Word: Pimnara Suesatkul
นับเป็นอีกหนึ่งปีที่วัฒนธรรมป๊อปเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเข้มข้น ทั้งในฝั่งดนตรี ภาพยนตร์ ซีรีส์ กีฬา ไปจนถึงแฟชั่น ต่างหลอมรวมกันจนเกิดเป็นวัฒนธรรมร่วมสมัยของผู้คนในยุคนี้ ที่สะท้อนรสนิยมและวิถีการเสพคอนเทนต์ได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม เทรนด์เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราวเท่านั้น ทว่าคือภาพสะท้อนของสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในปีนี้ และกำลังส่งอิทธิพลต่อเนื่องไปสู่อนาคตอย่างมีนัยสำคัญ แล้วจะมีประเด็นไหนที่น่าจับตามองบ้าง แอลเมนรวบรวมมาไว้ให้แล้วที่นี่
1. F1 โลกมอเตอร์สปอร์ตกลับมาแรงอีกครั้ง
F1 ในปี 2025 ยังคงเป็นมากกว่ากีฬา แต่คือวัฒนธรรมป๊อประดับโลกที่เชื่อมโยงแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และคนดังเข้าไว้ด้วยกันอย่างน่าจับตามอง ไม่ว่าจะเป็นเหล่าเซเลบริตี้หรือนักแสดงระดับโลกที่ปรากฏตัวบนพรมแดง ณ โมนาโกกรังด์ปรีซ์ รวมถึงในบ็อกซ์ VIP ของสนามแข่ง เช่น Jay-Z, Beyoncé, Tom Holland, LISA BLACKPINK รวมถึง ROSÉ BLACKPINK ที่มาร่วมร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ F1® The Movie อย่าง “Messy” และล่าสุด ปรากฏตัวในโซน Ferrari Garage ที่ Abu Dhabi Grand Prix 2025 ทำให้ F1 เป็นเวทีที่แฟนกีฬาและผู้ชมทั่วไปสามารถเข้าถึงความสนุกไปได้พร้อมกัน และยังเพิ่มมิติให้การแข่งรถไม่ใช่แค่กีฬา แต่เป็นการประชันความล้ำสมัยของเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการสร้างปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมระดับโลกที่ดึงดูดทุกสายตาอีกด้วย


2. ยุครีเทิร์นของตัวพ่อและตัวแม่แห่ง K-POP
ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่อุตสาหกรรมเพลงเกาหลีใต้กลับมาคึกคักและเรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆ ทั่วโลกไปได้อย่างล้นหลามอีกครั้ง เมื่อ 7 หนุ่มจากวง BTS ประกาศคัมแบ็กครบวงอย่างเต็มรูปแบบในรอบ 4 ปี โดยพวกเขาจะปล่อยอัลบั้มใหม่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ปี 2026 และเตรียมออกเดินทางไปพบปะเหล่า ARMY ทั่วโลกด้วยเวิลด์ทัวร์ครั้งใหม่ ซึ่งจะถูกจัดขึ้นกว่า 65 รอบการแสดงตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ในขณะที่เกิร์ลกรุ๊ปแห่งยุคอย่าง BLACKPINK ยังคงตอกย้ำสถานะไอคอนระดับโลกด้วยการกลับมารวมตัวปล่อยซิงเกิ้ลสุดติดหู ‘JUMP’ ที่สร้างสถิติยอดรับชมบน YouTube ไปได้เกือบ 30 ล้านวิว ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 24 ชั่วโมงแรกหลังเปิดตัว พร้อมหวนคืนสู่เวทีอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้งใน DEADLINE World Tour และได้กลายเป็น K-POP วงแรกจากฝั่งเกิร์ลกรุ๊ปที่มียอดผู้เข้าชม ณ Goyang Stadium สูงถึง 78,000 คน ตลอดการแสดงทั้งสองวัน


