บางความสัมพันธ์อาจจบลงไปแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคำถามจะมีคำตอบเสมอ เมื่อคำบอกรัก คำสัญญา และการกระทำต่าง ๆ ที่ครั้งหนึ่งเราเคยเชื่อหมดหัวใจ กลับกลายเป็นเรื่องราวที่ย้อนกลับมาทำให้สงสัยว่า สิ่งเหล่านั้นเคยเกิดขึ้นจากความรู้สึกจริงหรือไม่ และท้ายที่สุดแล้ว ความทรงจำที่เคยมีร่วมกันนั้นเป็นความจริงสำหรับทั้งสองคน หรือเป็นเพียงความจริงที่เราเคยเชื่ออยู่เพียงฝ่ายเดียว

คำถามเหล่านี้กลายเป็นจุดตั้งต้นของ “ทุกสิ่งทุกอย่าง” ซิงเกิลล่าสุดจาก SOK (โศก) ศิลปินไทยคลื่นลูกใหม่แนวอัลเทอร์เนทีฟร็อกขวัญใจ Gen Z และศิลปินอัลเทอร์เนทีฟร็อกวงแรกจากค่ายเพลง Universal Music Thailand นำโดย ธีร์-ธีรดนย์ แก้วเจริญผล นักร้องนำ, น้ำแข็ง-ศุภณัฐ รัตนวิชิต มือกีตาร์ และ แฟร์-ไชยภัทร แสงจันดา มือเบส
“ทุกสิ่งทุกอย่าง” พาไปสำรวจความรู้สึกของคนที่ยังคงย้อนกลับไปมองความสัมพันธ์ในอดีต แม้เรื่องราวจะจบลงไปแล้ว แต่สิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่กลับเป็นคำถามเกี่ยวกับคำพูดและการกระทำที่เคยเกิดขึ้น ทั้งคำบอกรัก คำสัญญา ตลอดจนภาพอนาคตที่ครั้งหนึ่งเคยคิดว่าจะเดินไปด้วยกัน ล้วนกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ต้องกลับมาถามตัวเองว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความรู้สึกจริงอย่างที่อีกฝ่ายเคยบอก หรือทั้งหมดเป็นเพียงคำหลอกลวงมาตั้งแต่ต้น
จุดเริ่มต้นของเพลงมาจากท่อนสั้น ๆ “รู้อยู่และรู้ดี ว่ามันไม่มี คำสัญญา ที่ผ่านมา” จากปลายปากกาของ ธีร์ นักร้องนำของวง ก่อนจะค่อย ๆ ขยายความกลายเป็นเรื่องราวของคนคนหนึ่งที่กำลังย้อนมองความสัมพันธ์ที่ผ่านมา และตั้งคำถามกับสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเชื่ออย่างหมดใจว่า ความรักที่ได้รับนั้นเกิดขึ้นจากความรู้สึกจริงหรือไม่
เพราะเมื่อความสัมพันธ์สิ้นสุดลง สิ่งที่ยังคงอยู่ไม่ใช่เพียงความทรงจำ แต่ยังรวมถึงทุกถ้อยคำที่เคยเอื้อนเอ่ย ทุกคำสัญญาที่เคยให้ไว้ ทุกการกระทำ และทุกความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้น ซึ่งทั้งหมดล้วนกลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำที่ยังคงค้างคา พร้อมคำถามที่อาจไม่มีคำตอบว่า ตลอดระยะเวลาที่เคยคบกันนั้น มีอะไรบ้างที่เป็นเรื่องจริง หรือแท้จริงแล้วเป็นเพียงเราคนเดียวที่เชื่อในความทรงจำเหล่านั้น


ด้วยการหยิบเอาความรู้สึกค้างคาหลังความสัมพันธ์จบลงมาเล่าผ่านซาวด์ร็อกในแบบของ SOK “ทุกสิ่งทุกอย่าง” จึงถ่ายทอดอีกด้านหนึ่งของความสัมพันธ์ที่หลายคนอาจเคยเผชิญ เมื่อแม้จะเดินออกมาจากเรื่องราวนั้นแล้ว แต่บางคำถามยังคงวนกลับมาอยู่ในความคิด และอาจไม่มีวันได้รู้คำตอบว่า สุดท้ายแล้วเรื่องราวที่เคยเชื่อหมดหัวใจนั้น มี “ทุกสิ่งทุกอย่าง” มากแค่ไหนที่เป็นความจริง


