Words: Afdol Salah
พูดคุยกับ ภีม-ธนัช ลิ้มปัญญากุล จากนักกีฬาไอซ์ฮอกกี้เยาวชนทีมชาติไทย สู่เทรนนีน้องใหม่แห่งค่าย SONRAY MUSIC ที่ไม่ได้มีดีแค่เสียงนุ่มละมุนเท่านั้น แต่ยังเป็น ‘สุภาพบุรุษนักสู้วัย 17’ ตัวจริงที่ยังคงลื่นไถลไปบนลานน้ำแข็ง ด้วยแพสชั่นและความรักในกีฬาที่ไม่เคยละลาย พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่าความทุ่มเทสามารถนำพาไปสู่ความสำเร็จได้ทั้งสองเส้นทาง

ภีมเคยเล่าว่าชอบดูหนังผจญภัยมาตั้งแต่เด็ก คิดว่าความชอบในโลกแอ็กชั่นเหล่านั้นมีส่วนพาเรามาสู่เส้นทางสายกีฬาอย่างไรบ้าง
มีส่วนแน่นอนครับ เพราะว่าตอนดูหนังแอดเวนเจอร์มันดุเดือดเเละน่าตื่นเต้น เหมือนกับกีฬาฮอกกี้ที่ตอนเเข่งไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เเล้วก็น่าตื่นเต้นตรงที่ต้องรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
ยังจำครั้งแรกที่จับไม้ฮอกกี้ได้ไหม ตอนนั้นรู้สึกอย่างไรและทำไมถึงเลือกเล่นกีฬานี้
จำได้ครับ ครั้งแรกผมจับไม้ซ้าย ซึ่งอาจจะต่างจากคนอื่นเพราะคนทั่วไปมักจะจับไม้ขวา ตอนนั้นความรู้สึกของผมบอกเลยว่า ‘ใช่’ แม้ไม้จะหนัก คงเพราะตอนนั้นผมยังเป็นเด็กตัวเล็กอยู่ด้วยครับ เเละที่ผมเลือกกีฬาชนิดนี้ก็เพราะผมกับพี่ชายติดใจการเล่นสเกต พอพ่อแม่พาไปเล่นบ่อยๆ จากนั้นโค้ชที่คอยสอนสเกตก็เสนอให้ลองเล่นฮอกกี้ดูครับ

ถ้าให้เขียนจดหมายถึงตัวเองในวันที่เพิ่งเริ่มจับไม้ฮอกกี้ครั้งแรก ภีมจะเขียนว่าอะไร
ผมอยากจะเขียนว่า ‘อย่าดื้อ แล้วก็ฟังแม่’ ใส่หมวกฮอกกี้ไว้ก่อนตอนยังสเกตไม่ค่อยเเข็ง เพราะมันจะไปเหยียบรองเท้าสเกตพี่จนหน้าไถลพื้นครับ ซึ่งมันจะทิ้งรอยแผลไว้ค่อนข้างนาน (หัวเราะพร้อมโชว์เเผลที่เเก้มข้างซ้าย)
การเริ่มเล่นฮอกกี้ตั้งแต่เด็ก ส่งผลยังไงต่อ ‘ภีม’ ที่ได้รับตำแหน่งทีมชาติในปัจจุบัน
ถ้าผมไม่เริ่มเล่นฮอกกี้ตั้งเเต่เด็ก ผมคงยังเล่นไม่เก่งเท่าวันนี้ การเริ่มเร็วมันทำให้ผมมีเวลาพัฒนาศักยภาพด้านกีฬามากขึ้น