3. ภาพยนตร์ยูริและความหลากหลายทางเพศในกระแสหลัก
หนังยูริและคอนเทนต์ LGBTQ+ ได้รับการยอมรับมากขึ้นในวัฒนธรรมป๊อปทั้งด้านความบันเทิงและความการให้ความรู้ หลายประเทศต่างก็พากันส่งผลงานน้ำดีของตัวเองลงมาโลดแล่นในสนามแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น Heated Rivalry จากแคนาดาที่โดดเด่นด้วยความสัมพันธ์รักระหว่างนักฮอกกี้ ซึ่งได้รับความนิยมสูงสุดบน HBO Max ทั่วโลก หรือซีรีส์ญี่ปุ่น Love Begins in the World of If ที่เล่าเรื่องโรแมนติกข้ามโลกคู่ขนานของผู้ชายสองคน และแน่นอนว่าไทยเองก็ไม่น้อยหน้า ทั้งสร้างปรากฏการณ์เล็บเจลฟีเวอกันตั้งแต่ต้นปีจาก GELBOYS สถานะกั๊กใจ, ซีรีส์เกย์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวการเมืองอย่างเข้มข้น Shine The Series, เขมจิราต้องรอด กับการขึ้นแท่นซีรีส์วายที่มียอดเทรนด์บน X สูงสุดตลอดกาลกว่า 17.2 ล้านครั้ง, พี่ตะวันและน้องไอร่าจาก เพียงเธอ Only You และ มีสติหน่อยคุณธีร์ Me and Thee ที่สร้างประโยคฮิตอย่าง “ราตรีสวัสดิ์นะคนดื้อ..” ให้ไวรัลไปทั่วประเทศ
4. อาร์ตทอยจากของสะสมสู่ภาษาทางวัฒนธรรม
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบัน Art Toy ไม่ได้เป็นเพียงของเล่นหรือของสะสมอีกต่อไป แต่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแฟชั่นไอเทมชิ้นสำคัญที่สะท้อนให้เห็นตัวตนและรสนิยมของผู้คนได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในคอมมูนิตี้คนรุ่นใหม่ที่มักให้คุณค่ากับความหลากหลายและความแตกต่าง ของสะสมข้างต้นจึงทำหน้าที่เสมือนภาษาที่ใช้สื่อสารในโลกยุคดิจิทัล พร้อมทั้งทลายภาพจำของคนส่วนใหญ่ที่เคยผูกของเล่นไว้กับแค่วัยเด็กลงได้อย่างสิ้นเชิง และแน่นอนว่าเหล่าเซเลบริตี้ระดับโลกจำนวนไม่น้อยก็ได้เข้ามาสร้างแรงกระเพื่อมในครั้งนี้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Heart Evangelista, LISA BLACKPINK และอีกมากมาย


5. ซีรีส์แนวตั้ง (Vertical Series) เปลี่ยนพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์
ด้วยรูปแบบการเล่าเรื่องที่สั้น กระชับ เข้าใจง่าย ดูได้บนมือถือ และไม่ต้องใช้สมาธิในการจดจ่อต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซีรีส์แนวตั้งจึงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของความบันเทิงใน ปี 2025 ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคนี้ไปโดยปริยาย ในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตคอนเทนต์หลายคนก็เริ่มหันมาสร้างสรรค์เนื้อหาประเภทดังกล่าวมากขึ้น อาทิ ซีรีส์แนวตั้งจากประเทศจีนที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมทั่วโลก จึงอาจอนุมานได้ว่าการเติบโตของซีรีส์แนวตั้งถือเป็นการตอกย้ำค่านิยมการเสพคอนเทนต์ของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันที่กำลังเปลี่ยนจาก “ดูยาวและลึกซึ้ง” ไปสู่ “ดูไวและย่อยง่าย” อย่างชัดเจน