นอกจากการเปิดตัวซิงเกิลใหม่ SOK ยังได้รับการต้อนรับเข้าสู่ครอบครัว Universal Music Thailand อย่างเป็นทางการ ผ่านงาน “ระบาย ความ โศก” LET THE SAD SONGS PLAY, SOK LIVE AT MARSHALL LIVEHOUSE ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อเปิดตัวเพลง “ทุกสิ่งทุกอย่าง” และต้อนรับ SOK ในฐานะศิลปินใหม่ของค่าย ท่ามกลางเพื่อนพี่น้องในวงการเพลง อาทิ LITTLE JOHN, Bedroom Audio, The White Hair Cut, Jaritz และ TOFU รวมถึงสื่อมวลชนและแฟนเพลงที่มาร่วมชมการแสดงสดกันอย่างคับคั่ง



เวทีเริ่มต้นด้วยศิลปินร่วมค่าย Patrick Noel ที่มาพร้อมกีตาร์คู่ใจและถ่ายทอดเพลงใหม่ “ความทรงจำที่ดีที่สุด” ซึ่งยังไม่ได้ปล่อยอย่างเป็นทางการ ก่อนที่เจ้าตัวจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว กลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ของการ “ระบายความโศก” ที่ได้รับกำลังใจจากแฟน ๆ อย่างอบอุ่น
ตลอดการแสดง SOK ถ่ายทอดทั้งเสียงดนตรีและน้ำเสียงเศร้า ๆ ที่แฟนเพลงรุ่นแรกคิดถึง พร้อมได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนเพลงหน้าใหม่ที่ตั้งใจฟังเพลงของวง ไม่ว่าจะเป็น “กลับไปไม่รู้จัก”, “แลก”, “ไม่ทันบอกลา”, “ห้อง”, “ครั้งหนึ่ง”, “สัญญา”, “Past” รวมถึงซิงเกิลล่าสุด “ทุกสิ่งทุกอย่าง” ก่อนปิดท้ายด้วย “ลืมยังไง” ซึ่งทำให้ทุกคนได้ร่วมระบายความโศกไปพร้อมกัน จนท้ายที่สุดเหลือเพียงรอยยิ้มบนใบหน้า

งานครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากพาร์ทเนอร์อย่าง Marshall Livehouse และ Instax Thailand ที่ร่วมทำให้การ “ระบายความโศก” ครั้งนี้กลายเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุขไปพร้อมกัน
การก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของ Universal Music Thailand ในฐานะศิลปินอัลเทอร์เนทีฟร็อกวงแรกของค่าย ทำให้ SOK เข้ามาเติมความหลากหลายและรสชาติใหม่ให้กับไลน์อัปศิลปิน พร้อมเปิดประสบการณ์ทางดนตรีและเพิ่มทางเลือกให้แฟนเพลงได้ค้นพบแนวดนตรีใหม่ ๆ จากศิลปินคุณภาพมากยิ่งขึ้น ขณะที่ Universal Music Thailand พร้อมเดินหน้าสนับสนุนและผลักดันศิลปินคุณภาพให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทั้งในประเทศไทยและก้าวไปสู่ตลาดดนตรีระดับโลกอย่างเต็มที่
สำหรับ “ทุกสิ่งทุกอย่าง” จึงเป็นบทบันทึกของความสัมพันธ์ที่จบลง แต่ยังทิ้งคำถามบางอย่างไว้ในใจ ผ่านมุมมองของคนที่กำลังย้อนกลับไปทบทวนทุกถ้อยคำ ทุกคำสัญญา และทุกความรู้สึกที่ผ่านมา ก่อนจะถามตัวเองอีกครั้งว่า สิ่งที่เคยเชื่อหมดหัวใจนั้นเคยเป็นความจริงมากน้อยเพียงใด และบางทีคำตอบที่ยังหาไม่ได้ อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ความทรงจำเหล่านั้นยังคงอยู่ต่อไป



