เปิดลิสต์ซีรีส์ ‘ชิงอำนาจ’ ที่เข้มข้นที่สุดแห่งยุค โลกที่ไม่มีใครไว้ใจใครได้จริง

ในโลกของซีรีส์โทรทัศน์มีบางเรื่องที่ไม่เพียงเล่าเรื่องราวให้เราติดตาม แต่กลับดึงเราดิ่งลึกลงไปใน เกมการเมือง อันบิดเบี้ยว จนลืมไปว่านี่คือเรื่องแต่ง ไม่ใช่สารคดีการเมืองระดับโลก การชิงอำนาจในซีรีส์เหล่านี้ไม่ได้มีแค่ตัวละครหลักที่พร้อมห้ำหั่นกันด้วยอำนาจ เงิน หรือสายเลือด แต่ยังเปิดโปงธรรมชาติอันซับซ้อนของมนุษย์ไปจนถึงความทะเยอทะยาน การทรยศ ความไว้ใจที่มีราคาสูงเกินกว่าจะมอบให้ใครง่ายๆ

ในยุคที่ผู้ชมต้องการมากกว่าบทพระนางที่ดำขาวชัดเจน บทซีรีส์เหล่านี้กลับเสนอ สีเทา ที่เย้ายวนยิ่งกว่า ตัวละครที่เราไม่รู้ว่าจะรักหรือเกลียดดี และโครงเรื่องที่พลิกทุกครั้งที่เผลอกะพริบตา นี่คือ 7 ซีรีส์ชิงอำนาจที่ ELLE MEN Thailand คัดมาแล้วว่าเข้มข้นที่สุดแห่งยุค และยิ่งดูยิ่งไม่แน่ใจว่าใครกันแน่ที่คุณควรเชียร์?

#1 Game of Thrones

หากจะเอ่ยถึงซีรีส์แนวชิงอำนาจที่ทรงอิทธิพลและสร้างปรากฏการณ์ระดับโลกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน คงหนีไม่พ้นมหากาพย์แห่งบัลลังก์เหล็ก Game of Thrones (2011-2019) แม้จะเป็นเรื่องราวแฟนตาซีในโลก Westeros แต่แก่นแท้คือการแย่งชิงอำนาจของตระกูลขุนนางต่างๆ ที่พร้อมจะทำทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะด้วยการสมรสทางการเมือง การทรยศหักหลัง สงคราม หรือแม้แต่เวทมนตร์ เพื่อให้ได้มาซึ่งบัลลังก์ที่หมายปอง

ซีรีส์เรื่องนี้ได้ท้าทายทุกความคาดหมาย ด้วยการหักมุมที่คาดไม่ถึง และการที่ตัวละครหลักสามารถตายได้ทุกเมื่อ ซึ่งตอกย้ำปรัชญาของเกมแห่งอำนาจที่ว่า ‘เมื่อเล่นเกมบัลลังก์ คุณจะชนะหรือตาย ไม่มีทางสายกลาง’

#2 Succession

นี่คือผลงานชิ้นเอกที่ได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลาม และตอกย้ำสถานะของการเป็นซีรีส์แห่งยุคที่สะท้อนการชิงอำนาจภายในครอบครัวได้อย่างไร้ที่ติ Succession (2018-2023) พาเราเจาะลึกเข้าไปในตระกูล Roy เจ้าของอาณาจักรสื่อและบันเทิงระดับโลก ที่ลูกๆ ผู้ใหญ่ทั้งสี่ต่างพยายามแย่งชิงอำนาจจาก Logan Roy ผู้เป็นพ่อที่แก่ชราและเจ้าเล่ห์ ทุกตัวละครเต็มไปด้วยมิติอันซับซ้อน

บทสนทนาคมคายเฉียบแหลม และการทรยศหักหลังระหว่างพี่น้องที่ทำให้ผู้ชมต้องนั่งไม่ติดเก้าอี้ เป็นการสำรวจความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวภายใต้ร่มเงาของความร่ำรวยและอำนาจ ที่ทุกสายสัมพันธ์สามารถเป็นเดิมพันได้เสมอ