ภีมเล่นอยู่ตำแหน่งไหนของทีม แล้วตำแหน่งนี้ช่วยฝึก Mindset อะไรให้ภีมบ้าง
ผมเล่นตำแหน่งปีกซ้าย เป็นตำแหน่งกองหน้าที่ปกติแล้วจะเน้นให้ไปทำประตู หรือไม่ก็สร้างโอกาสทำประตูให้กับเพื่อนในทีม ซึ่งในตำแหน่งนี้ผู้เล่นต้องไม่ลน ต้องไม่แพนิกในสถานการณ์ยากๆ ที่กดดัน อย่างเช่นตอนอยู่ใน defend zone หน้าที่คือต้องดูการ Defend ของฝ่ายตรงข้าม แล้วต้องมั่นใจว่าเขาไม่มีเลนที่จะให้ยิง หรือขยับตัวได้อย่างง่ายดาย ซึ่งสถานการณ์นั้นผมต้องเชื่อใจทีมของผม ว่าพวกเขาจะดูแลสถานการณ์ของเกมได้ในโซนเรา
อีกทั้งตำแหน่งนี้ ผมต้องเป็น Option ให้กับเพื่อนในทีมด้วยครับ อย่างเช่นตอน defend ของผมเขาจะเปิดลู่ขึ้น ผมก็ต้องขยับตลอด และหาพื้นที่เปิดให้เพื่อนมี Option เยอะขึ้นที่จะส่งลูก
สุดท้ายแล้ว Mindset ที่ต้องมีเลยคือความสุขุมและใจเย็น อย่าลุกลนหรือลนลาน ถ้ามีสถานการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ต้องแก้ไขให้ได้อย่างเร็วครับ

อะไรคืออุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดตลอดเส้นทางการเป็นนักกีฬาของภีม
ผมว่าขนาดตัวของผมเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดเลยครับ เพราะผมค่อนข้างตัวเล็กกว่าเพื่อน ฮอกกี้เป็นกีฬาที่เน้นการปะทะ ถ้าตัวใหญ่หรือสูงจะได้เปรียบเรื่องการปะทะและการครองลูก อีกอย่างหนึ่งคือเรื่อง flexibility ของร่างกายครับ ทุกวันนี้ตัวยังตึงอยู่ ต้องพยายามยืดเส้นตลอดครับ
โมเมนต์ประทับใจที่อยากเล่าตลอดการเป็นนักกีฬาฮอกกี้สมัครเล่นจนถึงทีมชาติ
ตอนผมยิงประตูได้ในทัวร์นาเมนต์แรกที่ได้เล่นกับทีมชาติ ประตูนั้นเกิดขึ้นในเกมสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์ ที่ถึงแม้พวกเราจะไม่ได้ชนะในทัวร์นาเมนต์นี้ แต่ประตูนั้นทำให้ทีมเรามี motivation ที่จะเล่นต่อและชนะแมตช์นั้นครับ ซึ่งตอนหลุดเข้าไปแบบหนึ่งต่อหนึ่งกับโกล ผมรู้เลยว่าผมจะยิงเข้า มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ เหมือนจู่ๆ ก็รู้สึกมั่นใจมากจริงๆ สุดท้ายลูกนั้นก็เข้าไปจริงๆ ครับ

ถ้าฮอกกี้ไม่ใช่กีฬา แต่เป็น ‘อารมณ์’ อย่างหนึ่ง ภีมว่ามันใกล้เคียงกับความรู้สึกแบบไหน
สำหรับกีฬาฮอกกี้ผมว่ามันสามารถเป็นได้หมดเลยครับ ตลอดเกมการแข่งขันจะพบว่าอารมณ์มันมาหมด ถ้าถูกนำหลายประตูแล้วไม่รู้จะแก้เกมยังไง ก็อาจจะรู้สึกหงุดหงิด โกรธ หรือเศร้า แต่สมมติทีมเรายิงได้ เพื่อนทำอะไรเจ๋งๆ เราทุกคนก็เฮไปด้วยกัน รู้สึกตื่นเต้น เป็นอารมณ์ที่หลากหลายมากครับ
ถ้าอยากเป็นนักฮอกกี้ที่ดี อะไรคือ 3 คุณสมบัติที่ ‘ต้องมี’
ต้องมีวินัย มีน้ำใจนักกีฬา เเละสุดท้ายต้องมีแพสชั่นในการอยากเล่นอยากเก่งขึ้นครับ

