Written by Afdol Salah
เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับบทสรุปอันเข้มข้นของ Squid Game เล่นลุ้นตาย ซีรีส์สุดระทึกที่ครองใจผู้ชมทั่วโลก กับซีซั่นที่ 3 โค้งสุดท้ายของเกมเดิมพันชีวิต ที่เหล่าผู้เข้าแข่งขันต้องแลกทุกสิ่งเพื่อความอยู่รอด และชัยชนะเพียงหนึ่งเดียว
แอลเมนขอพาทุกคนย้อนรอยการเดินทางตลอด 3 ซีซั่นของซีรีส์ในตำนาน ผ่านเบื้องหลังสุดเข้มข้นจากผู้กำกับมากฝีมือ Hwang Dong-hyuk พร้อมเหล่านักแสดงนำอย่าง Lee Jung-jae, Lee Byung-hun, Wi Ha-joon และนักแสดงอีกมากมาย ที่ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวแห่งความสิ้นหวัง ความหวัง และการเอาชีวิตรอดในเกมสุดโหด กับปัจฉิมบทสุดท้ายอันตราตรึงใจของ Squid Game Season 3 ไปพร้อมกัน 27 มิถุนายน 2568 ทาง Netflix
อยากให้ผู้กำกับช่วยใบ้หน่อยว่าใน ซีซั่น 3 นี้เราจะได้เจอกับความสนุกอะไรบ้าง
Hwang Dong Hyuk (ผู้กำกับ): ทุกท่านอาจจะพอเดาได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นในซีซั่นนี้ โดยเรื่องจะต่อจากตอนจบของซีซั่น 2 หลังจากที่กีฮุนสูญเสียพันธมิตรไปหลายคนในกลุ่มที่ทำการปฏิวัติ ทำให้เขารู้สึกผิดและสิ้นหวังอย่างที่สุด ซึ่งเรื่องราวก็จะเริ่มต้นที่ว่าเขาจะก้าวข้ามความรู้สึกเหล่านั้นอย่างไร และจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร
ในซีซั่น 2 คุณอาจจะจำบทสนทนาเกี่ยวกับความเชื่อในตัวมนุษย์ระหว่างกีฮุนกับฟรอนต์แมนได้ ที่สะท้อนมุมมองทางศีลธรรม และหลักการในการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันของพวกเขา ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเรื่องราวจะจบลงอย่างไรก็ต้องรอติดตามในซีซั่น 3

ในซีซั่น 2 ได้พูดถึงประเด็นเกี่ยวกับระบบทุนนิยมที่หยั่งรากลึกอยู่ในสังคมของเรา ไม่ทราบว่าในซีซั่น 3 นี้ยังมีเรื่องราวหรือข้อความไหนที่สอดแทรกไว้ในเนื้อเรื่องอีกบ้าง
Hwang Dong Hyuk (ผู้กำกับ): ผมไม่ได้ตั้งใจบอกว่าปัญหานี้มีหนทางในการแก้ไขแบบนี้ แต่สิ่งที่ผมสอดแทรกไว้ คือคำถามเกี่ยวกับสังคมระบบทุนนิยมที่ทำให้เกิดการแข่งขันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งมันทำให้เกิดความรู้สึกสิ้นหวังและผิดหวัง ในโลกแบบนี้มนุษยชาติจะสามารถสร้างอนาคตที่ดีขึ้นให้กับคนรุ่นหลังได้หรือไม่ นั่นคือคำถามที่ผมต้องการถาม
เกมต่างๆ ที่อยู่ในซีรีส์เรื่องนี้ล้วนแต่เป็นเกมที่พวกเราเคยเล่นในสมัยเด็ก สำหรับในซีซั่น 3 นี้เราจะได้พบกับเกมแบบไหนบ้าง ช่วยแอบบอกหน่อยได้ไหม