#3 The Crown

แม้จะไม่ใช่การชิงบัลลังก์ในเชิงสงคราม แต่ซีรีส์เรื่องนี้คือการชิงอำนาจและอิทธิพลในมิติที่ละเอียดอ่อนและทรงพลังที่สุด ซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวของราชวงศ์อังกฤษภายใต้การปกครองของ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 อย่างประณีตและลึกซึ้ง The Crown (2016-2023) แสดงให้เห็นถึงการต่อสู้ดิ้นรนภายในวัง ความสัมพันธ์กับรัฐบาลและการเมืองโลก รวมถึงการปรับตัวของสถาบันกษัตริย์ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทุกการตัดสินใจมีผลต่อหน้าประวัติศาสตร์ และทุกความสัมพันธ์ภายในครอบครัวล้วนมีวาระซ่อนเร้นที่รอการเปิดเผย

#4 House of Cards

ถือเป็นซีรีส์การเมืองระดับตำนานที่ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ ซีรีส์เรื่องนี้พาเราดำดิ่งสู่เงามืดของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ผ่านสายตาของ Frank Underwood ส.ส. ผู้ทะเยอทะยานและไร้ซึ่งศีลธรรม ผู้ใช้ทุกกลอุบาย ตั้งแต่การบงการ การโกหก ไปจนถึงการฆาตกรรม เพื่อไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา House of Cards (2013-2018) คือบทเรียนอันน่าสะพรึงกลัวว่าอำนาจสามารถกัดกร่อนจิตวิญญาณมนุษย์ได้อย่างไร และการเมืองคือเกมที่เล่นโดยไร้ซึ่งกฎเกณฑ์และมนุษยธรรม

#5 Queenmaker

ซีรีส์เกาหลีที่สร้างความฮือฮาและจุดประเด็นเรื่องการชิงอำนาจทางการเมืองได้อย่างเฉียบคม Queenmaker (2023) บอกเล่าเรื่องราวของ Hwang Do-hee นักวางแผนภาพลักษณ์มือฉมังที่ผันตัวมาช่วย Oh Kyung-sook ทนายความสิทธิมนุษยชนผู้มุ่งมั่นให้ก้าวขึ้นเป็นนายกเทศมนตรี เพื่อล้มล้างอำนาจของกลุ่มทุนและนักการเมืองที่คอร์รัปชันอย่างฝังราก ซีรีส์เรื่องนี้เต็มไปด้วยกลยุทธ์การหาเสียง การสร้างภาพลักษณ์ การเปิดโปงความลับ และการหักเหลี่ยมเฉือนคมที่ทำให้เห็นเบื้องลึกเบื้องหลังของวงการการเมืองที่เต็มไปด้วยการซื้อขายและการทรยศ

#6 Dune: Prophecy

ถือเป็นซีรีส์ชิงอำนาจอีกเรื่องที่จับตาอย่างยิ่ง Dune: Prophecy (2024) เป็นภาคแยกจากจักรวาล Dune อันโด่งดังที่จะเจาะลึกเรื่องราวของ Bene Gesserit กลุ่มสตรีลึกลับผู้มีอำนาจและอิทธิพลทางการเมืองเบื้องหลังราชสำนักและจักรวาล

ซีรีส์จะเล่าถึงต้นกำเนิดขององค์กรนี้ และการใช้ความสามารถพิเศษและเล่ห์เหลี่ยมในการบงการเกมการเมืองระดับจักรวาล เพื่อบรรลุเป้าหมายของเผ่าพันธุ์ หากอิงจากต้นฉบับและภาพยนตร์ที่ผ่านมา นี่จะเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่เต็มไปด้วยกลยุทธ์ การวางแผน และการชิงอำนาจที่ซับซ้อนอย่างแน่นอน

#7 Billions

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการชิงอำนาจในโลกของธุรกิจและการเงิน Billions (2016-2023) คือคำตอบ ซีรีส์เรื่องนี้เป็นการประลองปัญญาและอำนาจระหว่าง Bobby Axelrod เฮดจ์ฟันด์พันล้านผู้ชาญฉลาดแต่ไร้ศีลธรรม กับ Chuck Rhoades อัยการผู้ทะเยอทะยานที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อโค่นอีกฝ่ายลง

ทุกตอนคือเกมแมวไล่จับหนูที่ดุเดือด ทั้งคู่ใช้ทุกกลยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นการปั่นหุ้น การขุดคุ้ยข้อมูลส่วนตัว หรือการใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย เพื่อเอาชนะคู่ปรับ แสดงให้เห็นถึงด้านมืดของวอลล์สตรีท ที่ความภักดีเป็นเพียงคำพูด และเงินคืออำนาจสูงสุด

Similar Articles

More