6. ศิลปินในตำนานกลับมาครองเวทีอีกครั้ง
คอนเสิร์ตของศิลปินระดับไอคอนพิสูจน์ว่า “ความคลาสสิก” ไม่เคยตกยุค นำโดย Paul McCartney กับ Got Back Tour ที่พาเพลงฮิตอมตะของ The Beatles อย่าง “Hey Jude” รวมถึง “Let It Be” กลับมาบรรเลงบนเวทีให้แฟนเพลงได้หายคิดถึงอีกครั้ง ตามมาด้วยศิลปินหญิงระดับโลกอย่าง Beyoncé กับการกลับมาทวงบัลลังก์ควีนบีใน Cowboy Carter Tour ที่มีจำนวนผู้เข้าชมรวมกว่า 1.6 ล้านคน ครองตำแหน่งศิลปินคันทรีที่ทำรายได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พร้อมเสิร์ฟโชว์รียูเนียนสุดพิเศษร่วมกับ Destiny’s Child จนทำเอาชาว BeyHive เซอร์ไพรส์ไปตามๆ กัน






7. Superman เวอร์ชัน James Gunn กับการรีเซ็ตจักรวาลฮีโร่
DC เปิดศักราชใหม่ของภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ด้วย Superman ในเวอร์ชัน James Gunn ที่มาพร้อมโทนเรื่องสดใหม่และร่วมสมัยกว่าเดิม ฮีโร่ระดับตำนานถูกถ่ายทอดให้มีความเป็นมนุษย์มากขึ้นผ่านการแสดงของ David Corenswet เผยให้เห็นด้านสับสนและลังเลของ ‘คลาร์ก เคนต์’ ในโลกที่ผู้คนเริ่มหมดศรัทธาต่อฮีโร่ โดย Superman ภายใต้การกำกับของ James Gunn เปิดตัวบน Box Office ด้วยการขึ้นอันดับ 1 ในหลายประเทศ พร้อมกวาดรายได้ทั่วโลกไปกว่า 616 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่เพียงแค่การรีเซ็ต DCU เท่านั้น แต่ยังเป็นการนิยามฮีโร่ในรูปแบบใหม่ที่ผู้ชมรู้สึกเข้าถึงได้อีกด้วย
8. Latin–Pop ครองชาร์ตโลก
ดนตรีละตินยังคงทรงอิทธิพลอย่างต่อเนื่องในวัฒนธรรมป๊อประดับโลก โดยมี Bad Bunny เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่พา Latin-Pop ก้าวข้ามกำแพงภาษา เขาสร้างสถิติบนชาร์ต Billboard 200 และ Hot 100 อย่างต่อเนื่อง พร้อมครองตำแหน่งศิลปินที่มียอดสตรีมสูงสุดบน Spotify ประจำปี 2025 ด้วยยอดสตรีมกว่า 19.8 พันล้านครั้ง จากผู้ฟังทั่วโลก ความสำเร็จดังกล่าวยังต่อยอดสู่เวที Latin Grammy Awards 2025 ที่ทำให้เขาได้รับรางวัล Album of the Year จากอัลบั้ม Debí Tirar Más Fotos เป็นบทพิสูจน์แล้วว่าดนตรีละตินได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแกนหลักของอุตสาหกรรมเพลงโลกอย่างแท้จริง


