เจาะลึกงานออกแบบของ Motoki Yoshikawa ผู้อยู่เบื้องหลังไลน์ BEAMS Men’s Casual

ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของ BEAMS Bangkok แอลเมนได้พูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ Motoki Yoshikawa ผู้อำนวยการฝ่าย BEAMS Men’s Casual ผู้อยู่เบื้องหลังตัวตนและทิศทางของแบรนด์ที่หนุ่มๆ ทั่วเอเชียหลงรัก ในโอกาสนี้มาค้นหาว่าอะไรคือปรัชญาดีไซน์ที่เขายึดถือ แรงบันดาลใจของแคปซูลสุดพิเศษ และมุมมองของเขาที่มีต่อกรุงเทพฯ เมืองที่เขาบอกว่า ‘เต็มไปด้วยรอยยิ้มและพลังงานที่พิเศษกว่าที่ไหน’

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของการเฉลิมฉลองครั้งนี้ คือแคปซูลคอลเล็กชั่นที่วางจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น นำเสนอแนวคิดการผสานสองวัฒนธรรมอย่างลงตัว ตั้งแต่มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ประจำชาติของไทย ไปจนถึงวัฒนธรรมวิดีโอเกมซึ่งเป็นส่วนลึกของจิตวิญญาณชาวญี่ปุ่น ก่อนกลั่นออกมาเป็นลายเส้น กราฟิก และอารมณ์แบบ Tokyo Street ในแบบฉบับของ BEAMS ความพิเศษยิ่งกว่านั้นคือการเปิดตัวที่ได้ Kota Miura นักมวยขวัญใจทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวไทย มาร่วมถ่ายทอดพลังและสปิริตของคอลเล็กชั่นได้อย่างเต็มเปี่ยม

#1 อะไรคือปรัชญาการออกแบบที่ยึดถือ และนำมาถ่ายทอดในไลน์ BEAMS Men’s Casual

“หัวใจของ BEAMS Men’s Casual คือการเคารพอดีตเพื่อสร้างสิ่งใหม่” Motoki เริ่มต้นอธิบายอย่างชัดเจน
เขาเล่าว่าในทุกฤดูกาล ทีมดีไซน์จะย้อนกลับไปศึกษาทั้งงานออกแบบ เสื้อผ้า และไลฟ์สไตล์จากยุคต่างๆ โดยเฉพาะช่วง 90s–2000s อันเป็นยุคทองของ Tokyo Street Culture ก่อนนำองค์ประกอบเหล่านั้นมาปรับให้ร่วมสมัยขึ้น

เขาให้ภาพว่าแฟชั่นแคชวลของผู้ชายสามารถแบ่งออกเป็น 4 หมวดหลัก ได้แก่ Workwear, Sports, Military, และ Outdoor แต่ละแบบมีที่มาที่ไปชัดเจน เช่น Workwear ที่มีรากฐานจากยุคอเมริกันบลูคอลเลอร์ช่วงทองของอุตสาหกรรม หรือ Military ที่มากับฟังก์ชันและโครงสร้างเฉพาะตัว ทีม BEAMS จะหยิบคุณสมบัติเหล่านี้มาผสมกับ ‘อารมณ์ขันแบบญี่ปุ่น’ และความรู้สึกจากโตเกียว เพื่อกลายเป็น BEAMS Originals ที่ทุกคนคุ้นเคย

#2 ในมุมมองของคุณ ความท้าทายที่สุดในการนิยามความหมายของคำว่า ‘แคชวล’ สำหรับผู้ชายยุคปัจจุบันคืออะไร?

“เส้นแบ่งของแฟชั่นในตอนนี้บางมาก” เขาตอบอย่างตรงไปตรงมา ปัจจุบัน Luxury, Casual, และ Sportswear ทับซ้อนกันจนแทบไม่อาจแยกขาด ทำให้ผู้ชายต้องรู้จักกฎพื้นฐาน รวมถึงวิธีทำให้ลุคที่ดูผ่อนคลายยังคงความเนี้ยบและมีรสนิยม

Motoki มองว่านี่คือความท้าทายสำคัญของดีไซเนอร์ในยุคที่ทุกอย่างเปิดกว้าง “ชุดแคชวลไม่ได้หมายถึงความง่ายเสมอไป แต่คือการเลือกอย่างใส่ใจและเข้าใจรายละเอียด”

#3 สำหรับแคปซูลคอลเล็กชั่นฉลองครบรอบ 10 ปีของ BEAMS Bangkok คุณมองว่าไฮไลต์สำคัญที่สุดของโปรเจกต์นี้คืออะไร?

