7 ประสบการณ์แห่งรสชาติประจำฤดูกาล

Words: Chanond Mingmit

ท่ามกลางโลกอาหารไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining) ที่ขับเคลื่อนด้วยแนวคิดเรื่องฤดูกาล ความยั่งยืน และประสบการณ์เฉพาะตัว เหล่าห้องอาหารและจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ระดับโลกต่างพร้อมนำเสนอ ‘รสชาติ’ ในมิติใหม่ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ตั้งแต่มื้ออาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยบนชั้นสูงของกรุงเทพฯ ไปจนถึงการตีความวัตถุดิบจากท้องทะเลในเคปทาวน์ หรือประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสานศาสตร์แห่งสุขภาพเข้ากับวัฒนธรรมอาหารอย่างกลมกลืน

ELLE MEN Thailand ขอพาออกเดินทางสู่ 7 ประสบการณ์แห่งรสชาติประจำฤดูกาล ที่สะท้อนทั้งศิลปะแห่งการปรุงอาหาร ความคิดสร้างสรรค์ และจิตวิญญาณของการใช้ชีวิตผ่านทุกจานที่เสิร์ฟตรงหน้า

A Gastronomic Journey at Duet by David Toutain

คำนิยามใหม่แห่งสุนทรียภาพทางอาหารที่รังสรรค์จากหัวใจของวัตถุดิบตามฤดูกาล โดยห้องอาหาร Duet by David Toutain ณ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ ที่ยกระดับศิลปะการปรุงอาหารสู่อีกขั้น ด้วยการเปิดตัวสองเมนูใหม่ล่าสุด ได้แก่ Signature Menu ที่รวบรวมจานเด่นระดับตำนานอย่าง ปูยักษ์อลาสก้าคู่กับคาเวียร์ และกุ้งมังกรสีน้ำเงินจากบริตตานี ที่ชูรสด้วยกลิ่นสนสปรูซและซอสซาบายองสูตรพิเศษ รวมถึงหอยเชลล์จากนอร์มังดีย่างถ่าน เสิร์ฟคู่กับซอสรสเข้มข้นจากเครื่องทะเลแห้ง และ Discovery Menu ที่นำเสนอความประณีตในรูปแบบที่เบาสบายกว่า

โดยเมนูจะปรับเปลี่ยนตามวัตถุดิบที่ดีที่สุดในแต่ละช่วงเวลา เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างในทุกครั้งที่มาเยือน ภายใต้การดูแลของ เชฟเดวิด ทูแทง และเชฟวาลองแตง ฟูอาช ที่ร่วมกันถ่ายทอดศาสตร์การรับประทานแบบฝรั่งเศสร่วมสมัย ผ่านหัวใจสำคัญของประสบการณ์ครั้งนี้คือแนวคิด ‘ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบเป็นอันดับแรก’ โดยเน้นความประณีตตามแบบฉบับครัวฝรั่งเศสคลาสสิก ทั้งเรื่องซอสและโครงสร้างของจานอาหาร พร้อมเพิ่มเสน่ห์ด้วยการมอบ ‘บัตรบันทึกที่มาของวัตถุดิบ’ (Provenance cards) เพื่อบอกเล่าเส้นทางจากผู้ผลิตสู่โต๊ะอาหารในทุกคอร์ส

สัมผัสรสมือระดับโลกที่สอดประสานกันอย่างลงตัวได้แล้ววันนี้ ณ ชั้น 59 โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ

Easter Sunday Brunch 

โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ เตรียมจัดมื้อสายวันอาทิตย์สุดพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลอีสเตอร์ ณ ห้องอาหาร เดอะ บราสเซอรี่ ในวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2569 ไฮไลต์ของเดือนนี้คือเมนูธีมอีสเตอร์ที่มีให้เลือกอิ่มอร่อยอย่างหลากหลาย ทั้งรถเข็นคาร์เวียร์เสิร์ฟถึงโต๊ะ ไข่เบเนดิกต์สูตรตำนาน ชุดอาหารทะเลสดใหม่ ซูชิและซาชิมิ เป็ดปักกิ่ง หมูกรอบ และเนื้อย่างเกรดพรีเมียม พร้อมจานหลักปรุงสดใหม่ที่เลือกได้ท่านละ 1 รายการ เช่น ซี่โครงเนื้อซูวี หรือสเต็กปลาแซลมอนย่าง ปิดท้ายด้วยของหวานผลงานจากเชฟแอนเดรีย โนลี เช่น ขนมหวานรูปกระต่าย คาเนเล่ฟักทอง และน้ำพุช็อกโกแลต 

