Photo: Courtesy of Art Basel Hong Kong, Hong Kong Tourism Board, West Kowloon Cultural District Authority, Hong Kong Palace Museum, M+ Kong Kong, Lok Cheng, Kevin Mak, Herzog & de Meuron
Words: Aunyawan T.
ในขณะที่โลกกำลังเต็มไปด้วยความตึงเครียดและไม่แน่นอน ปลายเดือนมีนาคม 2026 ที่ผ่านมา ฮ่องกงกลับเคลื่อนไหวในอีกจังหวะหนึ่ง… จังหวะของศิลปะ ทั้งเมืองถูกขับเคลื่อนด้วยอีเวนต์สำคัญมากมาย ตั้งแต่ Art Basel Hong Kong ไปจนถึง Global Cultural Summit Hong Kong และงาน Art Central ที่ดึงดูดศิลปิน ภัณฑารักษ์ นักสะสม และผู้คนในแวดวงสร้างสรรค์จากทั่วโลกให้มารวมตัวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ ‘Art Week’ แต่คือภาพของเมืองที่กำลังลงทุนกับอนาคตของตัวเองอย่างจริงจัง โดยใช้ศิลปะเป็นรากฐานสำคัญ

Art Basel Hong Kong ในวันที่ก้าวขึ้นเป็นเมืองหลวงศิลปะแห่งเอเชีย
Art Basel เริ่มต้นจากงานแฟร์ในบาเซิล เมืองเล็กๆ ในสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนพัฒนาเป็นเวทีที่กำหนดทิศทางตลาดศิลปะโลก และขยายสู่ไมอามี บีช ปารีส ฮ่องกง และล่าสุดโดฮา ในปี 2026

ในเอเชีย ฮ่องกงคือจุดเชื่อมระหว่างตะวันตกและตะวันออกในหลายมิติ การกลับมาของ Art Basel Hong Kong 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่ Hong Kong Convention and Exhibition Centre ย่าน Wan Chai เมื่อช่วงวันที่ 27–29 มีนาคม ที่ผ่านมา จึงตอกย้ำความแข็งแกร่งและความเป็นสากลของวงการศิลปะในฮ่องกง มันไม่ใช่แค่อาร์ตแฟร์ แต่เป็นกลไกขับเคลื่อนทั้ง ecosystem โดยปีนี้รวมแกลเลอรีชั้นนำ 240 แห่งจาก 41 ประเทศ พร้อมไฮไลต์อย่าง Encounters สำหรับงานอินสตอลเลชั่นขนาดใหญ่ Echoes โซนใหม่ที่เน้นผลงานร่วมสมัยในช่วง 5 ปีหลัง งาน public art ทั่วเมือง และ Zero 10 แพลตฟอร์มที่สำรวจอนาคตศิลปะในยุคดิจิทัล

ชื่อของ Zero 10 อ้างอิงถึงนิทรรศการระดับตำนาน 0, 10 ของ Kazimir Malevich (คาซิเมียร์ มาเลวิช) ในปี 1915 ที่เคยรีเซ็ตศิลปะสมัยใหม่ เช่นเดียวกับคำถามของ Art Basel วันนี้ว่า ศิลปะจะไปต่ออย่างไรในโลกดิจิทัล หนึ่งในงานที่สะท้อนความรู้สึกนี้ได้ชัด คือ DeePle The People โดย DeeKay Kwon ที่เปลี่ยน façade ของ Hong Kong Club Building ให้กลายเป็นจอ pixel-art ขนาดยักษ์กลางเมือง ประเทศไทยเองก็มีบทบาทในเวทีศิลปะระดับโลกนี้เช่นกัน เริ่มจากวิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์ นำเสนออินสตอลเลชั่น ‘Life Chapters’ ในบูธของ Chubb ที่งาน Art Basel Hong Kong จำลองเขาวงกตแบบร่วมสมัยจากผนังกึ่งโปร่งแสง ที่เลื่อนเปิด-ปิดได้ ขึ้นลงได้ ชวนตั้งคำถามถึงเส้นทางชีวิตที่ไม่เคยมีคำตอบเดียว

ขณะเดียวกัน บนเวทีที่โรงแรม Grand Hyatt Hong Kong ศาสตราจารย์ ดร. อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ได้ประกาศความพร้อมของการจัดนิทรรศการ ‘The Spirits of Maritime Crossing: วิญญาณข้ามมหาสมุทร 2026’ ในงาน Venice Biennale 2026 ที่เวนิส อิตาลี ก่อนจะเชื่อมโยงสู่งาน Bangkok Art Biennale 2026 ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 และมีส่วนสำคัญในการผลักดันศิลปะและวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก
นอกจากนี้ ศิลปินผู้เคลื่อนไหวระหว่างโลกภาพยนตร์และศิลปะร่วมสมัย ที่มีความสัมพันธ์เหนียวแน่นกับ Art Basel Hong Kong มายาวนานอย่าง อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ยังเป็นศิลปินไทยเพียงหนึ่งเดียวใน 33 รายชื่อ Visionaries ของ Art Basel Awards 2026 ที่ยกย่องบุคคลผู้มีบทบาทในการกำหนดอนาคตของศิลปะและวัฒนธรรม
West Kowloon ถมทะเลเพื่อสร้างเขตวัฒนธรรมขนาดยักษ์ริมอ่าววิกตอเรีย
สัญลักษณ์ที่ชัดเจนที่สุดของการผลักดันให้ฮ่องกงสู่เมืองศิลปะอย่างมุ่งมั่น คือ West Kowloon Cultural District (West K) โปรเจ็กต์ถมทะเลกว่า 250 ไร่ มูลค่ากว่าสองแสนล้านบาท สร้างเขตวัฒนธรรมริมอ่าววิกตอเรีย ภายในประกอบด้วยมิวเซียมระดับโลกหลายแห่ง โรงละคร พื้นที่แสดงงาน ร้านอาหาร ออฟฟิศ พื้นที่ค้าขาย และ art park ขนาดประมาณ 144 ไร่ พร้อมทางเดินเลียบอ่าวยาว 2 กิโลเมตร สิ่งที่ทำให้ West K ต่างออกไปคือแนวคิดที่ผสานศิลปะเข้ากับชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงวัตถุที่ตั้งโชว์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของเมือง ลองนึกภาพเด็กๆ วิ่งเล่นข้างงานประติมากรรมในสวนสาธารณะ คนทำงานมานั่งพักผ่อนริมอ่าว Art Park หรือคู่รักดูพระอาทิตย์ตกโดยมีขอบฟ้าของอ่าววิกตอเรียเป็นฉากหลัง

