Photographer: Manosit Boonnon
“บางอย่างในชีวิตมันแตกไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีค่าอีกต่อไป” – วิน Sqweez Animal
ในวันที่เราเติบโตขึ้น ทุกคนล้วนมี ‘รอยต่อ’ ที่ต้องเผชิญ ทั้งความรัก ความสัมพันธ์ หรือแม้แต่ช่วงเวลาที่เรายังไม่เข้าใจตัวเองดีพอ สำหรับ วิน Sqweez Animal เพลง ‘รอยต่อ’ ไม่ได้เป็นแค่ซิงเกิลล่าสุดในรอบ 2 ปีเท่านั้น แต่คือพื้นที่แห่งความรู้สึกที่เคยเก็บไว้ลึกที่สุด และวันนี้เขากลับมาพร้อมกับการเล่าเรื่องเหล่านั้นอย่างอ่อนโยน

บทเพลงที่ไม่เคยตั้งใจจะกลายเป็นเพลง
“จริง ๆ เพลงนี้เริ่มจากโน้ตเล็ก ๆ ในโทรศัพท์ครับ เป็นช่วงเวลาที่นึกถึงบางความสัมพันธ์ที่จบไปแล้ว แต่มันยังมีบางอย่างที่เราไม่ได้พูดออกไป มันเลยกลายเป็นเหมือนบทสนทนาในหัว ว่า ‘ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เราอยากพูดอะไรกับเขา’ ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะทำเป็นเพลงด้วยซ้ำ แค่อยากเก็บไว้ แต่พอเวลาผ่านไป เรากลับมาทบทวนมัน แล้วรู้สึกว่า…นี่แหละคือเรื่องที่อยากเล่าในตอนนี้”
เพลงที่แปรเปลี่ยนไปพร้อมหัวใจ
“ตอนแรกที่เขียนไว้มันเศร้ากว่านี้มาก เหมือนยังอยู่ในช่วงเสียใจอยู่ แต่พอเวลาผ่านไป เรากลับมามองเรื่องเดิมด้วยมุมใหม่ มันไม่ได้มีแต่ความเศร้าแล้ว มันมีความเข้าใจ การให้อภัย แล้วก็การยอมรับ ผมเลยเปลี่ยนเนื้อหาให้มัน ‘โอบรับ’ มากขึ้น ไม่ใช่แค่พูดถึงสิ่งที่หายไป แต่พูดถึงสิ่งที่ยังอยู่กับเราแม้จะจบกันไปแล้ว”
และหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ยังคงอยู่ในเพลงของเขาเสมอ—คือ “สิงห์” คู่หูแห่ง Sqweez Animal ผู้จากไปก่อนเวลาอันควร
“เขาเป็นทั้งเพื่อน พี่ น้อง และคู่สร้างงานที่อยู่ด้วยกันมาตลอด ทุกครั้งที่ทำเพลง ผมจะนึกถึงว่า…ถ้าเขาได้ฟัง เขาจะรู้สึกยังไง จะชอบตรงไหน จะเสนออะไรเพิ่มไหม แม้ตอนนี้เขาจะไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว แต่ผมยังรู้สึกว่าพลังของเขายังอยู่ในเสียงดนตรีของ Sqweez เสมอ เพลงนี้ก็เช่นกัน ‘รอยต่อ’ ไม่ได้พูดถึงแค่ความสัมพันธ์ของคนสองคน แต่มันรวมถึงความรู้สึกของการจากลาแบบไม่มีวันหวนกลับด้วย ซึ่งสิงห์ก็เป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกนั้นอย่างลึกซึ้งครับ”