Hwang Dong Hyuk (ผู้กำกับ): จากในตัวอย่างจะเห็นว่ามีฉากเชือกกระโดดที่กำลังแกว่งอยู่ ซึ่งเชือกนั้นอยู่บนสะพานที่สูงมากๆ แน่นอนว่าจะต้องมีคนตกลงไปเวลาที่โดนเชือกเหวี่ยงกระแทก และยังมีเกมที่ลักษณะคล้ายเขาวงกต โดยผู้เล่นจะต้องสวมเสื้อสีน้ำเงินหรือสีแดง ซึ่งจะเล่นคล้ายๆ กับการเล่นซ่อนหา ผู้ชมจะได้เห็นเกมรูปแบบนั้นครับ ยังไม่รวมถึงอีกหลายเกมที่ที่อยู่ในซีรีส์
ลีจองแจในซีซั่นแรกคุณได้ชนะเกมออกไปแล้ว แต่คุณก็กลับมาในซีซั่น 2 โดยได้นำทีมปฏิวัติร่วมกับผู้เล่นคนอื่นๆ สุดท้ายก็ล้มเหลวจนทำให้คุณต้องสูญเสียเพื่อนไป อยากทราบว่าในซีซั่น 3 นี้ ตัวกีฮุนจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน
Lee Jung Jae: อย่างที่ผู้กำกับบอกไปก่อนหน้านี้ ตอนนี้กีฮุนอยู่ในจุดที่รู้สึกสิ้นหวังมากๆ ครับ ทั้งจากการสูญเสียเพื่อนสนิท และการที่เขาเป็นต้นเหตุให้ผู้เล่นคนอื่นๆ ต้องตาย ซึ่งตอนแรกกีฮุนเขากลับเข้าไปเล่นเกมเพราะต้องการลงโทษพวกที่สร้างเกมนี้ขึ้นมา และต้องการช่วยเหลือผู้เล่นในเกม แต่ตอนนี้สิ่งที่เหลืออยู่สำหรับเขา คือการค้นพบว่าตัวเองสามารถทำอะไรได้บ้าง เขาจะต้องตัดสินใจว่าเขาควรทำอะไร ทุกท่านจะได้เห็นการพัฒนาของกีฮุนในจุดนั้น

อีบยองฮอนปรากฎตัวในฐานะ ‘ยองอิล’ หรือผู้เล่นหมายเลข 1 แต่พอมาถึงซีซั่นนี้ คุณถอดชุดผู้เล่นทิ้งแล้วกลับมาเป็นฟรอนต์แมนคนเดิม คุณพอจะบอกพวกเราได้ไหมว่าการเผชิญหน้าระหว่างฟรอนต์แมนและกีฮุนจะเป็นอย่างไรต่อไป
Lee Byung Hun: กีฮุนต้องสูญเสียเพื่อนสนิทไปเพราะฟรอนต์แมน เขากำลังตกใจอย่างมาก และรู้สึกสิ้นหวังครับ ส่วนฟรอนต์แมนที่คอยจับตามองเขา และเป็นต้นเหตุของความเสียใจนั้น ก็จะเริ่มลงมือตามแผนของตนเช่นกัน โดยเนื้อเรื่องในซีซั่น 3 จะค่อนข้างตึงเครียดและดราม่ามากๆ เพราะความขัดแย้งระหว่างสองตัวละครนี้จะเกิดขึ้นในซีซั่นนี้แน่นอน

อยากให้แต่ละคนได้พูดถึงพัฒนาการที่เปลี่ยนเเปลงไปของตัวละครตัวเองในซีซั่น 3 นี้
Yim Si Wan: มยองกีเป็นตัวละครที่ดิ้นรนมากๆ เพื่อที่จะหลุดจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเขา ซึ่งสุดท้ายอาจจะทำให้ตัวเขาลำบากกว่าเดิม เรื่องมันเกิดเพราะเขาพยายามจะเอาตัวรอดจากคนอื่นๆ แล้วก็พยายามจะเอาชนะเกมด้วยไหวพริบที่มี ซึ่งบางครั้งมันทำให้เหตุการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก
Kang Ha Neul: ผมว่าตัวละครแทโฮเป็นตัวละครที่สมจริงที่สุดเลย การตอบโต้ต่อสถานการณ์ของตัวละครนี้มันจริงมากๆ ส่วนตัวผมภูมิใจที่ได้รับบทแทโฮครับ ส่วนในซีซั่น 3 นี้ก็จะมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นอีกมากเลย
Lee Jin Uk: หลังจากเกิดการปฏิวัติขึ้น กยองซอกก็ถูกกำจัดไปใช่มั้ยครับ แต่เขาก็กลับมาภายใต้การเป็นพิงก์การ์ด ส่วนเกิดอะไรขึ้นกับกยองซอกนั้น ผมเองก็สงสัยอยู่ครับ (หัวเราะ) ตอนนี้ผมพูดได้เท่านี้
Park Sung Hoon: ตัวฮยอนจูโดยพื้นฐานแล้เป็นตัวละครที่คิดถึงผู้อื่นก่อนเสมอ และเป็นคนที่มีความยุติธรรมมากๆ นั่นคือสิ่งที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงครับ ดังนั้นในซีซั่นนี้ผมคิดว่าทุกท่านจะได้เห็นด้านที่เจ๋งๆ และเข้มแข็งกว่าเดิมของฮยอนจู
Yang Dong Geun: การรับบทลูกชายของคู่แม่ลูกท่ามกลางเกมที่โหดร้ายนี้เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย ผมอยากบอกผู้ชมว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่ความสัมพันธ์ของแม่-ลูก แต่คือการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ ที่จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของตัวละครคู่นี้
Kang Ae Shim: ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉันได้เห็นดงกึนรับบทลูกชายของฉัน ฉันดีใจมากเลยค่ะ เพราะฉันเป็นแฟนคลับตัวยงของเขามานานมากๆ แล้ว พอรู้ว่าตัวละครของเขาเป็นลูกชายที่ไม่ค่อยดีฉันก็เศร้าเลย แต่ฉันก็เป็นห่วงเขาอยู่ดี เพราะไม่อยากให้ลูกต้องเจอกับอะไรที่ไม่ดี เพราะฉะนั้น รอติดตามกันได้เลยนะคะว่าความสัมพันธ์ของแม่ลูกคู่นี้จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน
Jo Yu Ri: จุนฮีกำลังท้อง เธอเลยค่อนข้างเหน็ดเหนื่อยมากทั้งทางกายและจิตใจ แต่เธอเป็นคนที่มีความแน่วแน่มากๆ เพราะฉะนั้น คอยจับตาดูเธอไว้ให้ดีนะคะ
Chae Gook Hee: ซอนนยอเป็นตัวละครที่แตกต่างจากผู้เล่นคนอื่น เธอมักจะบอกเสมอว่าตัวเองสื่อสารกับพระเจ้าได้ เธอเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับผู้เล่นคนอื่นๆ แล้ว เธอมีความสามารถเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร
Roh Jae Won: ตัวละครนัมกยู อยู่กับธานอสตลอดเวลา คอยเดินตามหลังธานอสตลอด กลับมาในซีซั่น 3 ธานอสไม่อยู่แล้ว ก็ต้องรอติดตามกันครับว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขาและมินซู
Lee David: ตัวละครมินซู นั้นพึ่งพาเซมีค่อนข้างมาก เซมีเป็นคนเดียวที่เขารู้สึกว่าเป็นเพื่อนจริงๆ ซึ่งตอนนี้เซมีไม่อยู่แล้ว มินซูก็ยิ่งเก็บตัวมากกว่าเดิม เขาเสียใจมากและไม่รู้ว่าต้องทำยังไง หลังจากซีนที่โหดเหี้ยมในซีซั่น 2 จบไป มินซูจะต้องพยายามอย่างมากที่จะมีชีวิตต่อ ทุกท่านจะได้เห็นด้านใหม่ๆ ของมินซูคาดที่ไม่ถึงในซีซั่นนี้ เพราะเขาจะต้องสู้เพื่อความอยู่รอด
Park Gyu Young: ถึงแม้โนอึลจะเป็นพิงก์การ์ด แต่อย่างน้อยเธอก็ยังมีความเคารพในชีวิตของมนุษย์อยู่ เธอเลยยืนหยัดขึ้นสู้กับแก๊งค้าอวัยวะ และลุกขึ้นสู้กับพิงก์การ์ดคนอื่นๆ ในซีซั่น 3 นี้จะได้เห็นจุดยืนที่แกร่งขึ้นของเธอ อยากให้รอชมการต่อสู้อันโดดเดี่ยวของเธอด้วยนะคะ
ในซีซั่น 2 มีความคาดหวังเกิดขึ้นมาก แต่ก็มีคำวิจารณ์เกี่ยวกับการพัฒนาของตัวละครและความเป็นออริจินัลของซีรีส์ สำหรับซีซั่นนี้ผู้กำกับฮวังได้นำประเด็นไหนมาพิจารณาบ้าง
Hwang Dong Hyuk (ผู้กำกับ): อย่างที่ผมเคยพูดไปก่อนหน้านี้ว่าเราถ่ายซีซั่น 2 และ 3 ไปพร้อมๆ กัน ดังนั้นผมไม่สามารถเปลี่ยนบทในซีซั่น 3 ที่วางเอาไว้ให้ตรงตามคำวิจารณ์ครับ แต่ตอนจบของซีซั่น 2 ที่อาจจะทำให้ทุกคนรู้สึกว่าค้างคาหรือถูกทิ้งไว้กลางเรื่อง นั่นเพราะทุกท่านยังไม่ได้เห็นทุกแง่มุมของแต่ละตัวละคร ดังนั้นผมคิดว่าถ้าทุกท่านได้ชมซีซั่น 3 แล้ว จะคลายกังวลและตอบคำถามในจุดที่ยังค้างคาได้

อยากให้ผู้ชมทั่วโลกคาดหวังอะไรบ้างจากซีซั่นนี้
Lee Jung Jae: ผมมองว่ามันขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่ามีมุมมองต่อซีรีส์เรื่องนี้อย่างไรมากกว่า ดังนั้น แทนที่ผมจะบอกว่าให้ดูซีรีส์เรื่องนี้ด้วยการคาดหวังอะไร ผมสงสัยมากกว่าว่าทุกคนจะมีการตอบรับที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง พวกเรานักแสดงเองดูแล้วก็ยังมีการมานั่งคุยกันเลยถึงสิ่งที่เราทำ และบางครั้งเราก็ยังคุยกันถึงประเด็นที่คนถกเถียงกัน
ผมคิดว่าซีรีส์เรื่องนี้ มีหัวข้อและตัวละครที่สามารถหยิบขึ้นมาเป็นประเด็นได้เยอะมากๆ จึง เป็นเรื่องปกติครับที่มีกระแสตอบรับมากมายหลายแบบ ผมจึงหวังว่าในซีซั่น 3 นี้ทุกท่านจะมีกระแสตอบรับที่หลากหลายเช่นเดียวกัน
Hwang Dong-Hyuk (ผู้กำกับ): สำหรับผมคาดหวังว่าผู้ชมจะรู้สึกว่านี่คือตอนจบที่เหมาะสมของซีรีส์เรื่องนี้ครับ

ตั้งแต่ปี 2021 – 2025 สควิดเกมมีมาแล้วทั้งหมด 3 ซีซั่น อยากถามว่ารู้สึกอย่างไรบ้างที่ซีรีส์เรื่องนี้เดินทางมาถึงบทสุดท้ายแล้ว