เปิดให้บริการในวันที่ 5 เมษายน เวลา 12.00 – 15.00 น. และในวันที่ 2 พฤษภาคม, 6 มิถุนายน และ 4 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ

The Atlantic’s New Soul at Mount Nelson

Ángel León เชฟเจ้าของรางวัลมิชลิน 3 ดาว ผู้ได้รับฉายา ‘เชฟแห่งท้องทะเล’ เปิดตัว Amura ห้องอาหารแห่งแรกนอกประเทศสเปน ณ โรงแรม Mount Nelson เคปทาวน์ เมื่อเดือนธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา โดยหยิบยกปรัชญาการปรุงอาหารที่เน้นการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลมาสร้างสรรค์ประสบการณ์การกินดื่มที่แปลกใหม่ อย่างการนำแพลงก์ตอนพืชและพืชทะเลมาเป็นวัตถุดิบของอาหารชั้นเลิศ มอบรสสัมผัสอูมามิเข้มข้นและอุดมด้วยโอเมก้า 3 รวมถึงไวน์ที่บ่มใต้ทะเลนานสองสัปดาห์เพื่อเพิ่มกลิ่นอายความเค็มของไอทะเล ตัวร้านออกแบบโดย Tristan du Plessis สถาปนิกชาวแอฟริกาใต้ ในสไตล์ร่วมสมัยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความหรูหราของเรือสำราญ Amura จึงเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และเคารพธรรมชาติของมหาสมุทรที่เชื่อมโยงสองทวีปเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ

Bangkok’s New High-Altitude Escape

Piscari จุดหมายปลายทางแห่งใหม่บนชั้น 23 ของโรงแรมแอนดาซ วัน แบงค็อก ที่พร้อมเปลี่ยนบรรยากาศการสังสรรค์เหนือเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ ให้มีชีวิตชีวาด้วยจิตวิญญาณแห่งเมดิเตอร์เรเนียน พื้นที่แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้สะท้อนถึงวิถีชีวิตริมชายฝั่งที่อบอุ่น ภายใต้แนวคิด ‘Live Daily Life with Spirit’ เริ่มจากการจิบ Aperitivo พร้อมชมแสงสีส้มของพระอาทิตย์ตก ไปพร้อมกับเสียงดนตรีและวิวเมืองที่ไม่เคยหลับใหล และเมนูอาหารรังสรรค์โดยเชฟชาวฝรั่งเศส Marc Vasseur ผู้เน้นการชูรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบผ่านการปรุงที่เรียบง่าย เช่น ปลาเทราต์ทะเลหมักรสละมุน หรือหนวดปลาหมึกย่างเสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งบดรสเผ็ด 

พร้อมเปิดประสบการณ์รสชาติในบรรยากาศริมชายฝั่งลอยฟ้า บนชั้น 23 Piscari at Andaz One Bangkok เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 17:00 – 24:00 น.

Nature’s Rebirth at Blue by Alain Ducasse

ห้องอาหารดาวมิชลิน Blue by Alain Ducasse เปิดตัวรายการอาหารประจำฤดูกาลใหม่ เพื่อต้อนรับการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิปี 2026 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของเชฟ Evens López ในการนำเสนอผลงานที่สะท้อนถึงการหมุนเวียนของฤดูกาลอย่างสมบูรณ์แบบ และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เชฟผู้นี้เข้ามารับตำแหน่งสำคัญ

หัวใจหลักของเมนูประจำฤดูกาลครั้งนี้คือการหยิบยกวัตถุดิบที่คัดสรรมาในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด โดยเชฟได้นำแรงบันดาลใจจากการไปเยือน ‘เคพี ฟาร์ม’ จังหวัดกำแพงเพชร มาสร้างสรรค์เป็นเมนูที่ผสมผสานกลิ่นอายฝรั่งเศสเข้ากับผลิตผลของไทยได้อย่างน่าสนใจ เริ่มจากการต้อนรับผู้มาเยือนด้วยเครื่องดื่มหมักจากฟาร์มที่ช่วยปรับสมดุลก่อนเข้าสู่มื้ออาหาร ตามด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยอย่างข้าวโพดหวานย่างไฟที่ได้แรงบันดาลใจจากวัยเด็กของเชฟในประเทศเปรู ไปจนถึง ‘โนเรโซเระ’ หรือลูกปลาไหลจากญี่ปุ่นที่ให้เนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ เสริฟ์คู่กับเนื้อวากิวออสเตรเลีย