เมื่อเสียงดนตรีพูดแทนถ้อยคำ
แม้จะไม่ได้ตั้งใจแต่เพลงนี้กลับมีกลิ่นอายของ Post-Rock ชัดเจน “ตอนแรกยังไม่ได้นึกถึงแนว Post-Rock เลย แค่รู้ว่าเพลงนี้มันต้องการ ‘พื้นที่ให้ความรู้สึก’ เลยเลือกไม่ใส่คำพูดเยอะ อยากให้เสียงดนตรีมันพูดแทน จนสุดท้ายมันก็กลายเป็นโครงสร้างแบบที่เห็น ซึ่งพอเสร็จแล้ว ผมถึงได้รู้ว่า…อ๋อ นี่มัน Post-Rock ชัดเลย (หัวเราะ)”
การร่วมงานที่ลงตัวกับ เบิร์ด–อดิศักดิ์ (Desktop Error)
“เบิร์ดเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานานมากแล้วครับ เราคุยกันเรื่องเพลงบ่อย แล้วผมก็ชอบมุมมองของเขา พอถึงจุดที่เพลงนี้กำลังจะเสร็จ ผมรู้สึกว่ามันยังขาดอะไรบางอย่าง ก็เลยชวนเบิร์ดมาฟัง แล้วเขาก็ช่วยเติมเต็มหลายอย่างให้เพลงสมบูรณ์ขึ้นจริง ๆ ไม่ใช่แค่ในพาร์ตของดนตรี แต่รวมถึงอารมณ์ของเพลงด้วย”

คินสึงิใน MV: เมื่อรอยร้าวกลายเป็นศิลปะ
“คินสึงิเป็นปรัชญาญี่ปุ่นที่ผมชอบมานานแล้วครับ มันคือการซ่อมแซมของที่แตกด้วยทอง แล้วเชิดชูรอยร้าวเหล่านั้นให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความงาม มันเหมือนกับใจคนเลยครับ บางอย่างในชีวิตมันแตกไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีค่าอีกต่อไป ‘รอยต่อ’ ก็คล้ายกัน เป็นเพลงที่พูดถึงการยอมรับสิ่งที่เปลี่ยนไป แล้วเก็บมันไว้ในความทรงจำอย่างสวยงามที่สุด”
วินในวันนี้: ไม่เร่งให้เข้าใจ แต่เปิดให้รู้สึก
“ผมว่าตัวเองนิ่งขึ้น เข้าใจตัวเองมากขึ้น แล้วก็ไม่ได้พยายามจะบอกว่า ‘เพลงนี้ต้องเข้าใจแบบนี้นะ’ อีกต่อไป เพลงของผมตอนนี้คือการเปิดพื้นที่ให้คนฟังได้ตีความเองมากขึ้น มันอาจจะเหงา เศร้า หรืออบอุ่นก็ได้ แล้วแต่ประสบการณ์ของแต่ละคน”

เตรียมพบกับคอนเสิร์ตใหญ่ปลายปีนี้
“ตื่นเต้นมาก คิดถึงการเล่นสดมาก ๆ ครั้งนี้จะเป็นคอนเสิร์ตที่ผมอยากให้คนดูได้ ‘อยู่ร่วมกันในช่วงเวลาเดียวกัน’ จริง ๆ อาจจะมีเพลงเก่าที่ไม่เคยเล่นนานแล้ว หรือเวอร์ชั่นใหม่ ๆ ที่จัดทำพิเศษสำหรับโชว์นี้เลย และแน่นอนว่าจะมีเพลงใหม่ด้วยครับ อยากให้ทุกคนมาอยู่ใน ‘รอยต่อ’ นั้นกับผม”

ถึงทุกคนที่กำลังอยู่ในรอยต่อของชีวิต
“ผมอยากบอกว่า ‘มันโอเคที่จะยังไม่โอเค’ บางช่วงของชีวิตเราต้องใช้เวลากับตัวเอง ต้องค่อย ๆ เข้าใจความรู้สึกที่ซับซ้อนของตัวเอง รอยต่อมันไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่มันคือพื้นที่ก่อนการเริ่มต้นใหม่เสมอ ขอให้ใจดีกับตัวเองนะครับ”

