Words: Chanond Mingmit
Kartik Research (คาร์ทิก รีเสิร์ช) แบรนด์เครื่องแต่งกายที่กำลังทำหน้าที่ของ ‘จดหมายเหตุที่มีชีวิต’ ผ่านงานหัตถศิลป์ โดยมุมมองของเด็กหนุ่มที่โตมากับวัฒนธรรมสตรีทแวร์ระดับโลก Kartik Research ก่อตั้งขึ้นในปี 2021 โดย Kartik Kumra ในขณะที่เขาอายุเพียง 20 ปี และกำลังศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์อยู่ที่ University of Pennsylvania จุดเริ่มต้นเกิดจากความสงสัยเรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า “ทำไมแบรนด์แฟชั่นระดับโลกถึงใช้ประโยชน์จากงานฝีมืออินเดียมานาน แต่กลับไม่มีแบรนด์จากอินเดียเองที่ก้าวขึ้นไปยืนในเวทีสากลด้วยภาษาดีไซน์ที่ร่วมสมัยจริงๆ?” โดยในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิดที่เขาต้องกลับมาอยู่บ้านที่นิวเดลี Kartik เริ่มออกเดินทางไปทั่วอินเดียพร้อมกับแม่ของเขา (เนื่องจากตอนนั้นเขายังไม่มีใบขับขี่) เพื่อเสาะหากลุ่มช่างฝีมือ (Artisan Clusters) ตามหมู่บ้านต่างๆ เขาเริ่มสร้างเครือข่ายการผลิตที่ไม่พึ่งพาเครื่องจักร แต่เน้น “มือ” และ “หัวใจ” ของช่างพื้นเมือง จนกลายเป็นจุดกำเนิดของแบรนด์ที่ชื่อว่า Karu Research ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Kartik Research ในภายหลัง
จากแนวคิดเรื่องงานหัตถศิลป์ถูกตีความได้ว่า “มนุษย์” คือหัวใจของสิ่งทอ (The Humanness of Clothing) ทำให้ Kartik Research ตีความหมายแตกต่างจากแบรนด์ที่ใช้คำว่า “Heritage” หรือ “Sustainability” ทั่วไป โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิตที่เป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง อย่างการไม่ใช้ไฟฟ้าในกระบวนการผลิต ผ้าส่วนใหญ่ของถูกทอด้วยกี่มือ (Handloom) และย้อมด้วยสีธรรมชาติ (Natural Dyes) ทำให้เกิด ความงามที่ไม่ได้สัดส่วน (The Beauty of Imperfection) เสื้อผ้าแต่ละชิ้นจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ร่องรอยของมือที่ปักผ้าหรือการย้อมที่สีไม่สม่ำเสมอ คือ “ลายเซ็น” ที่หาไม่ได้จากระบบอุตสาหกรรม จนทำให้เกิดเครือข่ายช่างฝีมือมากกว่า 60 กลุ่มทั่วอินเดีย ตั้งแต่ช่างปัก Kantha ในเบงกอล ไปจนถึงช่างพิมพ์บล็อกไม้ Ajrakh ในรัฐคุชราต

บทวิเคราะห์งานศิลป์ของ Kartik Research คือ การผสมผสานระหว่าง “รากเหง้า” และ “ความขบถ” งานศิลป์ของ Kartik Research ไม่ได้หยุดอยู่แค่การรักษาของเก่า แต่คือการ “Subvert” (พลิกแพลง) งานดั้งเดิมให้กลายเป็นแฟชั่นชั้นสูง Kartik เรียกงานของเขาว่าเป็น “วินเทจแห่งอนาคต” เขาหยิบเอาซิลูเอทของเสื้อผ้าเวิร์กแวร์ เช่น Chore Coat หรือกางเกงทรง Carpenter มาถ่ายทอดผ่านผ้าไหมทอมือหรือผ้าฝ้ายปักลายหรูหรา เป็นการเปลี่ยนสถานะของเสื้อผ้าชนชั้นแรงงานให้กลายเป็นงานศิลปะที่สวมใส่ได้


ในคอลเลกชันปี 2025-2026 เราจะเห็นการนำอิทธิพลของดนตรีร็อกไซเคเดลิก (Psychedelic Rock) ยุค ’60s ที่เคยเฟื่องฟูในอินเดีย มาผสมกับงานปักกระจกและผ้าควิลท์ทำให้งานดูมีความเป็นโบฮีเมียนที่ทันสมัย ไม่ดูเป็น “ชุดประจำชาติ” จนเกินไป การตัดเย็บสูทของเขาไม่ได้เน้นความเนี๊ยบกริบแบบ Savile Row แต่เน้นโครงสร้างที่ดู “Organic” และมีความยืดหยุ่นสูง สะท้อนถึงการใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ที่ต้องการความภูมิฐานแต่ยังรักอิสระ
Kartik Kumra นำ Kartik Research เข้าร่วมในโครงการ LVMH Prize 2026 และได้เข้าสู่รอบรองชนะเลิศหรือ Semi-finalist ได้เป็นผลสำเร็จเป็นครั้งที่สอง หลังจากที่เคยสร้างชื่อไว้แล้วในปี 2023 ซึ่งสะท้อนถึงพัฒนาการที่สม่ำเสมอและการยอมรับในระดับสากล โดยในรอบการนำเสนอ ณ La Samaritaine กรุงปารีส เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เขาได้เปิดตัวคอลเลกชัน “The New Geography of Emerging Fashion” ที่มุ่งเน้นการตีความบทใหม่ของงานหัตถศิลป์อินเดีย ผ่านมุมมองการออกแบบที่ร่วมสมัยและมีความเป็นสากล จนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์หน้าใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในฐานะตัวแทนของพลังสร้างสรรค์จากเอเชียใต้บนเวทีโลก

Kartik Research คือหนึ่งในเครื่องพิสูจน์ว่า “ความหรูหราที่แท้จริงในอนาคตไม่ใช่เรื่องของโลโก้หรือราคา แต่คือ ‘เวลา’ และ ‘เรื่องราว’ ที่ถูกถักทอลงในเส้นใย” นอกจากนี้ยังเป็นกรณีศึกษาได้อีกว่าการทำแบรนด์ที่เริ่มต้นจากความภูมิใจในรากเหง้าของตนเองแล้วสื่อสารออกมาด้วยภาษาที่เป็นสากลนั้นคือเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จด้วยความตั้งใจจริง จนสามารถเข้าไปอยู่ในร้านระดับโลกอย่างDover Street Market หรือ SSENSE ได้อย่างสมภาคภูมิครับ






