ประเดิมงานนาฬิกาแรกของปี กับเรือนเวลารุ่นใหม่จาก LVMH Watch Week 2026 

วิวัฒนาการจากผลงานไอคอนิกของแต่ละแบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกา ที่ถูกนำมาต่อยอดทั้งแนวคิดและรูปแบบการสร้างสรรค์ใหม่ๆ ได้อย่างน่าจับตามอง เหมือนเช่นในนาฬิกาสำหรับนักเดินทางที่เปี่ยมด้วยสไตล์เฉพาะตัวของ Louis Vuitton รุ่น Escale Worldtime Tourbillon ซึ่งพลิกโฉมมาจากคอลเล็กชั่น Escale ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2014 ด้วยความโดดเด่นครั้งใหม่ของตัวเรือน กลไก และหน้าปัด

โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ของตัวเรือนทำจากแพลทินัมด้วยรูปทรงคล้ายกับกระเป๋าทรังก์สำหรับเดินทางอันเป็นไอคอนิก นำมาตีความใหม่ร่วมกับ Art of Travel ปรัชญาของแบรนด์ และถ่ายทอดผ่านหน้าปัดอีนาเมลแบบ Grand Feu ตกแต่งด้วย 25 เฉดสี พร้อมด้วยความสลับซับซ้อนของฟังก์ชัน Worldtime คู่กับฟลายอิ้งทูร์บิญอง ณ ศูนย์กลางหน้าปัด ที่กลายเป็นจุดเด่นพร้อมจะสะกดสายตาได้เสมอ

การหวนคืนสู่ต้นแบบดั้งเดิมยังได้ปรากฏโฉมในนาฬิการุ่นใหม่ของ Hublot Big Bang Original Unico กับผลงานเรือนเด่นที่ผสมผสานระหว่าง King Gold และ Ceramic ซึ่งเป็นการจับคู่ความต่างของเฉดสีทองกับสีดำได้อย่างเฉียบคม สะท้อนถึงแนวคิดสร้างสรรค์ อย่าง Art of Fusion ของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนอีกหนึ่งผลงานรังสรรค์ใหม่มาจาก Tiffany & Co. รุ่น Tiffany Timer by Tiffany ซึ่งร่วมฉลองการเปิดตัวนาฬิกาจับเวลาครั้งแรกอย่าง Tiffany Timer เมื่อ 160 ปีก่อน แต่ยังรักษาไว้ด้วยเอกลักษณ์ของงานดีไซน์สไตล์นิวยอร์กคลาสสิกได้แบบลงตัว

โดยเฉพาะบนหน้าปัดแล็กเกอร์สี Tiffany Blue® บรรจุด้วยหน้าปัดย่อยแสดงผลการจับเวลาและวินาที พร้อมทั้งหน้าต่างแสดงวันที่ที่ซ่อนตัวอยู่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ภายในตัวเรือนแพลทินัมของรุ่นใหม่นี้ยังแมตช์เข้ากับสไตล์ของสายหนังสีน้ำตาล ซึ่งให้อารมณ์และสัมผัสของความร่วมสมัยเหนือกาลเวลา

Lens Position: 1838

เช่นเดียวกับสไตล์ไอคอนิกของนาฬิการุ่น Lvcea Notte di Luce จาก Bvlgari ซึ่งออกแบบมาจากความเรืองรองของแสง และการเล่นกับวัสดุใหม่ในแบบทูโทนของโรสโกลด์และสเตนเลสสตีล พร้อมทั้งประดับเพชร และจับคู่ด้วยหน้าปัดตกแต่งลวดลายโมเสกเต็มไปด้วยสีสันจากเปลือกหอยมุก ถ่ายทอดความสง่างามที่กลมกลืนเข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ 

สถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่จากภายในถูกแปลความหมายและถ่ายทอดสู่ภายนอกได้อย่างประณีต เสมือนเปิดหัวใจให้ได้ชื่นชมทั้งความสลับซับซ้อนของจักรกล และงานฝีมืออันทรงคุณค่าในการรังสรรค์นาฬิกา เช่นในผลงานรุ่นล่าสุด Extra Plat Rose Gold Skeleton จาก Daniel Roth ที่อวดกลไกไขลานด้วยมือ DR002SR ซึ่งผ่านการสลักเสลาแบบสเกเลตัน ทำให้สามารถมองเห็นได้อย่างทะลุปรุโปร่งจากด้านหน้าถึงฝาหลัง อีกทั้งยังมอบความเรืองรองอันกลมกลืนด้วยตัวเรือนโรสโกลด์รูปทรงวงรีคู่ หรือ Double-ellipse สุดคลาสสิกเฉพาะของแบรนด์

นาฬิกาสเกเลตันอันซับซ้อนอีกรุ่นนั้นมาจากฝีมือของผู้ผลิตนาฬิกาแห่งเลอโลคอย่าง Zenith ที่เปิดตัวในปีนี้ด้วย DEFY Skyline Tourbillon Skeleton มาในตัวเรือนและสายโรสโกลด์ และหน้าปัดตกแต่งแบบสเกเลตัน ซึ่งเปิดโชว์ให้เห็นชิ้นส่วนกลไก El Primero 3630 SK ตกแต่งในโทนสีน้ำเงินเข้ม มาพร้อมกับฟลายอิ้งทูร์บิญองซึ่งมองเห็นได้จากด้านหน้าปัด คงความสง่างามของรูปทรงเรขาคณิตเอกลักษณ์ประจำคอลเล็กชั่น และผสมผสานเข้ากับวัสดุล้ำค่า รวมทั้งงานฝีมือการตกแต่งอันประณีตได้แบบลงตัว

ตำนานของนาฬิกาสปอร์ตคลาสสิกได้รับการสานต่อสู่บทใหม่ในรุ่น Carrera Seafarer ของ TAG Heuer ที่ในเวอร์ชันล่าสุดนี้ตีความมาจากนาฬิกาจับเวลาและนับเวลาถอยหลังการแข่งขันเรืออันโด่งดังอย่าง Skipper ในช่วงทศวรรษ 1960 พร้อมทั้งนำเสนองานออกแบบสไตล์ซิกเนเจอร์ทั้งตัวเรือนและหน้าปัดแบบ Glassbox ที่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของตระกูล Carrera กับเฉดสีแชมเปญใหม่ของหน้าปัด ร่วมกับการบรรจุไว้ด้วยฟังก์ชันโครโนกราฟแม่นยำ และการแสดงเวลาน้ำขึ้น-น้ำลงที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ซึ่งได้ต้นแบบมาจากรุ่นตำนานอย่าง Heuer Solunar เมื่อปี 1949 เช่นกัน

และความคลาสสิกจากจิตวิญญาณภายในซึ่งนำเสนอสู่รูปลักษณ์ภายนอกอันสง่างามในรุ่น Geneva Time Only ของ Gérald Genta ที่เปิดตัวด้วยสไตล์คลาสสิกของนาฬิกาแสดงเวลาเพียงอย่างเดียว หรือ Time-only มาพร้อมรูปโฉมใหม่ในตัวเรือนไวต์โกลด์สุดคูลคู่กับหน้าปัดสีเทากราไฟต์ ส่วนชื่อ Geneva นั้นยังมาจากสถานที่อันเป็นบ้านเกิดของ Mr. Gérald Genta นักออกแบบและช่างฝีมือชั้นครูของวงการนาฬิกาโลก ผลงานใหม่อันสวยเด่นเหล่านี้นับเป็นตัวแทนถึงก้าวที่ไม่หยุดนิ่งของแบรนด์นาฬิกาชั้นนำที่พร้อมนำเสนอทั้งความเป็นต้นตำรับและถ่ายทอดเสน่ห์แบบไอคอนิก พร้อมทั้งสืบทอดประเพณีการทำนาฬิกาเหล่านี้ต่อไป

Similar Articles

More