ส่วนจานหลักที่เน้นความประณีตจะเริ่มที่ปลาหมึกสีทองที่ปรุงอย่างวิจิตรจนดูคล้ายเส้นพาสต้า และเนื้อแกะที่อบพร้อมใบมะเดื่อฝรั่งจากฟาร์ม ปิดท้ายด้วยศิลปะของหวานโดยเชฟคริสตอฟ กริโล และเชฟฟลอเรียน โบจ ด้วยเมนูที่ใช้เลมอนจากเมืองนีซปรุงร่วมกับน้ำมันมะกอก หรือเมนูมะม่วงกับพริกรมควัน ซึ่งเป็นการตีความคู่รสชาติที่ชาวไทยคุ้นเคยขึ้นมาใหม่ พร้อมรถเข็นช็อกโกแลตที่เป็นเอกลักษณ์โดยใช้เมล็ดโกโก้จากเชียงใหม่ 

ร่วมสัมผัสประสบการณ์มาตรฐานหนึ่งดาวมิชลินของเมนูฤดูใบไม้ผลิปี 2026 ได้แล้ววันนี้ที่ห้องอาหาร Blue by Alain Ducasse ณ ไอคอนสยาม

A Gourmet Journey at Song Saa Private Island

Song Saa Private Island รีสอร์ตต้นแบบด้านความยั่งยืนแห่งหมู่เกาะกรง ประเทศกัมพูชา นำเสนอประสบการณ์ที่เชื่อมโยงความสมดุลของร่างกายเข้ากับจิตวิญญาณแห่งการอนุรักษ์ ผ่านสองกิจกรรมไฮไลต์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ทั้งรสสัมผัสแห่งความยั่งยืนและมิติของสุขภาพที่แขกผู้เข้าพักจะได้สัมผัส ผ่านประสบการณ์ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมอาหารที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตโดยเฉพาะ

ผสานเข้ากับทางเลือกการรับประทานอาหารที่หลากหลายของรีสอร์ต ไม่ว่าจะเป็นห้องอาหารหลักสองแห่ง หรือการเลือกจัด Destination Dining ได้ตามใจปรารถนาทั่วพื้นที่เกาะ เพื่อสร้างประสบการณ์รสชาติที่สอดรับกับวิถีธรรมชาติ นอกจากนี้ทางรีสอร์ตยังจัดงาน Recycled Fashion Show ซึ่งเป็นการนำขยะจากท้องทะเล เช่น แหจับปลาที่ถูกทิ้ง พลาสติก และกระป๋องโลหะ มาสร้างสรรค์เป็นเครื่องแต่งกายที่สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อระบบนิเวศที่ Song Saa ยึดถือมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าทศวรรษ

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมสัมผัสประสบการณ์พิเศษครั้งนี้ ทางรีสอร์ตมอบข้อเสนอ ‘Timeless Escape’ ส่วนลดห้องพัก 35% สำหรับการจองเพื่อเข้าชมแฟชั่นโชว์ หรือร่วมโปรแกรมสุขภาพสุดพิเศษนี้ด้วย

A Summer of Sophistication at Baur au Lac

ดื่มด่ำช่วงเวลาพิเศษรับลมร้อน ณ Baur au Lac แลนด์มาร์กระดับตำนานแห่งซูริก แม้ว่าห้องอาหารหลักอย่าง Baur’s Brasserie จะปิดปรับปรุงชั่วคราวในช่วงเดือนเมษายนถึงกันยายนปีนี้ แต่โรงแรม Baur au Lac (บาวร์ โอ ลัก) ยังคงพร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยประสบการณ์รสชาติบทใหม่ โดยไฮไลต์สำคัญของฤดูกาลนี้อยู่ที่การย้ายบรรยากาศมื้อสายวันอาทิตย์มาไว้ที่ Baur’s Bar โดยแขกผู้มาเยือนจะได้ลิ้มลองเครื่องดื่มที่เชฟคัดสรร จับคู่กับอาหารจานเล็กที่ชูรสชาติซึ่งกันและกันได้อย่างลงตัว ปิดท้ายด้วยมื้อค่ำ ณ ห้องอาหาร Marguita ที่นำเสนอศิลปะแห่งอาหารฝรั่งเศสและอิตาเลียนในรูปแบบร่วมสมัย ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบซูริกและเทือกเขาแอลป์ ซึ่งจะเปลี่ยนฤดูร้อนนี้ให้กลายเป็นความทรงจำและประสบการณ์พิเศษตลอดไป

Similar Articles

More