แรงสนับสนุนจากไหนบ้างที่จะพัฒนานักฮอกกี้ไทย
สำหรับวงการฮอกกี้ไทย โดยเฉพาะในกลุ่มโรงเรียน พบว่ายังไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนเท่าไหร่ เนื่องจากยังไม่ถูกบรรจุในหลักสูตรการศึกษา อาจเพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อนด้วย แล้วฮอกกี้เป็นกีฬาฤดูหนาว จึงมักจะมีแค่ในโรงเรียนแถบยุโรปเท่านั้น ฝั่งนั้นเลยได้รับการสนับสนุนตั้งแต่ในรั้วโรงเรียน
ถ้ามองย้อนกลับมาที่ครอบครัวของผม พ่อแม่ก็เป็นแรงซัพพอร์ตที่สำคัญมากครับ เพราะช่วยทั้งในเรื่องอารมณ์ ความมั่นคงทางใจ และการเติบโตของนักกีฬา ทั้งยังช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อชุดเกราะและอุปกรณ์กีฬาให้ด้วยครับ (หัวเราะ)
และที่สำคัญก็คือสมาคมฮอกกี้ของประเทศไทย ทางสมาคมก็มีการช่วยสนับสนุนเรื่องอุปกรณ์กีฬาให้กับนักกีฬาตลอดนะครับ รวมถึงจัดการฝึกซ้อมและการคัดตัวให้นักกีฬาจากที่ต่างๆ ได้มีโอกาสมาเล่นฮอกกี้ด้วย

เคยมีคนตั้งคำถามว่า ‘ฮอกกี้ไทยจะไปได้ไกลแค่ไหน’ ภีมคิดเห็นอย่างไรกับคำพูดนี้บ้าง
ผมเชื่อว่าฮอกกี้ไทยจะไปได้ไกลแน่นอน ถึงแม้คนไทยจะตัวเล็กกว่าคนยุโรป แต่ก็มีผู้เล่นที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีศักยภาพมากพอที่จะสู้ได้ อย่างใน World Championship Tournament ทัวร์นาเมนต์ล่าสุดที่ผมได้ไปเล่นกับพี่ๆ ทีมชาติชุดใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของฮอกกี้ทีมชาติไทยเลยครับ ถึงแม้เราจะแพ้ทุกเกม แต่กัปตัน รองกัปตัน รวมถึงพี่ๆ ซีเนียร์ก็โชว์ให้เยาวชนอย่างผมกับเพื่อนๆ เห็นว่า ถ้าจะเล่นในเลเวลที่สูงกว่าที่ผมเคยเล่นใน Shoot U18 มันต้องมีคุณสมบัติอะไร และต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง

ถ้าภีมต้องเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่ที่อยากเล่นฮอกกี้ อยากให้เขามองกีฬานี้อย่างไร
ก่อนอื่น ผมไม่อยากให้น้องๆ มองว่ากีฬานี้เป็นกีฬาที่ยากหรือดูน่ากลัว ถึงแม้ฮอกกี้จะมีการปะทะค่อนข้างเยอะ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือประสบการณ์ ผมอยากให้น้องๆ มองว่ากีฬานี้ต้องใช้ความอดทน และเป็นกีฬาที่สอนเรื่องวินัย ทั้งวินัยในการฝึกซ้อม และวินัยในการที่เราจะตั้งใจเล่นอย่างจริงจัง
มองไปข้างหน้าอีก 10 ปี ภีมอยากเห็นตัวเองอยู่จุดไหนในวงการฮอกกี้
ส่วนตัวยังไม่รู้ว่าอีก 10 ปีข้างหน้าผมจะอยู่จุดไหนของวงการฮอกกี้ เเต่ผมจะเป็นคนหนึ่งที่จะคอยสนับสนุนวงการกีฬาฮอกกี้น้ำเเข็งในไทยไปตลอดครับ เพราะเป็นกีฬาที่ผมรัก (ยิ้ม)


