Gaggan at Louis Vuitton เปิดเมนูฤดูใบไม้ผลิ ถ่ายทอดศิลปะแห่งการเดินทาง

ท่ามกลางบรรยากาศแห่งการผลิบานของฤดูใบไม้ผลิ Gaggan at Louis Vuitton เปิดตัวเมนูประจำฤดูกาลใหม่ที่ชวนให้การรับประทานอาหารกลายเป็นการเดินทางในอีกมิติหนึ่ง ผ่านแนวคิด Progressive Asian ที่ผสานวัตถุดิบระดับพรีเมียมเข้ากับจินตนาการและเทคนิคอันเฉียบคม โดยพร้อมเสิร์ฟตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม ถึง 31 พฤษภาคม 2569 ในรูปแบบมื้อกลางวันและมื้อค่ำ

ยิ่งไปกว่านั้น ร้านอาหารแห่งนี้ยังคงตอกย้ำสถานะบนเวทีอาหารระดับภูมิภาค ด้วยการติดอันดับ Asia’s 50 Best Restaurants 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง พร้อมขยับขึ้นสู่อันดับ 8 จากอันดับ 31 ในปีก่อนหน้า ความสำเร็จนี้สะท้อนพลังของการร่วมงานระหว่าง Louis Vuitton และ Gaggan Anand เชฟผู้เปี่ยมวิสัยทัศน์ที่พลิกโฉมไฟน์ไดนิ่งในกรุงเทพฯ ผ่านอาหารสไตล์ Progressive Asian ที่ท้าทายกรอบเดิมอย่างสิ้นเชิง

ต่อยอดจากการเปิดตัวในปี 2567 Gaggan at Louis Vuitton ยังคงสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบ multisensory ที่ดึงผู้ทานเข้าสู่โลกของ Spirit of Travel อย่างเต็มรูปแบบ โดยแต่ละเมนูเปรียบเสมือนจุดหมายปลายทางที่ถ่ายทอดผ่านความคิดสร้างสรรค์ และองค์ประกอบ 5S อันเป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ Sweet, Sour, Salty, Spicy และ Surprise ซึ่งร่วมกันรังสรรค์รสชาติที่ทั้งคุ้นเคยและเหนือความคาดหมาย

เปิดฉากการเดินทางด้วยรสชาติที่คาดไม่ถึง

หนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์อย่าง ‘Lick It Up’ ยังคงสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการพรางตัวในรูปแบบพิธีชงชา ก่อนเผยชั้นรสชาติของมัทฉะ โฮจิฉะ และบริออชคั่วที่ให้ทั้งความหอมลึกและสัมผัสอบอุ่นอย่างมีมิติ

‘World Map’ เมื่อจานอาหารกลายเป็นพาสปอร์ต

ไฮไลต์ของซีซั่นนี้อยู่ที่ ‘World Map’ ซึ่งตีความ “Spirit of Travel” ของ Louis Vuitton ออกมาเป็นคอร์สที่พาผู้ทานเดินทางข้ามทวีป เริ่มจากสหราชอาณาจักรกับ Mock Turtle Tart เวอร์ชันร่วมสมัย ต่อด้วยเวียดนามผ่าน Bánh Mì ที่ยกระดับด้วยฟัวกราส์ ก่อนปิดจบที่เม็กซิโกกับ Tostada ที่ให้รสชาติจัดจ้านและหนักแน่น

ความงดงามของฤดูผลิในจานเดียว

เมนู ‘In Bloom’ ถ่ายทอดความสดใหม่ของฤดูกาลผ่านถั่วลันเตา ชีสรมควัน และคาร์เวียร์ สร้างสมดุลระหว่างความละมุนและความหรูหราได้อย่างลงตัว ขณะที่ ‘New England Vindaloo’ คืออีกหนึ่งจานที่สะท้อนความกล้าของเชฟในการผสมผสานวัฒนธรรม ด้วยล็อบสเตอร์ Cornish Blue และซอสวินดาลูรสเข้มข้น

บทสรุปที่หรูหราและละเมียดละไม

การเดินทางสิ้นสุดลงด้วย ‘Forestier’ ของหวานที่รวบรวมกลิ่นอายของฤดูใบไม้ผลิไว้ในจานเดียว ทั้งพิสตาชิโอ เชอร์รี่ และทรัฟเฟิลดำ เสริมเลเยอร์ด้วยแป้งฟิลโลกรอบบาง เป็นฟินาเล่ที่ทั้งสดใสและประณีต

ข้อมูลร้าน

LV The Place Bangkok
เวลาเปิดบริการ: 12:00 – 23:00 น. (ปิดวันอังคาร–พุธ)
โทร: 061-413-6295

Similar Articles

More