Wi Ha Joon: ในซีซั่นแรก เราถ่ายทำกันในเดือนพฤษภาคม 2021 ผ่านมา 5 ปีแล้วนะครับ แทบไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาผ่านไปขนาดนี้แล้ว วันนี้มาถึงตอนจบแล้ว ผมดีใจมากๆ ที่ผู้ชมทั่วโลกมีความสุขกับซีรีส์ของเรา ในฐานะนักแสดง ผมคิดว่าซีรีส์เรื่องนี้ทำให้ผมเติบโตขึ้นมาก และคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นซีรีส์อมตะสำหรับใครหลายๆ คนครับ
Lee Byung Hun: ผมรู้สึกดีที่เรื่องดำเนินมาจนถึงบทสรุป แต่ก็เสียใจที่มันต้องจบลงแล้ว ที่สำคัญคือในซีซั่น 2 พวกเราไปโปรโมตกันที่อเมริกา ผมเลยได้มีโอกาสเจอแฟนๆ ที่นั่น ได้รู้สึกถึงกำลังใจที่พวกเขามอบให้ ผมคิดว่ามันเจ๋งมาก ที่ได้รับความรักจากผู้ชมทั่วโลกอย่างมากมาย มันเป็นเรื่องใหม่สำหรับผมมากที่ได้สัมผัสถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ขนาดนั้นจากแฟนๆ ทั่วโลก ผมรู้สึกขอบคุณมากครับ(ยิ้ม)
Lee Jung Jae: ผมเองก็รู้สึกคล้ายๆ กับอีบยองฮอน แต่ถ้าพูดโดยรวมคือผู้กำกับฮวังสร้างจักรวาลสควิดเกมออกมาได้ดีมาก ต้องชมผู้กำกับฮวังจริงๆ ครับ (ยิ้ม) อีกทั้งผมยังภูมิใจมากที่เราได้มีโอกาสสื่อสารกับแฟนๆ ตลอดการเดินโปรโมทนี้ ต้องขอบคุณผู้กำกับฮวัง รวมถึงทีมงาน ผู้อำนวยการสร้าง และนักแสดงทุกท่านที่มีส่วนร่วมกับผลงานชิ้นนี้
Hwang Dong Hyuk (ผู้กำกับ): มันใช้เวลาประมาณ 6 ปีเลยนะครับสำหรับผม ในการสร้างผลงานชิ้นนี้ขึ้นมา ผมทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดลงไป มันแทบจะเป็นปาฏิหารย์สำหรับผม ผมได้ประสบการณ์ที่มีคุณค่าทางใจเกิดขึ้นมากมาย ในฐานะผู้สร้างผลงาน ถือว่าผมโชคดีมากที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับนักแสดงที่เก่งกาจมากมายขนาดนี้ ต่อจากนี้ผมจะใช้ทุกอย่างที่ได้เรียนรู้มาในช่วงเวลาเหล่านี้ ในการสร้างผลงานที่ดียิ่งขึ้นต่อไปในอนาคตครับ

ผู้กำกับเคยพูดมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ซีรีส์เรื่องนี้จะจบที่ซีซั่น 3 เป็นซีซั่นสุดท้าย และจะไม่มีการทำซีซั่น 4 ต่อไปแน่นอน ตอนนี้ยังคงคิดเหมือนเดิมไหม ทาง Netflix ได้มีการมาติดต่อให้ทำซีซั่นต่อไปไหม
ผู้กำกับฮวัง: ผมคิดว่าหลังจากคุณได้ชมซีซั่น 3 แล้ว คุณจะคิดว่ามันไม่จำเป็นต้องมีซีซั่น 4 อีกต่อไปแล้ว แต่ถ้าถามว่าชีวิตนี้จะไม่กลับมาหาจักรวาลสควิดเกมเลยมั้ย ผมคงจะต้องตอบว่าไม่ใช่ครับ แต่ผมมีภาพยนตร์ในโปรเจ็กต์อื่นที่กำลังรออยู่ ถ้าในอนาคตมีโอกาส ผมอาจจะทำภาคแยก (Spin-off) ของสควิดเกมก็ได้ครับ