Hong Kong Palace Museum คือประวัติศาสตร์ที่ถูกเล่าใหม่ M+ คืออนาคตของศิลปะร่วมสมัย
หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ในเขตของ West K ที่น่าสนใจ คือ Hong Kong Palace Museum ที่แม้ภายนอกจะดูเป็นอาคารสไตล์โมเดิร์น แต่ด้านในบอกเล่าประวัติศาสตร์ เพื่อเชื่อมรากเหง้าของวัฒนธรรมเข้ากับบริบทใหม่ของโลก ในช่วงที่เราไป ที่นี่จัดแสดงตั้งแต่ศิลปะราชสำนักของจีน ไปจนถึงนิทรรศการเกี่ยวกับอารยธรรมอียิปต์โบราณ แต่ละชิ้นงานผ่านการคิวเรตมาอย่างดีที่ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงของวัฒนธรรม

ไม่ไกลจากกัน คือ M+ Museum อาคารสูง 18 ชิ้นริมอ่าววิกตอเรียที่กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไปแล้ว ทั้งในแง่สถาปัตยกรรมและเนื้อหา ภายในพื้นที่กว่า 17,000 ตารางเมตร ครอบคลุมศิลปะร่วมสมัยในศตวรรษที่ 20–21 นำเสนอในห้องจัดแสดงนิทรรศการถึง 33 ห้อง พร้อมโรงภาพยนตร์ พื้นที่สาธารณะ สวนดาดฟ้าให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปดูวิว และท่าเรือเฟอร์รี่ที่เชื่อมเมืองเข้าด้วยกัน บนพื้นที่ 17,000 ตารางเมตร ที่นี่จัดแสดงงานด้านทัศนศิลป์ (Visual art) ในศตวรรษที่ 20 และ 21 มีห้องจัดแสดงนิทรรศการ 33 ห้อง ทั้งห้องภาพถ่าย ภาพวาด ประติมากรรม ต่อด้วยโรงภาพยนตร์ และยังมีสวนบนดาดฟ้าให้นักท่องเที่ยวได้ไปเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์งดงามของอ่าววิกตอเรีย ไปจนถึงท่าเรือเฟอร์รี่ที่เชื่อมฝั่งเกาลูนกับฮ่องกงเข้าด้วยกัน เหมือนที่ตัวมิวเซียมเชื่อมศิลปะกับชีวิตจริง

นิทรรศการโดดเด่นในช่วงที่เราไป คือ seeing sound, hearing time ของ Ryuichi Sakamoto (ริวอิจิ ซากาโมโตะ) นักแต่งเพลงผู้มีชื่อเสียงจากงานดนตรีประกอบภาพยนตร์และการทำงานข้ามศาสตร์ จอ LED ขนาดใหญ่ในห้องจัดแสดงภาพวัตถุต่างๆ จากสตูดิโอของเขา ทั้งเครื่องดนตรี ต้นไม้ หนังสือ ค่อยๆ ปรากฏขึ้น ก่อนสลายเป็นเส้นพิกเซลและประกอบขึ้นใหม่ ราวกับความทรงจำที่เลือนหาย แล้วหวนกลับมาในรูปแบบที่ไม่เคยเหมือนเดิม ขณะที่เสียงจากอัลบั้ม async (2017) โอบล้อมอยู่รอบทิศ ทว่าภาพเคลื่อนไหวของ Shiro Takatani กลับดำเนินไปในจังหวะของตัวเอง ก่อเกิดเส้นเวลาคู่ขนาน โดยมีผู้ชมยืนอยู่ระหว่างนั้น

การเดินทางมาฮ่องกงเพื่อร่วมกิจกรรมในสัปดาห์ศิลปะปี 2026 นี้ ทำให้เราเห็นได้ชัดว่าฮ่องกงไม่ได้ต้องการเป็นเพียงศูนย์กลางทางการเงินอีกต่อไป แต่เชาใช้ศิลปะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงการท่องเที่ยว การศึกษา และเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน จากหมุดหมายของอาร์ตแฟร์ระดับโลก ไปจนถึงเขตวัฒนธรรมที่สร้างขึ้นจากทะเล ฮ่องกงกำลังพิสูจน์ว่า เมืองหนึ่งสามารถวาดอนาคตของตัวเองได้ และแม้ภาพนั้นจะยังไม่เสร็จ แต่ทุกเส้นที่กำลังถูกแต่งแต้มอยู่บนแคนวาสที่ชื่อฮ่องกง ก็คือส่วนหนึ่งของความงดงามแล้ว