9. ปีแห่งบทสรุปแฟรนไชส์ระดับตำนาน
หลายเรื่องเดินทางมาถึงจุดจบทั้งในฝั่งภาพยนตร์และซีรีส์ ไม่ว่าจะเป็น Stranger Things ที่พาผู้ชมเผชิญหน้ากับ Vecna และโลก Upside Down เป็นครั้งสุดท้าย หรือ The Conjuring กับการปิดฉากจักรวาลสยองขวัญด้วยคดีสุดท้ายของคู่รักนักปราบผี Ed และ Lorraine Warren หลังดำเนินเรื่องมายาวนานกว่า 12 ปี ไปต่อกับ And Just Like That ที่จบลงด้วยบทสรุปเส้นทางชีวิต ความรัก และมิตรภาพ ในด้านของ Wicked: For Good (2025) ก็ได้ถ่ายทอดจุดหมายปลายทางของ Elphaba และ Glinda ในดินแดน Oz ตลอดจนถึง Squid Game กับการปิดจบเกมสยองที่มีชีวิตเป็นเดิมพันได้อย่างเข้มข้น พร้อมทิ้งคำถามต่อโครงสร้างอำนาจและความเป็นมนุษย์ไว้ให้ผู้ชมได้ขบคิด
10. ดนตรีในฐานะแรงบันดาลใจของวัฒนธรรมร่วมสมัย
ในวันที่ดนตรีเป็นมากกว่าแค่เสียงเพลง KPop Demon Hunters ก็ยิ่งตอกย้ำแนวคิดข้างต้นด้วยการเชื่อมต่อโลกแฟนตาซีเข้ากับป๊อปคัลเจอร์ผ่านการผสานแนวเพลง K-POP ลงไปในเรื่องราวแอ็กชันแฟนตาซีจนทำให้เพลงประกอบสุดทรงพลังอย่าง Golden ไวรัลไปทั่วโลก พร้อมทะยานขึ้นชาร์ตเพลงระดับโลก เช่น Billboard Hot 100 และ Pop Airplay Chart รวมถึง Soda Pop เพลงจังหวะซินธ์ชวนยักไหล่ที่เหล่าไอดอลยังต้องพากันเต้นตาม ความสำเร็จนี้ชี้ชัดแล้วว่าดนตรีและเสียงเพลงกลายเป็นแรงผลักดันที่สามารถขยายอิทธิพลไปยังสื่อร่วมสมัยได้


@zb1_official Fєєℓ тнє ѕσ∂α POP 𓈒 𓏸 .ᐟ #ZEROBASEONE #ZB1 #제로베이스원 #SUNGHANBIN #SEOKMATTHEW #KIMGYUVIN #PARKGUNWOOK #HANYUJIN #성한빈 #석매튜 #김규빈 #박건욱 #한유진 ♬ Soda Pop – Saja Boys & Andrew Choi & Neckwav & Danny Chung & Kevin Woo & samUIL Lee & KPop Demon Hunters Cast
11. การคัมแบ็กของซูเปอร์สตาร์ระดับโลก
ปีนี้วงการเพลงโลกได้ต้อนรับการกลับมาของซูเปอร์สตาร์อย่าง Lady Gaga กับอัลบั้ม Mayhem ที่ส่งซิงเกิลเด่นอย่าง “Die With a Smile” และ “Abracadabra” มาไต่ทะยานในชาร์ตเพลงทั่วโลก พร้อมเดินสายทัวร์คอนเสิร์ต The Mayhem Ball กว่า 80 รอบการแสดงในเอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ และโอเชียเนีย ในขณะเดียวกัน Justin Bieber ก็กลับมาพร้อมอัลบั้มใหม่ Swag ซึ่งประกอบไปด้วยเพลงแมสสุดติดหู “Daisies” และผลงานล่าสุด “Speed Demon” พร้อมเตรียมขึ้นเป็นหนึ่งในเฮดไลน์อัพของเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง Coachella 2026 ที่สร้างปรากฏการณ์ #Bieberchella จนทำให้บัตร Sold Out อย่างรวดเร็ว



12. Stray Kids กับอิทธิพลบนชาร์ต Billboard
ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดของหลากศิลปินจากทั่วทุกมุมโลก บอยกรุ๊ปสุดฮอตจากค่าย JYP Entertainment อย่าง Stray Kids ยังคงตอกย้ำพลังของ K-POP เจเนอเรชันใหม่ในตลาดดนตรีโลกผ่านแนวทางดนตรีและอัตลักษณ์ของวงที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร พวกเขากลายเป็นศิลปิน K-POP กลุ่มแรกที่มีอัลบั้มเดบิวต์อันดับ 1 บนชาร์ต Billboard 200 ติดต่อกันถึง 8 อัลบั้ม ตั้งแต่ ODDINARY, MAXIDENT, 5-STAR, ROCK-STAR, ATE, HOP, KARMA ไปจนถึงผลงานล่าสุดอย่าง DO IT ที่ยังคงครองพื้นที่บนชาร์ตอย่างเหนียวแน่นนานหลายสัปดาห์ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในตลาดเพลงสหรัฐฯ และความนิยมในระดับสากลของ Stray Kids กลุ่มเด็กหลงที่ไม่เคยหลงทิศบนเส้นทางดนตรีของตัวเองเลยแม้แต่น้อย

