท้อนถึงความจริงใจและจิตวิญญาณของมนุษย์ รวมถึงความไม่สมบูรณ์แบบ เป็นการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เป็นเครื่องมือสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ที่ท้าทายกรอบของแฟชั่นกระแสหลัก และสร้างพื้นที่ใหม่ให้กับสุภาพบุรุษที่โหยหาความเท่ที่เปี่ยมด้วยเรื่องราวและรากเหง้าของวัฒนธรรมย่อยอย่างแท้จริง

Similar Articles

More