“มันคือการเล่าเรื่องของ BEAMS ผ่านมุมมองใหม่ผ่านสายตาของกรุงเทพฯ” เขาอธิบายว่าแคปซูลประกอบด้วย 7 ไอเท็มลิมิเต็ด ตั้งแต่เสื้อยืด เสื้อแขนยาว กระเป๋า พวงกุญแจ ไปจนถึงหมวกเบสบอลและหมวกบักเก็ตร่วมผลิตกับ NEW ERA ซึ่งออกแบบขึ้นเฉพาะสำหรับวาระนี้เท่านั้น

ที่สำคัญคือการดีไซน์โลโก้และแพทเทิร์นทั้งหมดถูกสร้างใหม่ตั้งแต่ศูนย์ เพื่อให้เป็นคอลเล็กชั่นที่ไม่ซ้ำกับ BEAMS ประเทศอื่นๆ และเป็นการขอบคุณลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวที่สนับสนุนแบรนด์ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา

#4 หนึ่งในองค์ประกอบที่โดดเด่นของคอลเล็กชั่นคือ ‘ลายเปลวไฟ’ อะไรคือเหตุผลที่เลือกใช้มูทีฟนี้ และมันสะท้อนความหมายใดในบริบทของคอลเล็กชันพิเศษนี้?

เขายิ้มก่อนอธิบายว่า Flame Motif นี้มีความหมายสองชั้น หนึ่งคือ ความเร่าร้อน ความตื่นเต้น และพลังแบบสตรีตคัลเจอร์ เหมือนแสลงที่วัยรุ่นใช้คำว่า “That’s fire!” เพื่อบอกว่าบางสิ่งเจ๋งมาก อีกชั้นคือ ‘ไฟแห่งการเฉลิมฉลอง’ สำหรับโอกาสครบรอบ 10 ปีของ BEAMS Bangkok กราฟิกจึงออกมาในสไตล์ 8-bit แบบวิดีโอเกมยุค ’90s ซึ่งสอดคล้องกับธีมของคอลเล็กชันที่ผสาน มวยไทย และ วัฒนธรรมวิดีโอเกมญี่ปุ่น เข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบเนียน

#5 ระหว่างการพัฒนาคอลเล็กชั่นนี้ อะไรในกรุงเทพฯ หรือวัฒนธรรมไทยที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้คุณ?

แรงบันดาลใจหลักคือ มวยไทย ซึ่ง Motoki บอกว่าเป็นหนึ่งในศิลปะการต่อสู้ที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในโลก ทีมดีไซน์นำความเฉียบคมและความสง่างามของท่วงท่า มาผสมกับเอฟเฟกต์แบบเกมไฟท์ติ้ง กลายเป็นกราฟิกที่โดดเด่น โดยเฉพาะลายหลังเสื้อ ที่ได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งจากนักมวยระดับตำนานอย่าง บัวขาว ซึ่งทีม BEAMS ให้ความเคารพเป็นพิเศษ

#6 ในมุมส่วนตัว คุณหลงรักสิ่งใดในกรุงเทพฯ มากที่สุด

เขาตอบโดยไม่ต้องคิด “ผู้คนครับ” Motoki เล่าว่าทุกครั้งที่มาประเทศไทย ทีมงานได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเสมอ จนเข้าใจทันทีว่าทำไมประเทศไทยถึงถูกเรียกว่า Land of Smiles ความเป็นมิตรนี้คือสิ่งที่ทำให้เขาอยากสร้างโปรเจกต์พิเศษเพื่อกลับมาขอบคุณคนไทย

Similar Articles

More