โฟร์ท พลิกบทบาทแบดบอย ประกบ ยอร์ช ในหนัง “กฤษดาพาราไดซ์”

จากสวนน้ำร้างกลางเชียงใหม่ สู่ “เกมซ่อนหาเอาชีวิต” ที่ไม่มีใครหนีพ้น… นี่คือจุดเริ่มต้นของภาพยนตร์สยองขวัญวัยรุ่นเรื่องใหม่ “กฤษดาพาราไดซ์” ผลงานกำกับล่าสุดของ ไมค์ ภณธฤต โชติกฤษฎาโสภณ ที่หยิบเอาบรรยากาศชวนหลอนของโลเกชั่นจริงมาต่อยอดเป็นหนังผีว่าด้วย “มิตรภาพ” ความผิดพลาด และฝันร้ายที่ย้อนกลับมาทวงคืนชีวิต

เรื่องย่อ กฤษดาพาราไดซ์

เรื่องราวเริ่มต้นจาก “แท็ค” หัวโจกประจำกลุ่ม ที่ชวนเพื่อนอย่าง “ปาร์ค” “ตี้” “เมล่อน” และ “โอม” บุกเข้าไปเล่นซ่อนแอบในสวนน้ำร้าง “กฤษดาพาราไดซ์” จนเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อ “จ๊อด” เด็กพิเศษในกลุ่มหายตัวไปอย่างลึกลับ การลองดีเพียงชั่ววูบ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเกมสยอง เมื่อ “จ๊อด” ในวันที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป กลับมาหลอกหลอนเพื่อนทุกคน พร้อมบังคับให้พวกเขาเล่น “เกมซ่อนหาเอาชีวิต” จากเดิมที่เคยเป็น “ผู้หา” กลายมาเป็น “ผู้ซ่อน” ที่ต้องเอาชีวิตรอดจากอดีตที่ตัวเองเคยก่อไว้

“กฤษดาพาราไดซ์” หนังผีแห่งมิตรภาพของ ไมค์ ภณธฤต

สำหรับผู้กำกับอย่างไมค์ ภณธฤต นี่ถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับ 13 สตูดิโออีกครั้งในรอบกว่า 16 ปี หลังเคยฝากผลงานเปิดตัวอย่าง “ตายโหง ตายเฮี้ยน” เอาไว้ เขาเผยว่าแรงบันดาลใจของเรื่องเกิดขึ้นหลังได้พบกับ “สวนน้ำร้าง” แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนต่อยอดไอเดียว่า “หนังสวนสนุกร้างมีมาเยอะแล้ว แต่ยังไม่เคยมีหนังสวนน้ำร้าง” จึงกลายเป็นที่มาของโปรเจ็กต์นี้ พร้อมใช้เวลาพัฒนาบทนานเกือบหนึ่งปีเต็ม

แม้จะยังคงมีกลิ่นอายความสยองแบบงานก่อน ๆ ของผู้กำกับ แต่ “กฤษดาพาราไดซ์” แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน เพราะแกนหลักของเรื่องไม่ใช่แค่ “ผี” หากคือความสัมพันธ์ของกลุ่มเพื่อนวัยรุ่น และการอยู่ร่วมกันของคนที่แตกต่าง “ผมตีความว่ามันคือหนังผีแห่งมิตรภาพ” ไมค์กล่าว พร้อมเสริมว่าหนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยทั้งดราม่า แอ็คชั่น และอารมณ์วัยรุ่นที่เข้มข้นกว่าทุกเรื่องที่ผ่านมา

โฟร์ท-ยอร์ช กับการปะทะอารมณ์ครั้งสำคัญบนจอภาพยนตร์

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญคือการรวมตัวของนักแสดงวัยรุ่นที่น่าจับตามอง นำโดย โฟร์ท ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุล ในบท “แท็ค” เด็กหัวร้อน กวนประสาท แต่ลึก ๆ เป็นคนรักเพื่อน และ ยอร์ช ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์ ที่กลับมาเล่นหนังไทยในรอบ 7 ปี กับบท “โอม” เด็กหนุ่มนิ่งเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางอารมณ์ โดยไมค์เผยว่าทั้งคู่คือภาพที่เขานึกถึงทันทีหลังอ่านบท และเมื่อได้มาปะทะอารมณ์กันในจอจริง เคมีของทั้งสองก็ยิ่งผลักให้หนังเข้มข้นขึ้นไปอีก

โฟร์ทเล่าว่านี่คือการเล่นหนังนอกค่ายครั้งแรกในชีวิต และยังเป็นบทที่ต่างจากภาพจำเดิมอย่างชัดเจน “ผมแค่ดึงด้านก้าวร้าวในตัวเองออกมาใช้” เขากล่าวถึงการรับบทเด็กเกเร ขณะที่ยอร์ชยอมรับว่ารู้สึกกังวลไม่น้อยกับการกลับมารับงานแสดงอีกครั้ง แต่ก็อยากท้าทายตัวเองกับบทที่ซับซ้อนทางอารมณ์มากขึ้น

เวิร์กช็อปเทควันโด สลิง และฉากใต้น้ำสุดหิน

นอกจากความสยอง หนังยังอัดแน่นไปด้วยฉากแอ็คชั่น โดยนักแสดงทุกคนต้องผ่านการเวิร์กช็อปเทควันโด รวมถึงเล่นฉากบู๊ด้วยตัวเอง ไม่มีสแตนด์อิน ทั้งฉากต่อสู้ในท่อสไลเดอร์ ฉากสลิง และฉากใต้น้ำที่ใช้เวลาถ่ายทำยาวนานหลายชั่วโมง บางฉากต้องสร้างเซ็ตท่อสไลเดอร์ขนาดเท่าของจริงขึ้นมาในสตูดิโอ เพื่อรองรับงานแอ็คชั่นและ CG จำนวนมาก

เบื้องหลังการถ่ายทำหนัง “กฤษดาพาราไดซ์”

เบื้องหลังการถ่ายทำเองก็เต็มไปด้วยเรื่องชวนขนลุก ตั้งแต่อุบัติเหตุในกองถ่าย นักแสดงบาดเจ็บ ทีมสลิงหัวแตก ไปจนถึงเหตุการณ์แปลก ๆ ที่หลายคนเจอระหว่างถ่ายทำในสวนน้ำร้างจริง จนผู้กำกับต้องกลับไปทำพิธีขอขมาสถานที่ด้วยตัวเองหลังปิดกล้อง

อย่างไรก็ตาม แม้หนังจะเต็มไปด้วยความหลอนและความระทึก แต่สิ่งที่นักแสดงทุกคนพูดตรงกันคือ “หัวใจ” ของเรื่องยังคงเป็นคำว่า “เพื่อน” ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ การให้อภัย หรือการยอมรับในความแตกต่างของกันและกัน ซึ่งกลายเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้ “กฤษดาพาราไดซ์” ไม่ใช่เพียงหนังผีทั่วไป แต่คือหนังวัยรุ่นครบรสที่พาคนดูทั้งกลัว ทั้งลุ้น และอินไปกับความสัมพันธ์ของตัวละครตลอดทั้งเรื่อง

Similar Articles

More