13. คลื่นศิลปินหน้าใหม่ที่น่าจับตา
วงการเพลงโลกยังคงเต็มไปด้วยศิลปินหน้าใหม่ที่น่าจับตา ไม่ว่าจะเป็น Chappell Roan ศิลปิน Queer Pop กับซิงเกิลฮิตอย่าง “Good Luck, Babe!” และ “Pink Pony Club” พร้อมถ้วยรางวัลการันตีความสำเร็จจากเวที Grammy รวมถึงนักร้องสาว Neo-Soul เจ้าของเพลงไวรัล “So Easy (To Fall In Love)” อย่าง Olivia Dean นักร้องหญิงอังกฤษคนแรกที่มีเพลงติด Top 10 บน UK Singles Chart พร้อมกันถึง 4 เพลงในสัปดาห์เดียว ทั้งคู่ต่างเข้ามาสร้างสีสันและเติมแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง




14. ซีรีส์และภาพยนตร์ระดับโลกเลือกประเทศไทยเป็นโลเคชันหลัก
เมืองไทยกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมบันเทิงโลกด้วยความงดงามและเอกลักษณ์ของโลเคชัน ตั้งแต่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Jurassic World: Rebirth กับฉากในป่าที่เผยให้เห็นธรรมชาติอันเขียวชอุ่มและชายหาดสวยงามของ กระบี่ พังงา และตรัง และ Fountain of Youth หนังแอ็กชันที่นำเสนอฉากไล่ล่าผจญภัยสุดดุเดือดผ่านตรอกซอย บ้านเรือน ตลาด และสถานีหัวลำโพง ไปจนถึง The White Lotus ซีซั่น 3 กับการย้ายโลเคชันมาถ่ายทำที่เกาะสมุยและภูเก็ต ในโรงแรมหรูอย่าง Four Seasons Koh Samui และ Rosewood Phuket สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและบทบาทสำคัญของประเทศไทยในวงการภาพยนตร์ระดับสากล
15. CORTIS บอยกรุ๊ปน้องใหม่จาก HYBE ที่มาพาคนทั่วโลกโหลดต่ำ
อีกหนึ่งศิลปินมาแรงที่สุดแห่งปี CORTIS ไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มเด็กวัยรุ่นมากความสามารถที่ร้องเพลงได้ แรปได้ หรือเต้นได้ตามแบบฉบับไอดอลทั่วไปเท่านั้น แต่พวกเขายังมาพร้อมกับคอนเซปนอกกรอบสุดจัดจ้านที่เห็นแล้วต้องตะโกนออกมาเลยว่า นี่มันเจน Z สุดๆ! โดยเฉพาะแฟชั่นของ 5 หนุ่มที่มาปลุกกระแสกางเกงโหลดต่ำหรือกางเกงขาเดฟแบบยุค Y2K ให้กลับมาไวรัลอีกครั้ง ผนวกเข้ากับเพลงฮิตติดหูชวนกระโดดตามมากมาย เช่น “FaSHioN” และ “GO!” ทำให้ CORTIS ขึ้นแท่นเป็นศิลปินบอยกรุ๊ป K-POP ที่มียอดสตรีมบน Spotify ทะยานขึ้นสูงถึง 100 ล้านครั้งรวดเร็วที่สุด โดยใช้ระยะเวลาเพียงแค่ 56 วัน หลังการเปิดตัว
































